วันที่ จันทร์ มกราคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

คืนข้ามปี ที่จอซิเดอใต้


คืนข้ามปี ที่จอซิเดอใต้

                ตะวันคล้อยต่ำลับขอบฟ้าไปในเพี่ยงชั่วครู่ ความมืดมิดเริ่มเข้ามาปกคลุม ในคืนวันเพ็ญของคืนสุดท้ายในปี ๒๕๕๒ เพียงแค่ช่วงหัวค่ำของคืนนี้ในหมู่บ้านแห่งหุบเขาตะวันตกแห่งหนึ่ง เงียบงัน ไม่มีแสงสว่างจากหลอดนีออน ไม่มีเสียงนักร้องดนตรี ไม่มีเวทีเตรียม Count down สำหรับการต้อนรับปีใหม่ที่จะมาถึงอีกเพียงไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า

                ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๒ วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๒

                พระจันทร์เริ่มสาดแสงขึ้นขอบฟ้าอย่างสว่างไสว ราวกับว่าเป็นเวลากลางวัน แต่คืนข้ามปี ณ ที่แห่งนี้ ก็เหมือนคืนธรรมดาของทุก ๆ วันแห่งปี ไม่มีการเฉลิมฉลองใด ๆ และทุกคนต่างหลับไหลด้วยมนต์สะกดแห่งขุนเขาตั้งแต่ช่วงหัวค่ำ

                เสียงลำธารไหลก้องสะท้อนได้ยินไปทั่วหุบเขา แทนเสียงดนตรีที่บรรเลงอย่างร้อนแรง สนั่นหวั่นไหวทั่วบริเวณ

                แสงแห่งจันทราเริ่มทอแสงสาดส่องพ้นยอดเขา สะท้อนผืนป่าด้านหลัง แทนแสงนีออน สปอตไลท์ ส่องสว่างทั่วเมือง กวัดไกว ระยิบระยับ ตามอาคาร หรือท้องถนน

                อากาศเริ่มเย็นลงอย่างมาก จนอยากจะซุกผืนกายอยู่ใต้ผ้าห่มอันอบอุ่น บนลานกว้างของโรงเรียนจอซิเดอใต้ ว่างเปล่า สงบ

                คงจะมีโอกาสเพียงไม่กี่ครั้งที่จะได้อยู่ในคืนข้ามปีท่ามกลางบรรยากาศเช่นนี้

                อีกฟากฝั่งของขุนเขา ในเมืองศิวิไล กลุ่มชนที่อยู่ในเมืองที่เจริญกว่า บางกลุ่มอาจจะได้เฉลิมฉลองในค่ำคืนแห่งนี้

                เสียงเฮฮา เสียงแก้วกระทบกัน เสียงเพลงอันเร้าใจ ชวนให้โยกย้ายไปตามจังหวะ

                กลุ่มผู้ที่เฝ้าจับจ้องเวลาที่จะเปลี่ยนไป เฝ้านับถอยหลัง (Count Down) เพื่อจะได้พบปีใหม่

                หรืออาจจะจบลงด้วย การควบคุมสติได้น้อย และหลับไหลไปกับความบกพร่องของการบังคับร่างกาย

                นั่นอาจจะเป็นการเริ่มต้นปีใหม่ของคนอีกกลุ่มหนึ่ง

                แสงแห่งราตรีแผ่ขยายบริเวณมากขึ้น ตามองศาของพระจันทร์ที่ลิ่วลอยขึ้นสู่นภาอันกว้างใหญ่ แม้หุบเขาที่ถูกบดบังด้วยภูเขาใหญ่น้อย และต้นไม้ที่แน่นหนา แสงจันทราก็ยังพยายามสาดส่องเข้ามาทุกพื้นที่

                ไม่มีใครมานั่งนับเวลาถอยหลัง (Count Down) บนลานกว้างของโรงเรียนจอซิเดอใต้แห่งนี้

                แม้ควรจะเป็นที่ “นับดาว” (Count ดาว) บนท้องฟ้า ที่เร่งเปล่งแสงทอแข่งกับพระจันทร์ จะมากน้อยก็ถือว่าได้ทำหน้าที่ของหมู่ดาวเหล่านั้นแล้ว

                แต่ว่าค่ำคืนนี้ คงต้องยกให้กับพระจันทร์เจ้า ที่ส่องสว่างในคืนเพ็ญเช่นนี้

                ผู้คนต่างได้พักผ่อนหลับไหลไปกับค่ำคืนอันสวยงามแห่งพระจันทร์เจ้า

เพื่อได้รับพลังอันจะตื่นขึ้นมาพร้อมกับวันใหม่ ด้วยความสดชื่นแจ่มใส และวันที่งดงาม

ช่วงเวลาเดียวกันของปฏิทินแห่งโลกมนุษย์ แต่ช่างแตกต่างกันทั้งความหมาย ความรู้สึก วิถีและความเป็นไป

ชีวิตอีกฟากฝั่งหนึ่ง หากจะมีชีวิตอยู่ด้วยความเรียบง่าย และมั่นคงกับการมีชีวิตอยู่ ซึ่งจะดำรงไปอย่างมีคุณค่า

ชีวิตอีกฟากฝั่งหนึ่ง หากจะมีชีวิตอยู่ด้วยความลุ่มหลงใน รัก โลภ โกรธ หลง และกลิ่นเสียงสัมผัส ปล่อยเวลาไปกับสิ่งที่ตนต่างคิดว่ามันคือความสุขของชีวิต และดำเนินชีวิตไปด้วยการใช้สติที่น้อยลงทุกวัน

หากว่า วันเวลาที่ตื่นฟื้นขึ้นมาเป็นปีใหม่อีกครั้ง หลากหลายชีวิตต่างยังคนดิ้นรนเพื่อตัวเอง เพื่อความอยู่รอด

หรือ... ยังมีผู้คนอีกจำนวนไม่น้อย ที่หาได้รู้ถึงจุดหมายแห่งการดำเนินชีวิตของตัวเองไม่

แล้วคืนข้ามปี ที่ต่างเฉลิมฉลอง หรือ ได้รับความบันเทิงอย่างมากมายนั้น จะส่งผลให้ชีวิตมนุษย์รุ่งโรจน์โสติผลก็หาได้มั่นหมายให้เป็นเช่นนั้นไม่

เพราะคืนข้ามปีที่จอซิเดอใต้แห่งนี้ นอกจากมิได้ใช้พลังงานใด ๆ ให้สูญเปล่าไปแล้ว ยังได้กำลังที่อุ้มชู พลังแห่งการดำเนินชีวิต ความเข้าใจของชีวิตที่เป็นธรรมชาติเกินกว่าจะบรรยาย

อย่างน้อยก็ได้รู้ว่า การมีชีวิตอยู่ สิ่งไหนคือความจำเป็น หรือไม่จำเป็นของชีวิต

สำคัญหรือไม่สำคัญ

ปล. ภาพทั้งหมดนี้ ถ่ายในเวลากลางคืน ภาพที่ได้อาจจะไม่เหมือนจริง เนื่องจากใช้เทคนิคการถ่ายภาพกลางคืน แต่ไม่มีการตกแต่งภาพแต่อย่างใด  ภาพแต่ละภาพจะมีข้อมูลที่กล้องบันทึกรายละเอียดไว้ ซึ่งเรียกว่า ข้อมูล Exif

บทความที่เกี่ยวข้อง

โดย มัชฌิมาปกร

 

กลับไปที่ www.oknation.net