วันที่ พุธ มกราคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ผลกระทบฝายลำเซบาย..เขื่อนราษีไศล..ถึงประตูระบายน้ำแม่สอย


พี่แตหรือสนั่น ชูสกุล(เสื้อสีฟ้า)
ผอ.โครงการทามมูล /นักเคลื่อนไหว ด้านสิทธิชุมชน/นักเขียนที่อยู่อีสานใต้
(ที่เสี่ยวไทบ้านเคยรับหน้าที่กรรมการ กป.อพช.อีสาน เครือข่ายสิทธิฯอีสานต่อจากพี่แต)
กำลังให้ข้อมูลเรื่องผลกระทบจากการสร้างเขื่อนกับตัวแทนแม่สอย
เมื่อวันที่ 7 พ.ย.52 ที่จังหวัดศรีสะเกษนายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ที่ปรึกษารัฐมนตรี
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์และคณะผู้บริหารกรมชลประทานรุดเยี่ยมหารือสมัชชาคนจน
หลังชุมนุมครบ 160 วัน พร้อมประชุมนอกรอบหารือเร่งรัดแก้ไขปัญหาเขื่อนหัวนาและเขื่อนราษีไศล ด้านชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบจากโครงการฝายหนองเป็ด ในลำเซบาย จ.ยโสธร
รุดยื่นหนังสือถึงรองอธิบดีกรมชลฯ หลังเดือดร้อนนานนับ 14 ปี ไม่เคยได้รับการเหลียวแลจากรัฐ
 
เวลา 9.30 น. นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ พร้อมด้วย นายวีระ วงศ์แสงนาค รองอธิบดี
กรมชลประทานและนายชัยพันธ์ ประภาสวัต และตัวแทนหน่วยงานของกรมชลประทาน
ได้เดินทางมาเยี่ยมชาวบ้านสมัชชาคนจนเขื่อนราษีไศลและเขื่อนหัวนาโดยมีชาวบ้านผู้ได้รับ
ผลกระทบจากเขื่อนราษีไศลและเขื่อนหัวนาประมาณ 2,000 คนรอต้อนรับด้วยความดีใจ  
 
นายประพัฒน์ ได้กล่าวทักทายผู้ชุมนุมว่า “สวัสดีพ่อแม่พี่น้องเราได้เจอกันมาแต่รัฐบาลก่อน
เห็นใจพี่น้องที่มาลำบากลำบนอยู่ที่นี่นาน ผมได้รับการประสานงานจากรมว.เกษตร,และท่านรองนายกฯ สาธิต วงศ์หนองเตย ขอให้มาเยี่ยมพี่น้องแทนท่านทั้งสอง เพราะท่านทั้งสองติดภารกิจมาก จึงให้ผมมารับเรื่องราวแทน รัฐบาลเป็นห่วงและอยากให้แก้ไขปัญหาไปได้ด้วยดี โดยเฉพาะพี่น้องที่ได้รับผลกระทบจากโครงการของรัฐและสามารถพิสูจน์ได้จริงว่าเกิดจากโครงการของรัฐ จะต้องได้รับการแก้ไขเยียวยาทั้งหมด  และในอนาคตต่อไป โครงการพัฒนาของรัฐทั้งหลายก็ต้องมีการพิจารณาให้ถี่ถ้วน นี่เป็นคำยืนยันของรัฐบาล”
 
นายวีระ วงศ์แสงนาค รองอธิบดีกรมชลประทานกล่าว ในฐานะที่เป็นรองอธิบดีฯ รับผิดชอบฝาย
ราษีไศลเรื่องงานโครงการนี้เป็นงานที่ค่อนข้างยากมาก เพราะเป็นงานที่กรมอื่นสร้างไว้ เท่าที่ผ่านมาก็พยายามอย่างต่อเนื่อง แก้ไขปัญหามาเรื่อยทุกปี มีการจ่ายเงินค่าชดเชยทุกปี เพียงแต่ระเบียบค่อนข้างเยอะ ครั้งหลังสุดก็ได้ขอเสนอกับรัฐบาลให้แล้ว โดยรองนายกฯ ได้เห็นชอบอนุมัติที่จะจ่ายเงินให้ผู้ได้รับผลกระทบประมาณ 700 ล้านบาท คิดว่าอีกไม่นานจะเข้าคณะรัฐมนตรีภายใน 2 อาทิตย์ข้างหน้านี้คงไม่เกินเดือนหน้า สำหรับท่านที่ยังตกค้างยังไม่ได้ดำเนินการนั้น ภาครัฐไม่ได้นิ่งนอนใจ เร่งให้ทำออกมาเป็นรูปร่างให้แล้วเสร็จต่อไป
 
