วันที่ พุธ มกราคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

พาชมศูนย์ประวัติศาสตร์เยาวราช เพื่อค้นหาประวัติเยาวราชกันครับ


 

วัดไตรมิตรวิทยาราม สถานที่ตั้งศูนย์ประวัติศาสตร์เยาวราช

ได้มีโอกาสไปไหว้หลวงพ่อทองคำที่วัดไตรมิตรวิทยารามและได้มีโอกาสเข้าชมศูนย์ประวัติศาสตร์เยาวราช ซึ่งตอนก่อนเข้าชมก็คิดว่าคงเป็นนิทรรศการธรรมดาทั่วไปแต่พอเข้าไปชมแล้วต้องบอกได้คำเดียวว่าอลังการมากๆครับ ไม่น่าเชื่อว่าจะลงทุนขนาดนี้ ทุกส่วนมีการจัดสรรได้อย่างลงตัวและบอกเล่าเรื่องราวของเยาวราชได้เป็นอย่างดีครับ สำหรับผมได้ทราบเรื่องราวดีๆจากศูนย์ประวัติศาสตร์เยาวราช เยอะแยะเลยครับหากเปิดอย่างเป็นทางการอีกครั้งผมจะกลับไปใหม่ เพราะบางส่วนยังไม่เสร็จสมบูรณ์ดี  วันนี้เลยขอพาชมศูนย์ประวัติศาสตร์เยาวราช บางส่วนครับผม พร้อมกับบอกเล่าเรื่องราวเล็กๆน้อยๆที่ไปค้นหามาประกอบกับได้จากที่ไปชมศูนย์ประวัติศาสตร์เยาวราชมาด้วยครับ

**********************************************************************
คุณรู้หรือไม่ว่าพระบรมฉายาลักษณ์หลังธนบัตรฉบับละ 20 บาทแบบที่ใช้ในปัจจุบันนั้นในหลวงรัชกาลที่ 8 และ รัชกาลที่ 9 ท่านเสด็จมาเยาวราชครับผม

         
สำหรับผมและหลายๆคนถ้าให้นึกถึงเยาวราชคุณจะคิดถึงอะไร เชื่อได้เลยว่า สองคำตอบที่จะได้ยินมากที่สุดคือ ร้านทองกับของกิน เพราะผมเองก็นึกถึงสองอย่างนี้เช่นกัน ทำไมต้องชื่อเยาวราชและทำไมเยาวราชต้องเป็นที่อยู่ของคนจีนในเมืองไทย เยาวราชมันมีที่มาที่ไปอย่างไร เรากลับไม่ตั้งคำถามถามตัวเองหรือค้นหาคำตอบเหล่านี้ จวบจนผมได้เข้ามาที่ศูนย์ประวัติศาสตร์เยาวราช ความคิดที่คิดว่าเยาวราชมีแต่ของกินกับร้านขายทองเท่านั้นก็เปลี่ยนไป เยาวราชมีอะไรให้เราได้ศึกษาและค้นหาอีกมากมายครับ ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะสนใจมากน้อยเพียงไร

ศูนย์ประวัติศาสตร์เยาวราช จะจัดแสดงอยู่ชั้น 2 ของพระมหามณฑป ฯ วัดไตรมิตรวิทยาราม แบ่งการจัดแสดงออกเป็น 6 ส่วน ตามลำดับ คือ

ส่วนที่ 1 เติบใหญ่ใต้ร่มพระบารมี : บอกเล่าถึงความเป็นย่านการค้าสำคัญของเยาวราช และความผูกพันจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ของชาวเยาวราช จากรุ่นสู่รุ่น ด้วยเทคนิค Magic Vision


