วันที่ พฤหัสบดี มกราคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เชียงใหม่ ภูเก็ต เกาะพีพี ใกล้กันด้วยหัวใจ [ตอน ๒]


อ่านเรื่องย้อนหลัง..ได้จากเมนูด้านขวามือค่ะ


    ตั้งใจว่าจะหาของขวัญเล็กๆ น้อยๆ มาเป็นรางวัล ในคำถามท้ายเรื่อง หลังจากนั้นจะปิดการเผยแพร่เอ็นทรี่ทั้งหมด ตั้งคำถาม ให้ตอบกันเล่นๆ  เฉลยเสร็จ ก็จะเปิดเอ็นทรี่สำหรัีบคนมาอ่านย้อนหลังเหมือนเดิม

ยังไงก็ลองอ่านกันให้ครบนะคะ แล้วมาร่วมสนุกกัน ติดตามให้ตลอดนะคะ..ติดตามให้ตลอดแล้วมาเล่นสนุกๆ กัน ณ วันที่ปิดเรื่อง เชียงใหม่ ภูเก็ต เกาะพีพี ใกล้กันด้วยหัวใจ..

ของรางวัลจะเป็นอะไร เดี๋ยวให้สีน้ำฟ้าไป "งม" หาในท้องทะเลอันดามัน แล้วจะมาแจ้งกันอีกครั้งนะคะ




        หลังจากเข้าที่พัก สามสาวคนละไซส์ เดินกลับออกมาอีกครั้ง เอาล่ะ ใคร ใคร่ กินอะไรก็สั่ง แต่ขอโทษ ด้วยความหน้ามืดตาลาย งานนี้ไม่มีภาพอาหารบนโต๊ะ ฝากภาพราดหน้าซีฟู้ดไว้ดูต่างหน้าก็แล้วกันค่ะ (แฮ่!!!)

 






      อาหารเต็มโต๊ะ ปรากฎว่าคนตัวเล็กที่สุด อย่างนางสาวเอ๋อ รับประทานเข้าไปมากที่สุด ส่วนน้องปุ้มปุ้ยที่น่าสงสาร ยังเกิดอาการ "เมา" ไม่หาย ไม่แน่ใจว่า เมาอะไร แต่ไม่สบายท้องแน่ๆ วันนี้ต่อให้อาหารวิเศษ เลิศรสแค่ไหน เธอก็บ้าย..บาย


กินไม่ได้(มาก) แต่ยังคุยได้มาก น้องปุ้มปุ้ยอยากพบ "มิสป่าตอง"  สอบถามได้ความว่า ดูมาจากรายการ คน ค้น คน 

มาค่ะ จะพาไปรู้จัก “มิสป่าตอง” ที่น้องปุ้มปุ้ยพูดถึง  ยังจำเมล์ฟอร์เวิร์ดภาพนี้ได้ไหมคะ ?







 
 ค่ะ .. นี่แหละเธอ  มิสป่าตอง ชื่อเสียงเรียงนามของเธอ ขจรไกลทั่วโลก ใครไป ใครมา พบเธอ ก็ตกหลุมรักเธออย่างไม่มีทางเลี่ยงได้

จากการอ่านประวัติในเว็บกระปุกดอทคอม ที่เรียบเรียงใหม่ ยิ่งทำให้สีน้ำฟ้าก็เป็นอีกคนที่อยากพบเธอ มิสป่าตอง

เรื่องของเธอ ออกอากาศ รายการคนค้นฅน วันอังคารที่ ๗ เมษายน ๒๕๕๒ เวลา ๒๒.๑๕ น. ทางโมเดิร์นไนน์ ทีวี   มิสป่าตอง สาวสวยที่หยุดอายุตัวเองไว้ที่ สิบแปดปี..

