วันที่ พฤหัสบดี มกราคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เที่ยวปลายปีที่.....ทีลอซู


สวัสดีปีใหม่ค่ะ (ไม่ช้าไปใช่ไหมคะ)

ห่างหายจากบ้านโอเคไปนานหลายเดือน โดยแทบจะไม่ได้แวะเข้าไปเยี่ยมเยียนใครเลย

เพิ่งรู้เมื่อไม่กี่วันนี้ว่าคุณมะอึกกับคุณเต็งพ้งจัดรายการวิทยุที่คลื่น 102 fm ซะด้วย

อย่างนี้ต้องฟัง แต่ว่า...ทำไมจัดเวลาเดียวกับ "ข่าวข้นคนข่าว" ล่ะคะ หุหุ

เมื่อวันหยุดรัฐธรรมนูญไปเที่ยวทีลอซูมาค่ะ อยากจะเอามาเล่ามาอวดตั้งหลายวันแล้วแต่ก็ดองไว้จนครบเดือน ถ้าเป็นดองไข่คงจะเค็มปี๋เลยนะ

การเดินทางเที่ยวนี้ไปแบบคนใจง่ายเลยล่ะคะ เป็นการตอบรับคำเชิญชวนจากน้องสาวซึ่งจะไปเที่ยวกับเพื่อนๆ ด้วยกลัวสมาชิกไม่เต็มรถตู้ ตัดสินใจไปเพราะเป็นวาระครบรอบ 5 ปี ของการไปเยือนน้ำตกทีลอซูครั้งแรกเมื่อปี 2547

คนเริ่มแก่อย่างเราเดินทางสบายๆ เพราะไปโดยการซื้อทัวร์จาก กทม. ด้วยรถตู้ 3 คัน ออกเดินทางในวันที่ 9 ธ.ค. 52 ประมาณสัก 2 ทุ่ม ช่วงแรกๆ รำคาญคนขับรถมากเพราะทั้ง 3 คนจะใช้วิทยุคุยกันระหว่างขับรถ เหมือนจะปลอดภัยแต่มันก็....นะ หลับๆ ตื่นๆ กันไป เกินครึ่งคืนก็ถึงจุดเริ่มต้นการเมาค่ะ เมารถนะคะมิใช่เมาเหล้า ไม่มีใครแสดงอาการรุนแรงค่ะ แต่ก็ไม่สบายหัวกันนัก

รถจอดระหว่างทางไปอุ้มผางเกือบครึ่งชั่วโมงเพราะมีหมอกค่อนข้างหนา จากนั้นเราก็ไต่ระดับลอยฟ้ากันไปจนถึงจุดชมวิว กม.126 แวะให้ตื่นตาตื่นใจกับสายหมอกขาวๆ อากาศเย็นๆ สักพัก ก็ไปกันต่อค่ะ ที่จุดชมวิวขยะเยอะเหมือนกันนะคะ ทั้งๆ ที่ไม่มีร้านขายของสักร้าน

ประมาณ 8 โมงเราก็มาถึงที่พัก "สวนเรือนแก้ว" เก็บข้าวเก็บของแล้วก็ลงไปกินอาหารเช้า กาแฟ ข้าวต้ม ปาท่องโก๋ โปรแกมวันนี้คือพักผ่อนเอาแรงกันก่อนค่ะ

....

ช่วงบ่ายเราไปเที่ยวในอุ้มผางกัน อันประกอบด้วย

น้ำดั้น (น้ำผุด) มีปลาเยอะดีนะคะ 

ถ้าตะโคะบิ หินงอกหินย้อยเยอะแยะเลยค่ะ ช่วยกันระมัดระวังในการเดินชมในถ้านะคะ เพราะรอบๆ ตัวเรามีหินกำลังงอกและกำลังย้อยเต็มไปหมด ถ้าเราไปโดนเข้ามันก็จะงอกช้าหรือหยุดงอกกันไปซะก่อน ทีนี้เราก็ไม่มีอะไรให้เที่ยวให้ชมกันพอดี

และ บ้านครูซัน อันนี้ไปทำบุญและช้อปของทีระลึกกันค่ะ

แล้วก็ไปเดินเล่นในตลาดเล็กๆ ของอุ้มผางสักพัก ก่อนกลับเข้าที่พัก

วันที่สองเราลืมตากันตั้งแต่ตีสี่ค่ะ เพราะมีบางคนตื่นมาอาบน้ำท้าลมหนาว เพื่อนๆ เลยพลอยตื่นตามไปด้วย เราจะไปชมวิวทะเลหมอกอาบแสงอาทิตย์ยามเช้ากันที่ดอยหัวหมดค่ะ

