วันที่ พฤหัสบดี มกราคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

บันทึกถึงเธอเบียทริซ : บันทึกที่ควรอ่าน


         
         บันทึกถึงเธอเบียทริซ คือเรื่องราวความผูกพันอันแสนงดงามและตรึงอารมณ์ในทุกหน้ากระดาษที่เปิดอ่านบันทึกความทรงจำเล่มนี้...
          จุดเริ่มต้นของเรื่องนั้นเกิดจากความบังเอิญพบกันของทั้งสองระหว่าง สิริพันธุ์ สุนทรวิจิตร นักเรียนไทยพลัดถิ่นวัยยี่สิบกว่าๆกับ เบียทริซ คุณยายวัยเก้าสิบห้า เชื้อสายนิวซีแลนด์-ออสเตรเลีย แล้วเรื่องราวก็ดำเนินไปเรื่อยๆจากคนรู้จักกลายเป็นเพื่อนต่างวัย ความผูกพันเริ่มก่อตัวขึ้นจากความเหงาของคนสองคน จนสุดท้ายกลายเป็นความรู้สึกลึกซึ้งตรึงใจ...
          สิริพันธุ์ได้เขียนหมายเหตุด้วยความเคารพรักและระลึกถึงเบียทริซไว้ว่า

...มันคงจะดีถ้าฉันมีโอกาสอ่านหนังสือเล่มนี้ให้เธอฟัง

          แน่นอนว่านี่คือบันทึกจากเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริง และด้วยวัยกว่าเก้าสิบห้าปีของคุณยายเบียทริซ สิริพันธุ์จึงล่วงรู้ถึงวันเวลาของการจากพรากอยู่เงียบๆ แต่เธอก็ไม่เคยร่ำไห้เสียใจไปก่อนและยิ้มดีใจเสมอมาทุกครั้งคราที่ได้มาพบเจอและพูดคุยกับคุณยายเบียทริซอย่างมีความสุข

"ฉันเรียกรถพยาบาลบ่อยยังกับเรียกรถแท็กซี่ แถมเข้าออกโรงพยาบาลเป็นว่าเล่นอย่างนี้ เขาคงคิดว่าฉันไม่เหมาะจะอยู่ที่นั่นอีกแล้ว ฉันรู้ตัวดีนะ บางทีฉันก็ผิดหวังกับตัวเองเหมือนกัน แม้แต่กลัดกระดุมเองบางทียังทำไม่ได้เลย ฉันกำลังคุยกับลูกสาวว่าฉันอาจย้ายไปอยู่เนิร์สซิ่งโฮมที่เขาดูแลฉันได้มากกว่านี้"

"เหรอคะ" ฉันนิ่งไปสักพัก "รู้ไหม เมื่อวานเพื่อนสนิทของฉันคนหนึ่งเพิ่งบอกฉันว่า ปิดเทอมนี้เธอจะกลับไต้หวันและอาจไม่กลับมาเมลเบิร์นอีก" ฉันพูดเรียบๆพยายามยิ้มอย่างยากเย็น

"แล้วมาวันนี้เธอก็บอกว่าอาจจะไม่กลับไปลิสเซินเพลส ตลกไหมถ้าฉันกำลังคิดว่าไม่อยากให้ถึงพรุ่งนี้เลย เพราะอาจมีเพื่อนคนไหนบอกอีกว่า บางทีฉันอาจไม่กลับมาแล้วนะ"

"ฉันเข้าใจความรู้สึกเธอ แต่นี่แหละชีวิต ถ้าเธอจะเจ็บปวดกับอะไรสักอย่างจงเจ็บปวดอย่างมีเหตุมีผล อย่าแค่รู้สึกรู้สาไปอย่างนั้น...แต่กรณีนี้ฉันว่าเธอมีเหตุผลพอนะ" เบียทริซบีบมือฉันแน่น "ขอโทษที่ทำให้เธอเสียใจ"

"ไม่ใช่ความผิดของเธอสักนิด" ฉันปลอบ "ฉันแค่กังวลว่าถ้าเธอย้ายไปอยู่ไกล ฉันอาจไปเยี่ยมเธอไม่ได้ทุกวันต่างหาก"
ฉันเอาแต่จ้องมือเบียทริซ ไม่กล้าสบตา เพราะรู้สึกว่าทำนบน้ำตาในใจกำลังจะเอ่อขึ้นมาถึงตา

"ถ้าอยากร้องไห้ก็ร้องออกมาเถอะ" เบียทริซพูดเหมือนรู้ "ฉันรู้ว่าเธอเข้มแข็ง แต่เธออายุยังน้อย ยังมีน้ำตาไว้ร้องไห้ได้อีกเยอะ"

          (จากบทปลายทางของหยดน้ำตา)

          เบียทริซเปิดประตูพาฉันไปเที่ยวสวนโปรดของเธอ เดินไปไม่ถึงสิบก้าวก็สุดสวน เรานั่งพักกันตรงม้านั่งยาวตัวเล็กที่มีอยู่เพียงตัวเดียวทั้งสวนนั้น ฉันขี้อ้อนเอ่ยปากขอนอนตักแบบที่ฉันชอบทำเวลาอยู่กับคนใกล้ชิด

...คนที่ฉันนอนตักอยู่มีแรงพอแค่พาฉันเดินมาเที่ยวไกลได้เท่านี้ แต่ฉันกลับรู้สึกเป็นสุขและปลอดภัยเหมือนพักผ่อนในสวนบ้านตัวเอง

เราทอดเวลาเรื่อยเปื่อยบนม้านั่งยาวนั้น ปล่อยให้ความเงียบระหว่างเราคุยกัน ช่วงหนึ่งเบียทริซถามขึ้นลอยๆว่า
"บอกฉันซิว่าทำไมเธอมาอยู่ตรงนี้ ทำไมไม่ไปเที่ยวเล่นอย่างเด็กคนอื่นเขา มาเสียเวลากับคนแก่อ่อนแอออย่างฉันทำไม"

ปกติแล้วเบียทริซมักถามคำถามตอบยากกับฉันเสมอ แต่นี่อาจเป็นครั้งแรกที่เธอถามคำถามง่ายๆกับฉัน ฉันจึงตอบไปอย่างที่ใจคิดว่า "ฉันมาอยู่ตรงนี้เพราะเธอเป็นเพื่อนฉัน"

           (จากบทแล้วเราจะพบกันใหม่) 

         ก่อนหน้านี้ไม่ว่าเธอจะย้ายไปอยู่โรงพยาบาลไหนทั่วเมลเบิร์น ฉันก็หาทางตามไปเยี่ยมเธอจนได้ แต่การเดินทางครั้งนี้ของเธอฉันสุดปัญญาที่จะตามไปหาเธอได้ สิ่งที่ฉันทำได้ในวันครบรอบของเราคือ แวะออกไปข้างนอกเพื่อเดินให้เธอตามที่สัญญากับเธอว่าจะเดินให้ทุกๆวัน

           (จากบทรุ้งกินน้ำ)

          หนังสือเล่มเล็กกะทัดรัดแต่อ่านแล้วกระทบใจเล่มนี้...จริงดังสิริพันธุ์กล่าว 'มันคงดีหากฉันได้อ่านให้เธอฟัง' และมันคงจะดีกว่าไม่น้อยถ้าทุกคนได้อ่าน 'บันทึกถึงเธอเบียทริซ' เล่มนี้ไปพร้อมกัน...
 

โดย มีเกียรติ

 

กลับไปที่ www.oknation.net