วันที่ อาทิตย์ มกราคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ดื่มกินเวลา สามร้อยหกสิบห้าวัน (ความสุขที่รัก)


ดื่มกินเวลา สามร้อยหกสิบห้าวัน

๑.

มกราคมคำนึง คิดถึงธันวาคมคำนวณ ต้นปี ปลายปี เพียงห่างไกลหลายช่วงเดือน แต่กลับใกล้กันยิ่งในพรมแดนของเวลา

                 ธันวาคม – พุทธศักราชสองพันห้าร้อยห้าสิบเอ็ด สู่มกราคม – พุทธศักราชสองพันห้าร้อยห้าสิบสอง สอดคล้องคำนึงและคำนวณ เกลื่อนกล่นรอยเท้าสมมติแห่งเก่าไปใหม่มา

                เดือนอ้ายย่างย้ายเดือนยี่ บุญเข้ากรรมสู่บุญคูณลาน บุญข้าวจี่เดือนสาม บุญผเวสเดือนสี่ บุญสงกรานต์เดือนห้า บุญบั้งไฟเดือนหก บุญซำฮะเดือนเจ็ด บุญเข้าพรรษาเดือนแปด บุญข้าวประดับดินเดือนเก้า บุญข้าวสากเดือนสิบ บุญออกพรรษาเดือนสิบเอ็ด บุญกฐินเดือนสิบสอง...

                มกราคมคำนึง ก่อนกุมภาพันธ์รำพึง ก่อนมีนาคมรำพัน ก่อนเมษายนระยับแดด ก่อนพฤษภาคมพรมพิรุณ ก่อนมิถุนายนระย้าเมฆ ก่อนกรกฎาคมเคียงดิน ก่อนสิงหาคมคืนธาร ก่อนกันยายนยอจันทร์ ก่อนตุลาคมลมร่ำ ก่อนพฤศจิกายนยลหนาว ก่อนธันวาคมคำนวณ...

                ก่อนกุมภาพันธ์มาฆะ ก่อนพฤษภาคมวิสาขะ ก่อนกรกฎาคมอาสาฬหะ...

                ก่อนอาทิตย์ ก่อนจันทร์ ก่อนอังคาร ก่อนพุธ ก่อนพฤหัสบดี ก่อนศุกร์ ก่อนเสาร์...

                ก่อนทิวา ก่อนราตรี ก่อนข้างขึ้น ก่อนข้างแรม...

ก่อนเสี้ยวเวลา ก่อนห้วงเวลา ก่อนตลอดเวลา...

                เพลงบาปเขย่าขวัญข้าฯ เพลงบาปเขย่าขวัญท่าน

                เพลงบุญกล่อมขวัญท่าน เพลงบุญกล่อมขวัญข้าฯ

 

๒.

“เวลาย่อมกัดกินสรรพสัตว์กับทั้งตัวมันเอง” เวลาแทะเวลา เวลาแทะนาฬิกา เวลาแทะชีวา

                กล่าวกันนั่นแล้ว ในปลายเปลวเวลา ในหยดหยาดเวลา ในพสุธาเวลา ในพรมแดนเวลา

                ต่างแบกสัมภาระบนหลังไหล่ สัญจรไปในดงโลก แวดล้อมเพื่อนชีวิต ผจญภัยเกิด แก่ เจ็บ ตาย ไต่เดินตามรอยตะเข็บจริงฝัน ประเดี๋ยววัน ประเดี๋ยวคืน ยามค่ำเหมือนปากอุโมงค์ ยามเช้าเหมือนปลายอุโมงค์ เข้าอุโมงค์ค่ำหนึ่ง ออกอุโมงค์เช้าหนึ่ง เข้าๆ ออกๆ ลอกคราบตัวเอง ในอุโมงค์เวลา พบตัวเองเหลืออยู่เท่านี้ ในระหว่างปฏิบัติการกัดกินของเวลา

                แม้นอนหลับ เวลาไม่ยอมหลับ นาฬิกาตาย เวลาไม่ยอมตาย ฆ่าเวลา เวลายังอยู่...

                เดี๋ยวศุกร์ เดี๋ยวเสาร์ เดี๋ยวอาทิตย์ เดี๋ยวจันทร์ เดี๋ยวอังคาร เดี่ยวพุธ เดี๋ยวพฤหัสบดี...

                กินมกราคม ดื่มกุมภาพันธ์ จิบมีนาคม อาบเมษายน ละเลียดพฤษภาคม...

แกล้มมิถุนายน กินกรกฎาคม ดื่มสิงหาคม จิบกันยายน ละเลียดตุลาคม...

กินพฤศจิกายน ดื่มธันวาคม...

๓.

เพลงบาป เพลงบุญ เพลงคุณ เพลงโทษ เพลงเมตตา เพลงทารุณ เพลงอบอุ่น เพลงเหน็บหนาว

                รอยยิ้มมกราคม สนทานารอยน้ำตากุมภาพันธ์ วิสาสะรอยหัวเราะหัวใคร่มีนาคม สรวลเสรอยเฮฮาเมษายน เขินอายรอยละไมพฤษภาคม รู้สึกผิดรอยร้อนมิถุนายน พึงพอใจรอยผลิบานกรกฎาคม หวั่นไหวรอยเวทนาสิงหาคม ขุ่นขึ้งรอยแยกกันยายน โศกาลัยรอยแผลตุลาคม กังขารอยยับพฤศจิกายน วาดหวังรอยสุดท้ายธันวาคม...