ผมเพิ่งสังเกตเห็นว่าคนที่นำเสนอนี้คือ1ในนักเรียนทุนรุ่นที่3
รุ่นเดียวกับเสี่ยวไทบ้านที่สนิทกันมากคนหนึ่งคือท่านอาจารย์รักประชาครับ
แวะไปชมภาพ อ.รักประชา กึ่มๆได้ที่ ตอนไปนอนดูดาวชมว่าวกลางคืนด้วยกันได้ที่
(ภาพที่6)
นายวีระ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีฝายหัวนา ครม.ได้กำหนดไว้ว่า ให้ทางกรมชลฯดำเนินการศึกษา
เรื่องสิ่งแวดล้อมให้แล้วเสร็จเสียก่อนนำผลการศึกษานั้นมาดำเนินการต่อ เรียนว่า รายงานผลกระทบดังกล่าวใกล้จะเสร็จโดยสมบูรณ์แล้ว อีกไม่นานจะได้นำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อดำเนินการจ่ายค่าชดเชยผู้ได้รับผลกระทบต่อไป สำหรับการสำรวจของกรมชลฯและกรมที่ดิน จะดำเนินการควบคู่ไป ถือเป็นการทำงานไปสองทางระหว่างรอผลการศึกษา เมื่อเสร็จทั้งสองส่วนแล้วก็จะนำผลการศึกษามาประกอบการจ่ายค่าชดเชยที่ดินของฝายหัวนา แต่คงไม่ได้ทำทีเดียวเสร็จเลย แต่คงเสร็จเป็นกลุ่มๆไป” 
 
ขณะที่ นายชัยพันธ์ ประภาสวัต ที่ปรึกษาสมัชชาคนจน ได้กล่าวกับผู้ชุมนุมว่า พี่น้องชุมนุมทุบสถิติไปแล้วกว่า 100 วัน ตนก็พยามทำหน้าที่ที่ปรึกษา เพราะได้รับมอบหมายจากพี่น้องที่ทำงานร่วมกันมาตั้งนานแล้ว ได้พยามยามประสานให้ตัวแทนรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาร่วมเร่งรัดแก้ไขปัญหาให้พี่น้อง แม้ว่าหลายท่านอาจจะกลัวเรื่องราษีไศล เพราะปัญหานี้ยาวนานเป็นมหากาพย์ และมีปัญหาเกี่ยวกับนักการเมืองหาเงินกับคนจน แต่ขอยืนยันให้ทราบว่า  ไม่มีนักการเมืองใดมาทำมาหากินกับคราบน้ำตาของชาวบ้านเด็ดขาด บทเรียนที่ผ่านมา สมัยท่านอดิศร เพียงเกษ เป็นรัฐมนตรีเคยถูกกล่าวหาว่ารับเงินกรณีราษีไศล แต่ยืนยันได้เลยว่า นายอดิศรไม่ได้รับเงินสักบาทเดียว เพราะเช็คทุกใบและเงินทุกบาทถึงตัวชาวบ้าน
 
หลังจากนั้นนายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์และคณะ พร้อมทั้งแกนนำสมัชชาคนจน เขื่อนหัวนา
และเขื่อนราษีไศล จำนวน 12 คน ได้เข้าประชุมปรึกษาหารือเร่งรัดแนวทางแก้ไขปัญหาทั้งสองเขื่อน
 
สำหรับความคืบหน้าการแก้ไขปัญหากรณีเขื่อนหัวนาในปัจจุบันนั้นยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับ
การกำหนดระดับขอบเขตการกักเก็บน้ำและระดับในการชดเชยที่ดินที่จะได้รับผลกระทบจากการเขื่อนหัวนา รวมถึงความคืบหน้าเกี่ยวกับรายงานการศึกษาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสังคมที่
ได้ดำเนินการศึกษามาตั้งแต่ปี 2549 และการลงพื้นที่รังวัดสำรวจที่ดินของชาวบ้านในเขตอำเภออุทุมพรพิสัยที่ยังไม่ได้ดำเนินการ
ที่ประชุมมีข้อสรุปว่า ปัจจุบันรายงานการศึกษาผลกระทบทางสังคมและสิ่งแวดล้อมเสร็จแล้ว
จึงเสนอให้มีการประชุมนอกรอบระหว่างตัวแทนกรมชลประทานฯ ทีมที่ปรึกษา 3 มหาวิทยาลัย
และตัวแทนสมัชชาคนจนเกี่ยวกับระดับการกักเก็บน้ำให้ชัดเจน ก่อนการประชุมคณะกรรมการ
ศึกษาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสังคมในวันที่ 25 พ.ย.นี้ส่วนการรังวัดพื้นที่จะเริ่มดำเนินการ
ได้หลังวันที่ 20 พ.ย.นี้
 
