วันที่ ศุกร์ มกราคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

คริสต์มาส สีสันแสนงามในถ้วยแก้วรวมมิตร


คริสต์มาส   Christmas  :  สีสันแสนงามแห่งถ้วยแก้วรวมมิตร

                                                                                   

                เทศกาลคริสต์มาสเป็นจิตวิญญาณของผู้คนเกือบทั้งโลกไปแล้วในปัจจุบัน  ใครที่ไม่รู้จักก็คงเชยสุดเลยละ

                ในเมืองไทยเองซึ่งเป็นดินแดนที่ผสมผสานเอาประเพณี ความเชื่อ หลากหลายมาผนวกไว้เป็นของตนราวกับรวมมิตรหลากสี รสหวาน มัน เย็นสดชื่นในถ้วยแก้วเจียระไนแสนงามกระนั้น  พอถึงฤดูกาลก็มีการเตรียมการเฉลิมฉลองต้อนรับเทศกาลคริสต์มาสกันทั่วไปไม่ว่าในกรุง ในห้าง   ต่างจังหวัด  หรืออาจแม้กระทั่งหมู่บ้านเล็ก ๆ มุมใดมุมหนึ่งของประเทศไทย

                เอื้อยนาง  เมื่อครั้งยังเป็นครู  เคยไปสอนที่โรงเรียนในหมู่บ้านเล็ก ๆ ชุมชนชาวคริสต์ริมฝั่งแม่น้ำมูล  ทุกปีพอใกล้วันคริสต์มาสโรงเรียนแทบร้างกันเลย   เพราะเด็ก ๆ ต่างพร้อมใจกันลากิจ

ไปเตรียมการ  เตรียมตัว  ให้พร้อมก่อนวันสำคัญนั้นจะมาถึง

                “หนูจะไปตลาดเมืองวารินกับแม่  ซื้อเสื้อผ้าใหม่  ชุดใหม่ไว้ใส่ในวันคริสต์มาส”

                “หนูจะต้องอยู่บ้าน  เลี้ยงน้อง  แม่กับยายไม่ว่าง ต้องทำข้าวหนมข้าวต้ม”

                “ผมต้องซ้อมละคร  ตอนกำเนิดพระกุมาร ที่จะแสดงในคืนวันที่ ๒๔ นี้”

                “พวกหนูก็จะซ้อมรำ  ซ้อมฟ้อน เพื่อเข้าขบวนแห่ด้วย”

                .......

                เหตุผลมากมาย  สรุปแล้วก็คือภารกิจใหญ่หลวงเกินกว่าจะมาโรงเรียนได้  คุณครูอย่ามาห้ามซะให้ยาก  งานนี้พ่อแม่ผู้ปกครองก็เป็นกันทั้งหมู่บ้านอยู่แล้ว  ครูก็ได้แต่ยอมแพ้และเข้าร่วมกิจกรรมชุมชนด้วยเท่านั้นเอง  ได้เรียนรู้วิถีชีวิต  วิถีคริสต์ในอีสานด้วย

                หะแรกก็ได้แต่แปลกใจ  ตื่นตา  ตามประสาคนตาตื่นอย่างเอื้อยนางละ เห็นการประดิษฐ์ดาวด้วยกระดาษหลากสีแพรวพราว  เห็นการประกวดดาว  ขบวนแห่ดาว  ประดับดาวตามบ้านเรือนระยิบระยับ   เห็นการทำต้นเงิน(บริจาค)แบบต้นบุญผ้าป่า  บุญกฐิน  บุญพระเวสสันดร  เห็นชาวบ้านหอบหมอนขิดลายสวยไปทำบุญวันคริสต์มาส  ก็ให้แปลกใจ และได้ข้อสรุปว่านี่คือความผสมกลมกลืนแห่งวัฒนธรรม  ความงามล้ำแห่งถ้วยแก้วรวมมิตร