                ...ธันวาคมคำนึง มกราคมคำนวณ บ้านเมืองรำพึง ผู้คนรำพัน...

                วันนี้วันที่เท่าไหร่ วันนี้วันอะไร เดือนนี้เดือนอะไร ปีนี้ปีไหน

                ปุจฉา “ตอนนี้เวลาเท่าไหร่แล้วท่าน” 

วิสัชนา “ขอโทษ! ไม่รู้เหมือนกัน นาฬิกาตาย

นาฬิกาตาย เวลาไม่ยอมตาย มันทำหน้าที่ของมัน กัด กิน ดื่ม แทะ เล็ม จิบ ละเลียด...

ปุจฉา “อะไรเอ่ย เสียป่าได้นา! เสียเกศาได้หน้าผาก[1]

วิสัชนา “ผลงานของเวลา

ผลงานของเวลา บันทึกไว้ทุกใบหน้าชีวิต เพียงท่านมองข้าฯ เพียงข้าฯ มองท่าน ล้วนพบผลงานของเวลาอันมิอาจปฏิเสธได้

ผลงานของเวลา เป็นผลงานที่สมควรได้รับรางวัลเกียรติยศใดจากชีวิต

 

๔.

ปลายธันวาคม ต้นมกราคม ปลายปีเก่า ต้นปีใหม่ ชีวิตกินดื่มปลื้มสุข ลืมทุกข์ไว้ใต้หมอน

                ก่อนล้มตัวลงนอน ก่อนตื่นเช้าขึ้นมา พบว่าทุกข์นั่นเองเป็นผู้ร้องปลุก...

                ต่างแบกสัมภาระบนหลังไหล่ หนักเบาหรืออาจเท่ากัน คนจนหนักแบบคนจน คนรวยหนักแบบคนรวย ชาวบ้านหนักแบบชาวบ้าน ปัญญาชนหนักแบบปัญญาชน พ่อค้าหนักแบบพ่อค้า นักการเมืองหนักแบบนักการเมือง คนชั่วหนักแบบคนชั่ว คนดีหนักแบบคนดี เด็กหนักแบบเด็ก คนแก่หนักแบบคนแก่ ดาราหนักแบบดารา ครูหนักแบบครู พระหนักแบบพระ ฯลฯ

                ...คนรู้จักพอหนักแบบคนรู้จักพอ คนไม่รู้จักพอหนักแบบคนไม่รู้จักพอ...

                พสุธาเวลา สมมติเขตพรมแดนจำได้หมายรู้ ชีวิตคือนักเดินทางจากผืนพสุธาเวลาหนึ่งสู่ผืนพสุธาเวลาหนึ่ง ชีวิตเพียงตื่นและเต้นเสมอเมื่อได้ข้ามพรมแดนวัน พรมแดนเดือน พรมแดนปี

                พสุธาเวลา ปีหนึ่งเพียงสามร้อยหกสิบห้าวันเท่านั้นเอง

                พสุธาเวลา ปีหนึ่งเพียงสิบสองเดือนเท่านั้นเอง

                พสุธาเวลา เดือนหนึ่งเพียงสักสามสิบวันเท่านั้นเอง

                พสุธาเวลา วันหนึ่งเพียงยี่สิบสี่ชั่วโมงเท่านั้นเอง

                พสุธาเวลา ขณะหนึ่งเบื้องหน้าชีวิตยามนี้ คือหน่วยย่อยของวัน เดือน ปี นิรันดร

                มกราคมของท่าน กุมภาพันธ์ของข้าฯ หรือสัดส่วนของเวลา ข้าฯ กับท่านล้วนได้รับเท่ากัน สัดส่วนของรวดร้าวและรื่นรมย์ต่างหาก ที่ดูจะต่างกันยิ่งในรสชาติดื่มกิน

                ชีวิตกับเวลา หาใช่ของเหลวในจอกสุรา แต่หากท่านปรารถนาปรุงสุราสักรสชาติหนึ่ง ท่านอาจย้อนสามร้อยหกสิบห้าวันของปีเก่า ไปเก็บสูตรยาทั้งรัก ทั้งชัง ทั้งหวาน ทั้งขมขื่น มาเป็นสมุนไพรดองสุราพิเศษ เพื่อดื่มกินเฉลิมฉลองบุญเวลา ในวารดิถีปีใหม่

                ได้ที่ดีแล้ว รินเพื่อมิตรสหายผู้ระทมทุกข์ของท่าน รินเพื่อบ้านเมืองอันหมองหม่นของท่าน รินเพื่อตัวท่านเองผู้ปรารถนาชีวิตที่ดีกว่า รินสุราจากไหเวลา รินสุราจากไหชีวา...

                ...อันว่าสุราพิเศษนั้น แม้รสชาติเด็ดขาดนัก แต่บางที ใบหน้าเราอาจต้องเหยเกไม่น้อย...

 

ศุกร์ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๕๑

เนชั่นสุดสัปดาห์

 

ข้อเขียนนี้  เขียนเมื่อส่งท้ายปีเก่า  สวัสดีปีใหม่  ๒๕๕๑ - ๒๕๕๒

ก่อนถูกนำไปรวบรวมไว้ใน “ความสุขที่รัก”

หนังสือเล่มใหม่เครือมอมรินทร์

นำมาฝากอ่านอีกครั้ง

ร่วมสวัสดี ๒๕๕๒ - ๒๕๕๓   



โดย ไพวรินทร์

 

กลับไปที่ www.oknation.net