       
จุดนี้เป็นไฮไลท์ก็ว่าได้นะครับเพราะเทคนิค Magic Vision เนี่ยเห็นเจ้าหน้าที่บอกว่าที่นี่เป็นที่แรกของเมืองไทยเลยละ เป็นการอากงกับหลานชายคุยกัน สิ่งที่ประทับใจและได้ความรู้คือ รู้หรือไม่ครับว่ารูปหลังธนบัตรใบละ 20 ที่ใช่กันปัจจุบันนั้น ที่มีพระบรมฉายาลักษณ์รัชกาลที่ 8 และที่ 9 นั้นเป็นการเสด็จมาที่เยาวราช ครับผม  การคุยกันของอากงกับหลายชายนี้ทำให้เราเหมือนเข้าไปอยู่ในบ้านของทั้งสองเพราะขนาดของตัวละครที่เท่ากับของจริงและเสมือนจริงนี้เองที่ทำให้หลายคนที่เข้าไปประทับใจมากๆ   ส่วนนี้ห้ามถ่ายรูปนะครับผม



เข้ามาในศูนย์ประวัติศาสตร์เยาวราช ก็จะเจอจุดต้อนรับก่อนเลยครับ



แผนผังศูนย์ประวัติศาสตร์เยาวราช มีทั้งสิ้น 6 ส่วนด้วยกันครับ



ก่อนเข้าชมเรามาดูข้อห้ามกันก่อนนะครับ ดูแล้วอย่าลืมทำตามกันด้วยนะครับผม




ความรู้ใหม่ประดับสมองอีก 1 เรื่องกับการผูกปี้ ครับผมเก็บมาฝาก

ส่วนที่ 2 กำเนิดชุมชนจีนแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ : บอกเล่าเรื่องจุดกำเนิดของชุมชนจีนที่สำเพ็ง และการเข้ามาของชาวจีนโพ้นทะเลในช่วงสมัยรัชกาลที่ 1 - 3 จนกระทั่งสำเพ็งกลายเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดของกรุงเทพฯ ในยุคนั้น ถ่ายทอดด้วยการเดินผ่านในท้องเรือสำเภา หัวแดง ก่อนจะถึงท่าเรือศาลเจ้าเก่าและเดินเข้าสู่ตลาดสำเพ็งสมัยรัชกาลที่ 3 ซึ่งจำลองขึ้นใหม่พร้อมบรรยากาศเสมือนจริง

        
ในจุดนี้อนุญาตให้ถ่ายรูปได้แต่งดใช้แฟลช แต่วันที่ไปผมละสงสารน้องๆที่เป็นคนคอยดูแลจริงๆเพราะขนาดมีการเตือนแล้วแต่ก็ยังมีคนไม่ยอมฟังอยู่ดี  ในส่วนนี้จะมีการจำลองให้เราอยู่ในเรือสำเภาและมีการจัดแสดงสิ่งของที่มีการบรรทุกมาในเรือสำเภา และเมื่อเดินออกมาจะเป็นตลาดสำเพ็งที่มีการจำลองร้านค้าต่างๆที่สำคัญๆ หลายร้านเลยครับ เช่นร้านข้าวต้ม ร้านขายถ้วยชาม ร้านขายของ เป็นต้น 




มีการจำลองเรือสำเภาด้วยนะครับ แถมจำลองการเกิดพายุให้เห็นถึงความยากลำบากของคนจีนในสมัยก่อนด้วยละครับ



มีการบอกเล่าชาวจีนตามมณฑลต่างๆที่นั่งเรือสำเภามายังเมืองไทยด้วยเรือตามรูปนี้ละครับ