                ครั้นได้ไปอยู่ทัสมาเนีย(รัฐทางใต้ของออสเตรเลีย)หลายปี  ได้เห็นท่าน “ซานตาคลอส” มาเดินแจกของท่ามกลางแสงแดดเปรี้ยงแห่งฤดูร้อนของโลกใต้ที่แดดใสผ่องส่องจ้าตั้งแต่ตีสี่ไปจนถึงสี่ห้าทุ่มของแต่ละวัน  เหลือเวลากลางคืนสี่ห้าชั่วโมงในแต่ละวัน  ก็ให้ประหลาดใจอีก  เด็ก ๆ ที่นั่นวาดรูปท่านซานต้าขี่ม้าแทนกวางเรนเดียร์ที่เราเคยรับรู้ในตำนานเชียวหละ

                แม้ไม่ใช่ชาวคริสต์  แต่เราก็มีเพื่อน มีพี่ มีน้อง มีลูกศิษย์ลูกหานับถือศาสนาคริสต์อยู่รอบ ๆ ตัวเรา  ปัจจุบันเจ้าอิ๊กคิวหลานจอมซนก็เรียนอยู่ในโรงเรียนในอุปถัมภ์ของคริสตจักร  ดังนั้น ตำนานและเทศกาลวันคริสต์มาสในสังคมนี้จึงไม่ใช่เรื่องแปลก  และจินตนาการถึงวันคริสต์มาส  ถึงซานตาคลอส  ก็คือความหนาวเย็น ซานตาคลอสจะเดินทางไปที่ใด ๆ ด้วยล้อเลื่อนที่มีกวางเรนเดียร์ ลากลิ่วลอยไปในปุยหิมะ

                ตามตำนานนั้นว่า  วันคริสต์มาส คือวันที่ ๒๕ ธันวาคม เป็นวันประสูติของพระเยซูเจ้า  ดังนั้นชาวคริสต์จะจัดงานเฉลิมฉลองวันสำคัญนี้  และถือเป็นเทศกาลสำคัญของปี  ต่อเนื่องกับปีใหม่    ครอบครัวที่สมาชิกอยู่ห่างไกลกันได้เวลามาร่วมเฉลิมฉลอง 

คุณยาย คุณย่า  คุณตา  คุณทวด  ที่อยู่เดียวดายก็ได้เวลาจัดบ้านไว้คอยลูกหลาน  ส่งของขวัญ  เขียนคำอวยพร  Merry  Christmas  สุขสันต์วันคริสต์มาส  เสียงเพลงเมอรรี่คริสต์มาสในทำนองจังหวะสนุก ๆ จะดังก้องตลอดสัปดาห์แห่งเทศกาล  ทุกคนจะเตรียมของขวัญจากใจเตรียมไว้ให้คนที่ตนรัก  วางไว้ตามต้น  หรือกิ่งก้านของต้นคริสต์มาส  ซึ่งนิยมใช้ต้นสน  นำมาประดับประดาสีสันแพรวพราว 

 

                ในชุมชนเมืองเล็ก ๆ อย่าง St.Helens  Tasmania  ช่วงเวลาแห่งเทศกาลนี้จะมีการจัดงานของกลุ่มโน้น  สโมสรนี้  ครอบครัวนั้น หมุนเวียนผลัดเปลี่ยนกันเป็นแขก เป็นเจ้าภาพไปแทบทุกวัน  ต่อเนื่องจนถึงปีใหม่  เป็นช่วงวันหยุดยาวของผู้คน  เย็น ๆ จะมีผู้แต่งเป็นซานตาคลอส(มีทั้งหญิง และชาย)สะพายถุงออกเดินแจกของขวัญ  ทักทาย ไปเคาะประตูบ้าน ร้านค้า  หรือประตูห้องที่กำลังจัดงานเลี้ยง  ที่อาจมีทั้งชาวคริสต์  ชาวพุทธ  และอื่น ๆ รวมกันอยู่ให้กรี๊ดกร๊าดผสานเสียงหัวเราะกันลั่นไป

                จ๊ะ...เอ๋...เมอรรี่คริสต์มาส

                ดูเหมือนใคร ๆ ก็รัก  ใคร ๆ ก็กรี๊ดท่านซานต้าผู้เหงื่อแตกเหงื่อแตนอยู่ภายใต้ชุดคลุมสีแดงหนาๆ ท่ามกลางแสงจ้าแห่งฤดูร้อนนี่เหลือเกินละ

                Merry  Christmas              นะคะ

๐๐๐๐๐๐๐

                 

 

 

โดย เอื้อยนาง

 

กลับไปที่ www.oknation.net