ลองเสริชจากกูเกิ้ล แล้วอ่านประวัติดูนะคะ มิสเป็นคนน่ารัก อัธยาศัยดี แม้เธอจะอายุเจ็ดสิบกว่าปี ไม่ได้ยอมแพ้ชีวิต ยังทำงานเอง เป็นคนที่รักป่าตองด้วยหัวใจจริงๆ

ใครที่สนใจ แต่ไม่อยากค้นหา สีน้ำฟ้าหาลิ้งค์มาให้แล้ว  ตามไปดู สาวสวย สิบแปดปีตลอดกาล ตามลิ้งค์ของกระปุก ที่รวบรวมคลิปวีดีโอของเธอไว้ ได้เลยค่ะ


http://hilight.kapook.com/view/35473



เชื่อเถอะ เธอน่ารัก แล้วคุณจะหลงรักมิสป่าตอง



       

อิ่มหนำสำราญกันแล้ว เรามองหามิสป่าตอง แต่ไม่มีโอกาสได้พบ  พบแต่แหล่งช้อปปิ้ง เสื้อผ้าแฟชั่นสวยๆ ราคาย่อมเยา จนน้องแอ้ม กับน้องปุ้มปุ้ย แทบจะหมดตัว.. นี่สีน้ำฟ้าว่าจะแอบไปกระซิบขอค่านายหน้าซะหน่อย แต่ปรากฎว่า แม่ค้ารู้ทัน

ตอนที่ไปพบเสื้อตัวหนึ่ง สวยถูกใจน้องแอ้ม  สีน้ำฟ้ากับเธอ ซุบซิบกุ๊กกิ๊ก เกี่ยงกัน ว่าใครจะเป็นคนต่อรองราคา  เราคุยกันเป็นภาษาเหนือ ในถิ่นใต้..

แต่ .. แหม ..

แม่ค้าคนงามที่อยู่หลังร้าน อยู่ตั้งไกล ส่งเสียงบอกว่า..

“สองร้อยซาวเจ้า บะต้องต่อแหล้ว”


แป่วแหว่ว.. คนบ้านเดียวกันเจ้า บะใจ้คนใต้   น้องมาเปิดฮ้าน(ร้าน) ตี้ป่าตองนี้เมิน(นาน) แล้วเจ้า.. ซะงั้นค้าบ พี่น้องค้าบ

จ่ายไป..จ่ายไป สองร้อยซาวก็สองร้อยซาว  ถ้าเทียบกับราคาเมืองกรุง  หรือราคาที่เชียงใหม่ ราคานี้ถือว่าราคาเดียวกัน ไม่มีชาร์จ

ตั้งใจจะเดินในถึงถนนบางลา  ถนนคนเดิน  ถนนสายที่เป็นที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมากที่สุด มีผับ บาร์ ร้านขายของ และเชื่อมต่อกับ “จังซีลอน”   จังซีลอนคือห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ โรบินสันกับคาร์ฟู รวมไว้ในบริเวณเดียวกัน เป็นแหล่งทำเงินอีกแห่งหนึ่งในป่าตอง

แต่เราได้แค่ตั้งใจ  เนื่องจากทุกคนเพลียจากการเดินทาง  สีน้ำฟ้ามาเรือ มาต่อรถ  ส่วนสองสาว มาเครื่องบิน ต่อด้วยรถอีก.. เราต่อไปพอเป็นพิธีในรู้ว่ามาเดินบนถนนสายป่าตอง ก็กลับเข้าที่พัก  เนื่องจากต้องตื่นแต่เช้า มาให้ทันเรือเที่ยวแรก แปดโมง  เดินกลับกันเถอะค่ะ  ดูวิวจากสองข้างทางนะคะ


ป้ายสีฟ้าๆ ร้านขายของแบบเดียวกันไหมเนี่ย ?

ติดกัน คั่นแค่ร้านเดียวเอง สงสัยจะขายดีมากๆ







...



..




