วันที่ จันทร์ มกราคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

พลิกปูมรังนกอีแอ่นท้องทะเลตรัง ตอนที่ 3 (จบ)


เหตุแห่งวิกฤติ

หายไปทบทวนข้อมูล 2 วัน เพื่อความชัดเจน เพราะจนถึง ขณะนี้วิกฤติรังนกอีแอ่นท้องทะเลตรัง ขุมทรัพย์พันล้านตามธรรมชาติ แต่เมื่อขาดการเอาใจใส่จริงจัง ปล่อยปละละเลยกันชนิดที่เรียกว่า "ไม่เห็นคุณค่า" ทำให้วันนี้นกอีแอ่นที่เคยขยายพันธุ์ต่อเนื่อง กำลังเข้าสู่ยุคที่เรียกว่ากำลังสูญพันธุ์ ทำให้การเรียกผู้ประมูลเพื่อรับสัมปทานถึง 5 ครั้ง ก็ไม่มีใครสู้ราคา....เพราะเชื่อว่าปริมาณรังนกลดลง และขาดทุนแน่นอนจากราคากลางที่มีการวางไว้

สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดวิกฤติ คือการรบกวนแหล่งอาศัยของนกอีแอ่นด้วยวิธีการหลายรูปแบบ แต่ที่น่ากลัวและผิดเงื่อนไขสัญญาตลอดหลายปีที่ผ่านมาคือ การลักลอบเข้าไปเปิดรีสอร์ทที่พักของเอกชน ในเขตสัมปทาน ซึ่งถือว่าผิดสัญญาร้ายแรง โดยไม่มีใครยื่นมือเข้าไปจัดการเด็ดขาด

อีกประการคือ การจัดเก็บที่ต้องทำเป็นรูปแบบขั้นตอน อิงธรรมชาติของนกอีกแอ่นอย่างในอดีตทำกันตามสัญญาหรือไม่ นั่นคือ การจัดเก็บในรอบที่ 1 และ รอบที่ 2 ก่อนที่นกจะวางไข่ และเมื่อนกอีแอ่นทำรังในรอบที่ 3 จะต้องหยุดเก็บเพื่อให้ลูกนกฟักไข่ และดูแลตัวเองได้ จึงจะจัดเก็บ แน่นอนว่ารังนกอีแอ่นรอบ 3 จะต้องทำใจเพราะราคาจะต่ำ เนื่องจากคุณภาพรังนกอีแอ่นจะเต็มไปด้วยเลือด ขี้นก ขนนก

นั่นคือการเก็บรังนกอีแอ่นที่ถูกต้องตามระเบียบ และเข้าถึงธรรมชาติ รักษาวงจรชีวิตของนกอีแอ่นเอาไว้ แน่นอนว่าเรื่องเหล่านี้ไม่มีใครเข้าไปกำกับดูแลใกล้ชิดได้ แต่ขึ้นอยู่กับสำนึกความรับผิดชอบของผู้รับสัมปทานเอง เมื่อไม่มีสำนึกความรับผิดชอบ รังนกในรอบสุดท้ายไม่มีการละเว้น การขยายพันธุ์ของนกอีแอ่นก็ชะงัก ลูกนกถูกทำลาย แล้วจะมีพันธุ์นกเพิ่มขึ้นได้อย่างไร

น่าจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับวิกฤติรังนกอีแอ่นในท้องทะเลตรัง !!!

ผู้ที่มีประสบการณ์รับจ้างจัดเก็บรังนกอีแอ่น ที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน ส่วนใหญ่มีพื้นเพอยู่ในพื้นที่เกาะลิบง อ.กันตัง จะรู้ทุกซอกหลืบถ้ำในทุกๆเกาะของท้องทะเลตรัง โดยไม่ต้องกางแผนที่

ย้อนหลังไป 10 กว่าปี เกาะหลาวเหลียง มีถ้ำใหญ่แหล่งอาศัยของนกอีแอ่น จะเก็บกันทีละรังทีละชิ้นไม่ได้ เพราะไม่ทันเวลา แต่จะใช้อุปกรณ์ที่เรีกยกว่าคราดกวาดลงจากผนังถ้ำ แล้วจึงกวาดใส่กระสอบออกจากถ้ำ ปริมาณปีละไม่ต่ำกว่า 300 กิโลอย่างแน่นอน ส่วนถ้ำบางแห่งเป็นซอกเล็กๆ ต้องใช้คนตัวเล็กหรือเด็กเท่านั้นที่จะเข้าออกได้

การเก็บรังนกอีแอ่นของคนในท้องทะเลแถบนี้จึงสืบทอดกันมารุ่นต่อรุ่น และยิ่งกว่าการผจญภัย รุ่งเช้าต้องออกจากที่พักหรือทับ สำหรับเฝ้ารังนกอีกอ่น ซึ่งทำกันไว้เป็นจุดๆ ก่อนจะนำอุปกรณ์เพียงไม่กี่ชิ้นติดตัวไป เช่นไฟฉาย ส่วนเสบียงคนเก็บรังนกโบราณไม่นำติดตัวเพราะจะเป็นภาระ จะอาศัยเก็บรังนกสดๆกินในถ้ำ ว่ากันว่ารังนกอีแอ่นเพียงรังเดียวสามารถประทังชีวิตไปได้ทั้งวัน

ผู้เฒ่าคนหนึ่งเล่าถึงวิธีของพวกหัวขโมยที่อาจจะแฝงตัวมากับคนรับจ้างเก็บรังนกอีแอ่น ก่อนลงจากถ้ำจะเปิดกระบอกไฟฉายแล้วนำเอาถ่ายไปฉายทิ้งลงทะเล จากนั้นจึงนำรังนกยัดเข้าไปแทบ เพราะรังนกสดๆจะนิ่มยัดเข้าไปในกระบอกไฟฉายได้ไม่น้อย บางคนยัดไว้ในถุงเท้า หรือกางเกงใน แต่ส่วนใหญ่ไม่รอดสายตาเมื่อถูกตรวจค้น เพียงแต่บอกเล่าเป็นประสบการณ์

ในอดีตก่อนเมื่อเข้าสู่ฤดูเก็บเกี่ยวรังนกอีแอ่น จะมีการบวงสรวงเจ้าเกาะเป็นพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ ฆ่าควายบูชายันต์กันทั้งตัว ตลอดเวลาจะไม่มีการนำหมูขึ้นเกาะเพราะส่วนใหญ่เชื่อตามหลักศาสนาอิสลาม แต่ทุกวันนี้พิธีกรรมโบราณถูกละเลย บนเกาะสัมปทานกลายเป็นแหล่งมั่วสุม เปิดที่พัก นักท่องเที่ยวเข้าออกพลุกพล่าน ทั้งๆที่ไม่ควรจะเป็น....มีคำถามตรงนี้ว่า ใครจะออกมารับผิดชอบ...หรือดันทุรังกันต่อไป ด้วยการไปเชื้อเชิญใครต่อใครเข้ามาทำลายทรัพยากรธรรมชาติต่อไป...

ขอบคุณภาพส่วนหนึ่งจากอินเทอร์เน็ต...

โดย คน(ผี)ทะเล

 

กลับไปที่ www.oknation.net