ส่วนคืบหน้าเกี่ยวกับกรณีเขื่อนราษีไศล การประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาผลกระทบจากโครงการฝายราษีไศล เมื่อวันที่ 16 ต.ค.ที่ผ่าน ได้มีการรับรองให้มีการจ่ายค่าชดเชยที่ดินจำนวน 3,561 แปลง เป็นเงิน 794,834,208 บาท ยังเหลืออีกจำนวน 2,893 แปลง ที่ยังค้างอยู่ในขั้นตอนการแก้ไขปัญหาต่างๆ  
ด้านการศึกษาผลกระทบทางสังคมซึ่งดำเนินการศึกษาโดยสถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ประชุมหารือได้เสนอให้มีกลไกคณะทำงานที่สามารถผลักดันให้มาตรการแก้ไขปัญหาและแผนการฟื้นฟูผลกระทบทางสังคมและสิ่งแวดล้อมให้มีปฏิบัติการจริงในระดับพื้นที่ได้ และสนับสนุนให้เกิดองค์กรชาวบ้านที่เข้มแข็งเพื่อบริหารแผนฟื้นฟูผลกระทบทางสังคมตามรายงานผลการศึกษาของสถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
 
หลังการประชุมปรึกษาหารือเสร็จ นายประพัฒน์ ได้ออกมาชี้แจงให้ผู้ชุมนุมได้รับทราบผลประชุม
ดังกล่าว ต่อมาได้มีกลุ่มชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากฝายลำเซบาย จ.ยโสธร ซึ่งเป็นฝายที่เกิดขึ้นในโครงการโขงชีมูลเช่นเดียวกับเขื่อนราษีไศลและกลุ่มลูกน้ำปิง จากจ.เชียงใหม่ ซึ่งจะมีการสร้างผนังกั้นน้ำในลำน้ำปิงในโครงการไทยเข้มแข็ง ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อนายประพัฒน์ และนายวีระ รับเรื่องดังกล่าว และตัวแทนชาวบ้านราษีไศลได้มอบกระติ๊บข้าวที่สานเองมอบเป็นของที่ระลึกให้แก่นายประพัฒน์และคณะ ต่อมาจึงได้เดินทางกลับ
 
ทางสมัชชาคนจนระบุว่า การเดินทางมาของที่ปรึกษาคณะรัฐมนตรีในครั้งนี้
ทำชาวบ้านสมัชชาคนจนดีใจและมีกำลังใจในการต่อสู้เป็นอย่างมาก
นับว่าการแก้ไขปัญหาผลกระทบจากเขื่อนหัวนาและเขื่อนราษีไศลมีความคืบหน้า
และเป็นผลสืบเนื่องมาจากการชุมนุมกว่า 5 เดือน
พอมองได้ว่าปัญหาสร้างเขื่อนหรือเรียกให้ดูดีว่าฝายยังมีปัญหาจนถึงปัจจุบัน
มีผลกระทบต่อชุมชนยืดเยื้อการไม่จ่ายค่าชดเชยและปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก
แม้สร้างมานานฝ่ายสนับสนุนจะบอกว่าเกิดประโยชน์ก็ตาม

แต่จากภาพและข่าวที่นำมาประกอบกันนี้..น่าจะไปสะกิดต่อม"สำนึก"ของกลุ่มที่คิดว่าจะสร้างๆๆอย่างเดียวโดยไม่คำนึงถึงความถูกต้องและเป็นธรรมต่อ"ธรรมชาติและวิถีชีวิต"ของคนในชุมชน..พวกคุณใช้สมองซีกใหนคิดกัน..หนอ..อยากรู้จัง!!
.
.
ขอบคุณ
ข่าวจากเว็บประชาไท http://www.prachatai.com/journal/2009/11/26513
ภาพจากน้องพิมพ์ จากบ้านแม่สอย เชียงใหม่
.
.
เพราะเราท่านคือเพื่อนประชาชน

โดย ไทบ้าน

 

กลับไปที่ www.oknation.net