        เรือออกแปดโมง เราต้องมาก่อน เนื่องจากว่าหากมาสาย ในเรือจะวุ่นวาย มีนักท่องเที่ยวแบบเช้าไปเย็นกลับ เดินขวักไขว่  แถมนักท่องเที่ยวแบบวันเดย์ทัวร์นี้ เป็นชาวจีน บางทีก็เกาหลี  เขาชอบเดินเหินกันเป็นกลุ่มๆ   เราจะแทรกตัวไปหาที่นั่งในเรือลำบาก

คืนนั้นเราตัดสินใจ โทรไปนัด “ฮอ.นกฮูก”  ส่วนตัวของน้องปุ้มปุ้ย ให้มารับตอนหกโมง  เพื่อจะได้มีเวลาเอ้อระเหย กว่าเรือจะออก..   จำได้ใช่ไหมคะ จากตอนที่แล้ว  ฮอนกฮูกส่วนตัว ก็คือ หนุ่มแท็กซี่ที่ไปรับสาวๆ จากสนามบินนั่นเอง  ขับรถทะเบียนนำหน้าด้วยฮอนกฮูก  เราก็เลยขอยืมมาล้อเล่นกัน โดยไม่ขออนุญาตพี่เขาก่อน 

น่า..เขาคงไม่มาอ่านเจอหรอก  อะไรจะบังเอิญขนาดนั้นเล่า.. ใช่ไหม?




เห็นมั้ย บอกแล้ว มาก่อน เราก็มีโอกาสครอบครองพื้นที่  งานนี้กดชัตเตอร์กันไม่ยั้ง แต่ขอโทษนะคะ สีน้ำฟ้าเป็นคนกด กล้องก็กล้องเจ้าแอ้ม รูปก็อยู่ที่เธอ มีเหลืออยู่ในกล้องสีน้ำฟ้าเท่านี้เองค่ะ





ค่ะ .. มาก่อนได้เปรียบค่ะ  เราช่วงชิงพื้นที่ เป็นแบล็คกราวในการถ่ายภาพกันนานเป็นชั่วโมง กว่านักท่องเที่ยวจะทยอยมา  วันนี้รู้สึกมีคนไทยด้วย  เรามาเรือซีแองเจิล  ออกแปดโมง 

กำหนดเวลาของเขาคือ มาส่งคนที่ซื้อตั๋วขาเดียวที่ท่าเรือเกาะพีพีก่อน  จากนั้นจึงจะพานักท่องเที่ยวที่ซื้อทัวร์เช้าไป เย็นกลับไปเล่นน้ำ

แล้วกลับมารับประทานอาหารที่เกาะ  จึงจะรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการกลับภูเก็ต  และนักท่องเที่ยวของตัวเองที่มีในเรือ  เรือออกจากท่า  บ่ายสองโมงสิบห้านาที..



 
ภาพที่ ๑ .. นักท่องเที่ยวในเรือ

ภาพที่ ๒ .. เห็นอยู่ลิบๆ นั่นคือเกาะพีพี

ภาพที่ ๓ .. ชะง่อนหินก่อนถึงเกาะ

ภาพที่ ๔ .. ทิวทัศน์มองจากกลางทะเล

ภาพที่ ๕ .. ท่าเทียบเรือ



และ นี่ค่ะ ภาพเต็มๆ ของท่าเรือเกาะพีพี










         เอาล่ะ.. ถึงกันแล้ว ท่าเรือเกาะพีพี  
เกือบสองชั่วโมง นั่งหลับ สลับกับคุยกันตลอดทาง
 
อะโห.. โหดร้ายกับชีวิตจริงๆ  ภาพประกอบจะโผล่อีกที ตอนเราไปเที่ยวเรือเลยล่ะค่ะ  งานนี้เขียนจากความทรงจำ ตามประสาคนขี้เกียจจดนะคะ



จากท่าเรือเราตะเกียกตะกายขึ้นจากเรือ  ที่เรียกว่าตะเกียกตะกาย เพราะสีน้ำฟ้าเองนี่แหละ ซื้อของเยอะ ทำให้หามกันหนักเอาการทีเดียว ไหนจะกระเป๋าเสื้อผ้า  ปรากฎว่า ลีมูซีนส่วนตัวที่เคยรับ-ส่ง สีน้ำฟ้าประจำ ปรากฎว่าเขาหยุดงาน จึงกลับขึ้นฝั่งไปเยี่ยมบ้าน


