วันที่ อังคาร มกราคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ขึ้นปีใหม่...ไปกราบหลวงปู่ทวดที่สงขลา


หลวงปู่ทวด วัดพะโคะ

      กลับบ้านปีใหม่นี้ ผมได้ไปกราบ"หลวงปู่ทวด"มาครับ
      เขียนถึง"หลวงปู่ทวด" คงปฏิเสธไม่ได้ว่ามีหลายองค์ที่มีคนไปกราบไหว้บูชา ซึ่งที่รู้จักดีน่าจะมี 2 องค์ 2 ที่ คือหลวงปู่ทวดที่วัดช้างไห้ จังหวัดปัตตานี กับหลวงปู่ทวดองค์ใหญ่ ที่วัดห้วยมงคล จังหวัดประเจวบคีรีขันธ์
      ผมกลับบ้านครั้งนี้ ไปกราบหลวงปู่ทวดที่น่าจะมีคน(นอกพื้นที่)รู้จักไม่มากนัก คือหลวงปู่ทวดวัดพะโคะครับ
      วัดพะโคะอยู่ที่ อ.สทิงพระ จ.สงขลา

ป้ายประวัติวัดสั้นๆที่ทางขึ้น

ทางขึ้นวัดพะโคะ

      ขอเล่าประวัติวัดพะโคะ หรือ"วัดประดิษฐาน"สั้นๆครับ
      วัดพะโตะ เป็นวัดที่"สมเด็จพะโคะ"หรือ"หลวงพ่อทวดเหยียบน้ำทะเลจืด"เคยจำวัด ประวัติระบุว่า สร้างขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ. 2057 สมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 บนเขาพะโคะหรือเขาพัทธสิงค์ โดยมีเจดีย์องค์ใหญ่เป็นสัญลักษณ์ที่โดดเด่นบนยอดเขา และมีโบราณวัตถุหลายอย่าง เช่น พระมาลิกเจดีย์ วิหารพุทธไสยาสน์ รอยบาท ศาลาตัดสินความ พระทรงเครื่อง หลักล่ามช้าง และศิวลึงค์ เป็นต้น
      สำหรับเจดีย์ศรีรัตนมหาธาตุ เป็นที่ประดิษฐานพระมหาธาตุของพระพุทธเจ้าที่นำมาจากเมืองลังกา ส่วนพระพุทธไสยาสน์ มีชื่อว่า"พระพุทธโคตมะ" ซึ่งชาวบ้านเรียกว่า"พระโคตมะ" และเรียกวัดนี้ว่า วัดพระโคตมะ ที่ถูกเรียกเพี้ยนเป็น"วัดพะโคะ"ในทุกวันนี้
      ภายในวัด มีภูเขา 4 ลูกคือ เขาพระพุทธบาท(พะโคะ) เขาพนังตุกแก(เขาน้อย) เขาคูหา และเขาผี และมีชุมชนอยู่ใกล้บริเวณเขาทั้งสี่ ซึ่งตามตำนานในอดีตเล่าว่า เจ้าเมืองลังกาทรงให้ชุมชนเหล่านี้ช่วยเหลือกิจของวัดพะโคะเนื่องในวันสำคัญทางศาสนาเสมอมา

พระโคตมะ หรือพระพุทธรูปไสยาสน์

พระโคตมะ หรือพระพุทธรูปไสยาสน์

      วัดพะโคะ มีตำนานของหลวงปู่ทวดมากมายครับ
      เนื่องจากวัดนี้ เป็นที่กำเนิดและอุปสมบทของหลวงปู่ทวด ทำให้ภายในวัด มีสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับหลวงปู่ทวดมาให้ประชาชนชมและกราบไหว้บูชา พร้อมประวัติความเป็นมาของหลวงปู่ทวด และเปิดเป็น"พิพิธภัณฑ์วัดพะโคะ"เพื่อให้ประชาชนเข้าชมและสักการะเมื่อ พ.ศ. 2536
      สำหรับของที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์มีหลายอย่สง เช่น พระพุทธรูป เครื่องปั้นดินเผาเครื่องทองเหลือง มีดพร้า ตะบันหมากทองเหลือง ธนบัตรและเหรียญสมัยก่อน เครื่องถ้วยกระเบื้อง รวมทั้งวัตถุที่เกี่ยวเนื่องกับหลวงพ่อทวด เช่น อัฐบริขาร จีวร ไม้เท้าของหลวงปู่ทวด ลูกแก้วบารมี เป็นต้น
      ไปวัดพะโคะ จึงมีเป้าหมายคือไปกราบไหว้"หลวงปู่ทวด"จริงๆ