เดินทางออกจากที่พักด้วยรถสองแถว แม้อากาศจริงๆ จะไม่หนาวมากแต่รถรับลมแบบนี้ เย็นเจี๊ยบเลยค่ะ ไปก่อนเวลานัดสักครึ่งชั่วโมงได้ เพราะต้องหาทำเล แล้ว....รอค่ะ

เมื่อฟ้าเริ่มเปิดหมอกก็เริ่มมาค่ะ แม้จะไม่มากอย่างที่อยากเห็นแต่หมอกขาวๆ เป็นสายๆ ในหุบเขาสวยจริงๆ เสียดายที่ท่านอาทิตย์มาสายค่ะ เล่นเอาแสงสีส้มๆ มาก่อน กว่าจะเจอกันเป็นก็จ้าซะแล้ว

เรื่องชมพระอาทิตย์ขึ้นพระอาทิตย์ตกนี่ลุ้นดีค่ะ จนทุกวันนี้ยังไม่ได้เห็นพระอาทิตย์ตกแบบดวงกลมที่แหลมพรหมเทพซะที (ขอนอกเรื่องหน่อยนะคะ)

....

....

เกือบๆ 9 โมงเราก็ลงไปอยู่ในเรือยาง พร้อมล่องแก่งสู่ผาเลือดกันค่ะ ไปกันเรื่อยๆ เอื่อยๆ ชมวิวสายน้ำต้นน้ำแม่กลอง ต้นน้ำนะคะ ย้ำค่ะ ต้องช่วยกันรักษาความสะอาดนะคะ

สนุกสนานกับการทักทายเพื่อนร่วมทาง นั่งเรือยางแบบเอาเท้าราน้ำ ผ่านผาบ่อง ผาผึ้ง น้ำตกทีลอจ่อแสนสวยที่ต้องมาตอนเช้าเท่านั้นจึงจะได้ยลความงามของสายรุ้งบนม่านน้ำ แวะสัมผัสกับบ่อน้ำร้อน แก่งตะโคะบิ

กำลังเพลินๆ ก็ถึงผาเลือดซะแล้วเสียดายจริงๆ เลยค่ะ ต้องขึ้นซะแล้ว

....

....

....

หลังอาหารกลางวันเดินทางต่อด้วยรถสองแถวแบบเดิม คนที่อิ่มจากข้าวกล่องแล้วก็จะเสียสละไปนั่งด้านหน้ากับคนขับค่ะ พวกที่ยังหิวโหยก็นั่งกินฝุ่นกันไปค่ะ ของกินยังไม่ทันหมดก็ถึงจุดกางเต้นท์ โชคดีไปที่ท้องไม่แตกตายซะก่อน ฮิฮิ

มากับทัวร์ก็ดีตรงที่ไม่ต้องกางเต้นท์ ไม่ต้องห่วงเรื่องอาหาร เราจึงริ่มเดินเท้าเข้าสู่น้ำตกทีลอซูกันหลังจากที่เก็บข้าวของเรียบร้อย

....

....

....

เส้นทางสู่น้ำตกวันนี้เป็นทางปูนยกระดับค่ะ เดินสบายๆ เพื่อให้ทางทางที่ทางเขตฯ อุตส่าห์เนรมิตขึ้นมามีประโยชน์สูงสุด พยายามอย่าออกนอกเส้นทางนะคะ จะได้ไม่ไปเหยียบย่ำดิน และต้นไม้เล็กๆ ธรรมชาติเสียหายมากแล้วค่ะ (ทำเมื่อไรจำไม่ได้ค่ะ แต่เมื่อปี 47 ยังเป็นดินอยู่)

ระยะทาง 1.5 กม. เดินเพลินๆ ประมาณครึ่งชั่วโมงค่ะ ระหว่างทางมีจุดศึกษาธรรมชาติ พรรณไม้ หลายจุดตามสภาพของป่าค่ะ ต้องขอโทษไม่ได้เก็บความรู้กลับมาด้วย เลยไม่สามารถบรรยายได้ว่าไปเจออะไรมาบ้างจ้า

ใกล้ถึงน้ำตกเราจะได้ยินเสียงน้ำดังก้องไปทั่วค่ะ เมื่ออกจากดงไม้เราก็จะเห็นน้ำตกใหญ่อลังการอยู่ทางซ้ายมือ ถึงแล้วค่ะ น้ำตกทีลอซู ม่านน้ำตกแสนสวยของลำห้วยกล้อท้อ แยกย้ายกันเก็บภาพตามสะดวกเลยค่ะ เพราะทุกคนต่างก็มีกล้องเป็นอาวุธประจำตัว

....