จำลีมูซีนได้ไหมคะ.. เดี๋ยวค้นภาพเก่ามาให้ดูกัน







      ทำไงกันดีล่ะ ?????  ถ้าจะให้ลากข้าวของทั้งหมดจากท่าเรือมาถึงบ้านนี่ไม่ใช่เล่นเลยนะคะ  คุยโวไว้ว่าที่นี่คือ "บ้าน"  ดังนั้นเจ้าบ้านจะเสียหน้าไม่ได้เด็ดขาด

พอถึงฝั่งก็หา “เกี่ยว” เอาแถวๆ นั้น ตกลงเราพบผู้โชคร้ายจนได้แหละค่ะ ถิ่นเรานี่นา จะเสียหน้าแขกมาเยือนได้อย่างไร

ก็คือน้องที่ไปรับลูกค้าของโรงแรม โรงแรมนั้นอยู่ใกล้บ้าน เรียกว่าทางเดียวกัน เสร็จกี๋  ทางเดียวกันเขาให้ไปด้วยกัน เพื่อความประหยัด ณ ที่นี่ รถเข็นสองล้อ  คนเข็น เข็นไป  คนเดินตามประหยัดพลังงาน ฮาฮา

เนื่องจากน้องคนขับลีมูซีน รู้ทางอยู่แล้ว และรู้จักว่าร้านสีน้ำฟ้าอยู่จุดไหน ไม่ต้องห่วงของค่ะ  ปล่อยเขาไป...ปล่อยเขาไป  ให้น้องเขาเดินตามสบาย  เอ๊ะ..หรือให้เราเดินตามสบาย ฮี่ฮี่



แทนที่จะเดินเส้นทางที่ผ่านตลาด เราเดินตัดทาง ผ่านพื้นที่ของโรงแรมพีพีชาลี  ซึ่งมีรอยต่อกับโรงแรมพีพีพริ้นเซส  เพื่อไปทักทาย “เจ้าป้า”  นั่นคือ บล็อกเกอร์บลูอันดามัน หรือป้าขวัญ  ซึ่งวันนี้ป้ายังอยู่ในเวลางาน  ป้าลาหยุดเพื่อต้อนรับสองสาวนี้ไว้สองวัน.. โดยลาวันพรุ่งนี้กับมะรืน


ทักทายป้าเสร็จ  เราไปทักพี่จันทร์จ๋า ณ ร้านมาดามเรสโต้ ศูนย์บัญชาการกลาง  ทักกันแค่พอหอมปากหอมคอ ไม่ทันได้แย่งกันพูด กินข้าวกันไปมื้อหนึ่งมั๊ง จำไม่ได้ ไม่มีรูปถ่ายเป็นหลักฐานค่ะ


รู้แต่ว่าต้องทำเวลา เนื่องจากต้องพากิ๊กเขาไปเจอกันก่อน น้านพ (กระบี่ทูเดย์) อุตส่าห์โกนหนวด โกนเครา ทำหล่อ ไว้รอสาวๆ  อ้ะอ๊า.. ปกติน้านพก็หล่ออยู่แล้วนะคะ ขอยืนยัน  หลายๆ คนได้พบเอง และหลายๆ คนคงได้เห็นภาพไปแล้ว น้านพตัวเล็กๆ น่ารัก  (ฮา.. ไม่ยอกันเอง แล้วจะให้ไปยอใคร้..ฮ่าๆๆ  ขอหัวเราะเต็มเสียงแบบเบรกไม่อยู่สักที)


ก็ คู่กุ๊กกิ๊ก  น้านพกับน้องแอ้ม พบกันแป๊ปเดียว  ได้สวัสดี และได้คุยกันนับคำได้  จากนั้นก็ต้องรีบออกไปที่ศูนย์บัญชาการกลางอีก  เราต้องไปออกทริป  เรือซันเซส  เริ่มบ่ายสอง กลับเข้าฝั่งหนึ่งทุ่ม