ความขยัน ของคนจีน หนักเอาเบาสู้ไม่เกี่ยงงาน จึงทำให้คนจีนร่ำรวยอย่างที่เห็นครับ



ส่วนที่ 2 มีการจัดแสดงร้านค้าต่างๆที่ชาวจีนเป็นเจ้าของด้วยครับ



ร้านนี้เป็นร้านขายข้าวต้มครับผม



ร้านนี้ขายพวกชาม ครับผม



คุณลุงท่านนี้หลบมุมมาขายโคมไฟของจีนครับผม เกือบมองไม่เห็นแน่ะเพราะว่าอยู่หลบมุม


ส่วนที่ 3 เส้นทางสู่ยุคทอง : จัดแสดงเรื่องราวพัฒนาการของชุมชนจีนจากตลาดสำเพ็งสู่ความเป็นย่านธุรกิจสมัยใหม่ที่ถนนเยาวราช ตื่นตาตื่นใจกับโมเดลขนาดใหญ่ที่จำลองถนนเยาวราชในยุคเฟื่องฟูที่สุดช่วง พ.ศ. 2490 และโดยรอบโมเดลนี้ยังมี diorama แสดงเรื่องราวที่เป็นอยู่ภายในอาคาร ห้างร้านต่างๆ ซึ่งจะทำให้ผู้ชมเกิดความเข้าใจอย่างลึกซึ้งต่อวิถีทางสังคมและวัฒนธรรมของชาวเยาวราช

        
อีก 1 ไฮไลน์ของที่นี่คือตรงส่วนนี้ละครับ เพราะมีการจำลองโมเดลของถนนเยาวราช ให้เห็นว่าที่เขาเรียกว่าถนนมังกรเป็นอย่างไร บ้านเรือนแถวเยาวราชเป็นอย่างไร แถมมีการเปิดปิดไฟให้เห็นความงดงามของเยาวราชในหลายช่วงเวลา ตั้งแต่เช้าจนถึงมืดครับ สวยมากๆเลยละขอบอก แถมยังมีการจำลองโมเดลจำลองกิจกรรมต่างๆที่มีอยู่ในเยาวราชได้อย่างสวยงามมากๆครับ พร้อมกับคำบรรยายให้ทราบด้วย  สำหรับจุดนี้ อนุญาตให้ถ่ายรูปได้แต่งดใช้แฟลช และก็ระวังอย่าทำโมเดลเขาพังนะครับ



โมเดลจำลองบ้านเรือนบนถนนเยาวราชครับผม เห็นถนนมั้ยครับเขาบอกว่ารูปร่างเหมือนมังกร จึงเป็นเส้นทางที่ดีมากๆ โงวเฮ้งดีมากครับ



ทุกบ้านเรือนทำออกมาอย่างปราณีตมากๆครับ มีการอธิบายเป็นโซนๆว่าแต่ละจุดมีอาคารอะไร



ยืนชมสักพักเยาวราชกลางวันก็จะเปลี่ยนไปเป็นช่วงกลางคืน งดงามมากๆเลยใช่มั้ยครับ



อึ้งกับไอเดียนี้จริงๆครับ ทำให้เราได้เห็นความงามของเยาวราชได้สองเวลาในช่วงระยะเวลาไม่นานมากนัก



มีโมเดลจำลองวิถีทางสังคมและวัฒนธรรมของชาวเยาวราช หลายตู้มากๆครับ ตู้นี้เป็นภัตราคารและการจัดงานเลี้ยงแต่งงานของชาวจีนครับ



นำเกร็ดความรู้มาให้อ่านด้วยเลยครับ



ตู้นี้เป็นโรงเรียนจีนครับผมถ่ายในช่วงเยาวราชยามค่ำคืนอาจจะขัดแย้งไปนิดเพราะโรงเรียนไม่เปิดตอนกลางคืนนะครับ อิอิ แต่ชอบเพราะสีสวยดีครับ



ความรู้ของโรงเรียนจีนครับผม


ส่วนที่ 4 ตำนานชีวิต : แสดงตำนานชีวิตของบุคคลชาวเยาวราชที่เป็นแบบอย่างและ แรงบันดาลใจให้คนรุ่นหลัง โดย บอกเล่าเรื่องราวด้วยสื่อวีดิทัศน์

       
ตรงนี้จะเน้นเป็นนิทรรศการซะมากกว่าครับเป็นการแสดงรูปของบุคคลชาวเยาวราชที่เป็นแบบอย่างและ แรงบันดาลใจ ในอาชีพต่างๆที่พบเห็นได้ที่เยาวราชครับผม



ตำนานชีวิตของบุคคลชาวเยาวราชที่เป็นแบบอย่างและ แรงบันดาลใจให้คนรุ่นหลัง มีกระจกให้มองเห็นหน้าเราด้วยนะครับ ไม่รู้เราจะเป็นแรงบันดาลใจอะไรให้ใคร 55  จุดนี้จะอยู่ที่ส่วนที่ 4 นะครับ