....

....

....

เนื่องจากเป็นตอนบ่าย ที่แดดแรงมากๆ ค่ะ หันไปทางน้ำตกตาก็กระทบแสงแดดซะก่อน ไหนจะละอองน้ำจากน้ำตกอีก ทำให้เหมือนทีลอซูอยู่ในม่านหมอกบางๆ ขาวๆ มองได้ไม่ชัดเจนสักเท่าไรค่ะ แต่ก็..สวยค่ะ (รูปออกมาแล้วมันย้อนแสงซะหมด)

ทางเขตฯ ปิดทางขึ้นไปยังน้ำตกด้านบนแล้วค่ะ ซึ่งก็ดีนะคะ เพราะค่อนข้างลื่นและคับแคบ ถ้าขึ้นไปพร้อมกันหลายๆ คน ก็อันตรายเหมือนกัน

หลังอาหารค่ำ เราไปฟังบรรยายเรื่องเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผางกันค่ะ ก็คุยกันสบายๆ พอให้ได้ความรู้แต่ไม่ถึงกับต้องสอบผ่าน อากาศตอนกลางคืนเย็นลงมากเลยค่ะ แต่ฟ้าวันนี้ไม่ค่อยใสเลยไม่ได้นอนนับดาวคล้ำน้ำค้างเหมือนครั้งที่แล้ว

บอกไม่ถูกเหมือนกันว่า น้ำตกทีลอซู สวยเหมือนแรกเห็นเมื่อ 5 ปีที่แล้วหรือเปล่า (แดดขาวๆ คงจะบังตาไว้)

ครั้งนี้ไม่มีโอกาสแก้ตัวเหมือนเมื่อปี 47 อีกด้วยค่ะ เพราะตอนเช้าวันรุ่งขึ้นไม่มีเวลาได้เข้ามาชมน้ำตกอีกรอบ ต้องเดินทางกลับออกมาตั้งแต่ 7 โมงเช้า

หลังจากล้างหน้าล้างตาเปลี่ยนเสื้อผ้ากันที่ที่พักแล้ว เราก็ไปถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับป้ายแสดงสมรรถนะ "ผู้พิชิต 1219 โค้ง" ก่อนมุ่งหน้าไปแม่สอดค่ะ โดยไม่ได้แวะเที่ยวสวนส้ม และน้ำตกพาเจริญ ประมาณว่าหลายคนอยากจะมาช้อปปิ้ง "สุดประจิมที่ริมเมย"

หลังจากแยกย้ายกันเดินสักพักก็กลับมาด้วยหน้าตาผิดหวังเต็มที่ค่ะ แหม ก็ตลาดริมเมยน่ะมิได้คึกคักเหมือนแม่สายหรอกนะคะ ออกจะเงียบด้วยซ้ำ สินค้าก็ไม่มากนัก ขายซ้ำๆ กันหลายร้าน แต่ก็ดีแล้วค่ะ เพราะสินค้าล้วนแต่เป็นของนอก (จีน)

แต่ที่พอจะชดเชยกันได้ก็คือ ตลาดมูเซอ ค่ะ ขาช้อปทั้งหลายสบายกระเป๋ากันเลยค่ะ แถมได้อุดหนุนสินค้าเกษตรของชาวบ้านอีกด้วย (ยกเว้นบางคนที่ชอบไปเดินหาของลักลอบออกมาจากป่า) พืชผักหลากหลายชนิด สดๆ ใหม่ๆ ทั้งนั้นค่ะ

ถึงเวลาขึ้นรถอีกรอบทีนี้ก็ยาวเลยค่ะ

เข้าเมืองด้วยลมหายใจแสนสะอาด กระชุ่มกระชวย แต่...จะเป็นแบบนี้ได้สักกี่วันกันหนอ

โดย มารูโกะ

 

กลับไปที่ www.oknation.net