งานนี้สีน้ำฟ้าออกตั๋วที่ร้านไป  เอก หนุ่มน้อยเจ้าของเรือ เก็บตั๋วไปเฉพาะของน้องปุ้มปุ้ย กับน้องแอ้ม ส่วนที่แอบแฝง  ก็มี สีน้ำฟ้า ป้าบลูแอน (บลูอันดามัน)  และพี่จันทร์จ๋า  สามคนนี้ได้อาศัยฟรี

ในเรือ เนื่องจากเป็นวันหยุดช่วงวันรัฐธรรมนูญ  ดังนั้นเราจึงพบ พี่ๆ น้องๆ ทีมงานธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาย่อยเกาะพีพี  และน้องจากทีมงานของบริษัทเดินเรือ ชาวเกาะกรุ๊ป  กลายเป็นคนไทยกลุ่มใหญ่  พอสู้ฝรั่งได้สูสีค่ะ  เรียกว่าเสียงเวลาคุย เสียงหัวเราะเวลาเฮฮา ดังไม่แพ้กัน


 
     เนื่องจากว่า มากันคนละทาง  พี่จันทร์จ๋ามาคนเดียว  ป้าบลูแอนมาจากออฟฟิศ   เราสามคนจึงมาถึงก่อนเวลา  พอก่อนเวลาก็เลยพากันไปซื้อส้มตำ  ฮาฮา อาหารยอดฮิตของหมู่เฮา สาวๆ

รอไป รอมา ปรากฎว่ากว่าจะได้ส้มตำ กลายเป็นเราไปช้าซะนี่  แต่ก็ไม่ได้ช้าที่สุด  เพราะยังมีคนมาที่โหล่


เรือเริ่มออกจากท่าเรือ  ไกด์เริ่มทำงาน  อธิบายถึงจุดที่เราจะจอด อันดับแรกเป็นอ่าวสามหาด  หรือเรียกกันติดปากไปเสียแล้วว่าอ่าวลิง  เพราะที่สามหาดนี้ ลิงอาศัยอยู่มาก  และจะลงมาเล่นกันริมหาด เนื่องจากนักท่องเที่ยวมักมีกล้วย ขนมปัง  ติดมือไปฝากเสมอๆ

เรือจะจอดรอเราอยู่กลางทะเล  สำหรับใครที่ชอบว่ายน้ำ น้องๆ ในทีมงานจะแจ้งว่า คุณสามารถกระโดดจากชั้นสองของเรือ แล้วว่ายเข้าฝั่ง ไม่ไกล  ฝรั่งโดดกันตูมๆ  ว่ายไปน่าสนุก  ใครที่ไม่ว่ายก็ไปเรือเล็ก  เป็นเรือยนต์เรียกกันว่า “ดิงกี้”  นั่งได้ประมาณสิบกว่าคน  ไปจอดให้ถึงริมหาด

ใครไม่ไปก็รอในเรือ  จะเห็นได้ว่า สีน้ำฟ้าลักไก่มาหลายตอนแล้ว  ไม่ได้ลงไปที่อ่าวสามหาดนี้  หนนี้ไฟท์บังคับค่ะ  ไม่ลงสาวๆ จะไม่มีตากล้อง  ได้ยินเสียงอ้อนมาอย่างนั้น  แต่ประมาณว่าเจ้จันทร์จ๋าเนี่ย เป็นอะไรที่  ข้าไป แกต้องไป  ต้องร่วมหัวจมท้ายว่างั้นเหอะ


นั่งใจตุ้มๆ ต่อมๆ  ในเรือเล็กไป  แหะ แหะ ความลับเผยแล้ว อ้ายที่มักไม่ไปกับเขา เพราะกลัวการนั่งเรือเล็ก  หนึ่ง ว่ายน้ำไม่เป็น  สอง วันก่อนนั่งเรือเล็กนี่แหละ ขาที่ว่าเรือเล็กเทียบเรือใหญ่  คลื่นมันแรง น้ำกระเพื่อมแรงมาก  อารามตกใจกลัว เราก็คว้าบันไดเรือใหญ่ไว้