ป้ายบอกว่ายังต้องผ่านที่เที่ยวอีกหลายแห่ง

เจดีย์ศรีรัตนมหาธาตุ ผมได้ขึ้นไปทอดผ้าด้วย

      จากหาดใหญ่ มีน้องชายคุณนายเป็นสารถีครับ
      เราใช้เวลาค่อนข้างนาน เพราะจากหาดใหญ่จะต้องข้ามสะพานติณสูลานนท์ ผ่านเกาะยอ หัวเขาแดง อ.สิงหนคร จึงจะถึงอ.สทิงพระ ซึ่งเป็นที่ตั้งของวัดพะโคะ บริเวณเขาพัทธสิงค์ หมู่ที่ 6 ต.ชุมพล อ.สทิงพระ
      ผ่านป้ายหลายป้ายบนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4083 จึงเห็นป้ายบอกทางเข้าวัดพะโคะ
      สำหรับ"สมเด็จพะโคะ" หรือ "หลวงพ่อทวดเหยียบน้ำทะเลจืด" มีเรื่องเล่าว่า มีโจรสลัดแล่นเรือเลียบมาตามฝั่ง เห็นสมเด็จพะโคะเดินในลักษณะแปลกกว่าคนทั่วไป จึงอยากลองดี โจรสลัดจึงจอดเรือและจับสมเด็จพะโคะไป
      เมื่อเรือแล่นไปได้พักหนึ่ง ก็เกิดเหตุเรือแล่นต่อไม่ได้ ทำอย่างไรก็ไม่สำเร็จ ต้องจอดอยู่หลายวัน จนน้ำจืดที่มีอยู่ในเรือหมด ทุกคนบนเรือต่างเดือดร้อน
      สมเด็จพะโคะก็สงสาร จึงเอาเท้าซ้ายแช่ลงไปในน้ำทะเลจนเกิดประกายโชติช่วง และน้ำทะเลก็กลายเป็นน้ำจืด
      โจรสลัดเมื่อเห็นเช่นนั้น ก็เกิดความเลื่อมใสศรัทธา พร้อมใจกันกราบไหว้ขอขมา และนิมนต์สมเด็จพะโคะขึ้นฝั่ง ไปจำวัดที่วัดพะโคะ โดยมีประชาชนพากันไปกราบไหว้บูชากันเป็นจำนวนมาก

ทางขึ้น ไหว้พระก่อน...ยังไม่ถึงวัด

บ่อน้ำซักจีวรหลวงปู่ทวด

      แต่ตำนานของพัทลุง...เป็นอีกเรื่อง
      เพราะพงศาวดารเมืองพัทลุง เรียกวัดว่า"วัดหลวง" สร้างในสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 ได้พระราชทานที่กัลปนา(ยกให้) ครั้งแรกประมาณปี พ.ศ. 2057 ต่อมาสมัยสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ (พ.ศ. 2091 - 2111) ได้รับพระราชทานที่กัลปนาวัดนี้ เรียกว่า"วัดราชประดิษฐาน" และได้สร้างพระโคตมะ หรือพระพุทธรูปไสยาสน์ ที่ประดิษฐานอยู่จนกระทั่งทุกวันนี้
      วัดพะโคะ เคยถูกโจรสลัดมลายูยกทัพเรือมาปล้น 2 ครั้ง เผาผลาญทำลายพระมาลิกเจดีย์ วิหารพระพุทธบาท และศาสนสถานอื่นๆจำนวนมาก จึงต้องมีการบูรณะปฏิสังขรณ์วัดพะโคะครั้งสำคัญขึ้นเมื่อครั้งที่สมเด็จพระราชมุนีสามิราม (สมเด็จพระโคะหรือหลวงพ่อทวดเหยียบน้ำทะเลจืด) ขอพระราชทานที่กัลปนาใหม่ในสมัยสมเด็จพระเอกาทศรถ (ระหว่าง พ.ศ. 2148 - 2158) ได้บูรณะ พระมาลิกเจดีย์สูง 1 เส้น 5 วา (สูงกว่าเดิม 5 วา) โดยได้รับพระราชทานยอดพระเจดีย์เนื้อเบญจโลหะ ยาว 3 วา 3 คืบ มาจากกรุงศรีอยุธยาสมเด็จพระราชมุนีมีความสำคัญต่อวัดนี้มากจนได้มีอนุสาวรีย์ปางธุดงค์จาริกของท่านไว้เคารพสักการะ
      วัดพะโคะเป็นวัดที่สำคัญต่อชุมชนมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา
      เพราะวัดนี้ ถูกใช้เป็นสถานที่กระทำพิธีดื่มน้ำพระพิพัฒน์สัตยาของเมืองพัทลุง เป็นวัดที่ประดิษฐานพระมาลิกเจดีย์พระพุทธไสยาสน์หรือพระโคตมะ และอนุสาวรีย์หลวงพ่อทวด (สมเด็จพระราชมุนีสามิราม) ในลักษณะจาริกธุดงค์ ซึ่งเป็นที่ศรัทธาและเคารพบูชาของชาวไทยและชาวต่างประเทศใกล้เคียง มาจนกระทั่งปัจจุบันนี้
      นี่คือเรื่องเล่าของวัดพะโคะ
      และเป็นเรื่องเล่าเรื่องแรกในปีใหม่นี้ของผม ...

โดย ลูกเสือหมายเลข9

 

กลับไปที่ www.oknation.net