กลับมาโซนที่ 3 ต่อ ตู้นี้เป็นร้านทองครับผม เยาวราชกับร้านทองเป็นของคู่กันจริงๆ



นำรายละเอียดของร้านทองมาให้อ่านครับผม



หนังสือพิมพ์จีน วิถีชีวิตที่เราไม่เคยรู้มาก่อนว่าเขามีการติดหนังสือพิมพ์แบบนี้ให้ผู้คนได้ข่าวสารกันด้วยครับ



หนังสือพิมพ์จีน บอกเล่าข่าวสารจากจีนแผ่นดินใหญ่



โรงพยาบาลสำหรับคนยากไร้ครับสำหรับตู้นี้ ตอนแรกก็นึกว่าเป็นร้านอาหารเสียอีก



ลองอ่านดูแล้วจะรู้ว่าคนจีนรักกันแค่ไหน



โรงงิ้วกับชาวจีนขาดกันไม่ได้จริงๆ ตู้นี้นำงิ้วจริงๆมาทำการประกอบการโชว์ด้วยนะครับเทคนิคสุดยอดจริงๆ



ประวัติงิ้วครับผม


ส่วนที่ 5 พระบารมีปกเกล้าฯ : เป็นแกลเลอรี่ภาพถ่ายและวีดิทัศน์ จัดแสดงเรื่องพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์ในรัชกาลปัจจุบันต่อชุมชนเยาวราช และการแสดงออกถึงความจงรักภักดีของชาวเยาวราชในโอกาสต่างๆ

         
สำหรับส่วนนี้บอกเล่าเรื่องราวชองพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์ในรัชกาลปัจจุบันต่อชุมชนเยาวราชที่เสด็จมาเยือนเยาวราชครับ



พระบารมีปกเกล้าฯ  ได้ชมส่วนนี้แล้วทำให้เราได้รู้ว่าพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์ในรัชกาลปัจจุบันต่อชุมชนเยาวราช  มีมาช้านานมากๆครับ



ลองดูรูปนี้แล้วหยิบธนบัตรพลิกด้านหลังดูสิครับแล้วคุณจะรู้ว่าเป็นรูปที่ท่านเสด็จมาเยี่ยมราษฎรชาวจีนจริงๆ



ตู้นี้ยังอยู่ส่วนที่ 3 เช่นกันครับเป็นวัดจีนครับผม





ส่วนที่ 6 ไชน่าทาวน์วันนี้ : นำเสนอข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวย่านเยาวราชในปัจจุบันด้วยแผนที่กราฟฟิกประกอบภาพวีดิทัศน์

จุดนี้ไม่ค่อยได้ดูเท่าไรอ่ะครับ อิอิสารภาพตรงๆเลยละกันครับ



เยาวราชวันนี้เปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนเยอะมากๆ



สีสันเยาวราชยามค่ำคืน



รู้หรือไม่ว่าเยาวราชมีความหมายว่าอย่างไรและมีประวัติความเป็นมาว่าอย่างไร

ค้นหามาให้เห็นแจ้งว่าจะเปิดให้เข้าชมอย่างเป็นทางการวันที่ 26 มกราคม นี้เป็นต้นไปครับผม คนไทยเข้าชมฟรีนะถ้าจำไม่ผิด ส่วนต่างชาติเสียค่าเข้าชมและห้ามใส่รองเท้าเข้าไปนะครับเขาจะมีถุงผ้าแจกให้ใส่รองเท้าเข้าไปชมครับ

ข้อมูลจาก 

http://www.goldenbuddha-thailand.com/highlight_show.php?id=165&l=



เห็นโคมไฟนี้ที่ไหนรู้ได้ทันทีเอกลักษณ์ของจีนเขาละครับ



ก่อนกลับอย่าลืมคืนถุงผ้าที่ใส่รองเท้าด้วยนะครับ

 

โดย nayroypc

 

กลับไปที่ www.oknation.net