แต่คว้าพลาด หัวทิ่ม  ตกอยู่ในเรือ  ก็ยังดีที่ไม่ตกน้ำ หยา.. นึกสภาพตกลงไปแล้วสำลักน้ำทะเลเค็มๆ มันไม่น่าสนุกแน่ๆ ค่ะ  เพราะในวันเดียวกันที่ว่านี้  มีฝรั่ง นักท่องเที่ยวคนหนึ่ง ตกลงไปในน้ำ เธอ (ผู้หญิง) ว่ายน้ำไม่เป็น  แม้ว่าคนอื่นๆ จะช่วยคว้าตัวเธอไว้ ไม่ให้จมน้ำ  แต่ก็สำลักไปหลายอึก หน้าตาแดง ตัวสั่น ด้วยความกลัว  ความกลัวของคนว่ายน้ำไม่เป็น..  ว่ากันลำบากค่ะ




        อย่างไรก็ตาม วันนี้ไม่รอด  เจ้ไป  ป้าไป น้องแอ้มไป แต่น้องปุ้มปุ้ยสิ ไม่ไป  ยินดีลอยคอ  เอ๊ย  รอยคอ..รอคอย อยู่บนเรือใหญ่ 

ไปค่ะ.. ไปก็ไป  เราต้องฝากกล้องไปกับทางเรือ  เขาจะใส่กล่อง  แล้วใส่ถุงกันน้ำให้  เพื่อป้องกันกล้องถ่ายภาพเสียหาย เวลามีอุบัติเหตุทางน้ำ  เช่นเรือเล็กล่ม   แต่ไม่เคยมีนะคะ  ไม่เคยมี  ป้องกันไว้ก่อนเท่านั้นเอง  ไม่ต้องกลัวค่ะ  ไม่ต้องกลัว

เราลงเรือเล็กไปจอดที่หาด  ลงจากเรือ  เขาก็เปิดปากถุง  เปิดกล่อง  แจกกล้อง  ปล่อยเราๆ  ตามอัธยาศัย ..  เราก็เลยตามอัธยาศัยกันจริงๆ ค่ะ  ใคร ใคร่ถ่ายรูป ก็กดชัตเตอร์เข้าไป  ใครที่เล่นน้ำก็เล่นไป  น้องแอ้มยืนคุยกับพี่ เจ้าหน้าที่จากธนาคารกรุงศรีฯ  ท่าทางจะสนุก  มือไม้เริ่ม กรีดกรายออกมาเป็นฉากประกอบแล้ว  




...










จ่อเป้าหมาย ระยะเผาขนเลยเหมือนกันนะคะ เนี่ย







นี่คือ เรือดิงกี้ ที่ว่าค่ะ  รับน้ำหนักได้มากทีเดียว


...



     ภาพที่ภูมิใจชี้(นิ้วสั่ง)โดย พี่จันทร์จ๋า.. พยายามซูมกับกล้องดิจิตอลหน้อย .. หน้อย  ของสีน้ำฟ้าค่ะ





 
 ได้เวลาอันสมควร เรือก็เรียกเรากลับ  กลับไปขึ้นเรือใหญ่  ปิดท้ายไว้ด้วยภาพสาวๆ  ที่กำลังสดใสได้ที่  นางเอกของตอนนี้.. ทั้งสี่ค่ะ  ขออภัย  รูปน้องปุ้มปุ้ยไม่ชัด เพราะมีในกล้องแค่นี้จริงๆ  เอาไว้ คราวหน้าจะหามุมสวยกว่านี้มากฝากนะคะ







แล้วพบกันค่ะ

สีน้ำฟ้า
 

โดย สีน้ำฟ้า

 

กลับไปที่ www.oknation.net