วันที่ อาทิตย์ มกราคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ทำไมน้ำผึ้งถึงไม่ต้องผึ้งตู้เย็นนะ...?


                

                    น้ำผึ้งไม่ต้องพึ่งตู้เย็น 

                   น้ำผึ้งมีคุณประโยชน์ต่อคนเรามากมาย ทั้งเป็นอาหาร ทั้งเป็นยาบำรุงเสริมกำลัง รับประทานก็ง่ายไม่ต้องผ่านกรรมวิธีการปรุง แต่ถ้าต้องการจะปรุงบ้างก็ทำได้ เช่น จะทำเป็นเครื่องดื่มน้ำผึ้งผสมมะนาว เป็นยาดองน้ำผึ้ง เป็นต้น น้ำผึ้งจะไม่มีผลต่ออาการแพ้ของทุกเพศ ทุกวัย จะให้เป็นของขวัญแก่ใครๆก็ไม่บาปหากเปรียบเทียบกับการให้รังนก พกพาก็ง่าย และที่สำคัญ เก็บไว้ได้นาน ทั้งแบบที่เคยใช้แล้วและยังไม่ได้ใช้



น้ำผึ้งสามารถเก็บไว้ได้นานนับเป็นปีๆ ณ อุณหภูมิห้องโดยไม่ต้องใส่ไว้ในตู้เย็น เพียงแต่เก็บในภาชนะบรรจุที่เป็นแก้วและปิดผนึกแน่น น้ำผึ้งจึงนับเป็นอาหารจากธรรมชาติที่สมบูรณ์แบบอย่างไม่น่าเชื่อ



ทั้งนี้ก็เพราะ ผึ้งช่วยกลั่นกรองและดำเนินการทุกขั้นตอนของการผลิตน้ำผึ้งให้แก่คนเรา ผึ้งจะเก็บน้ำหวานจากดอกไม้ด้วยลิ้น และส่งต่อไปไว้ยังกระเพาะเก็บน้ำผึ้ง ที่ซึ่งเอนไซม์ในน้ำลายจะเปลี่ยนน้ำตาลซูโครสในน้ำหวานของดอกไม้ ให้กลายเป็นน้ำตาลเด็กโทรสและเลวูโรส



เมื่อผึ้งบินกลับรัง ผึ้งจะเก็บสะสมน้ำหวานซึ่งผ่านกระบวนการย่อยมาบางส่วนแล้ว ไว้ในแต่ละช่องของรวงผึ้ง จากนั้นผึ้ง "พ่อบ้าน" (house bees) จะอมน้ำหวานไว้ในปากเพื่อสร้างกระบวนการเปลี่ยนแปลงทางเคมีในอีกขั้นตอนหนึ่ง จากนั้นกลุ่มผึ้งงานก็จะใช้ปีกพัดน้ำหวาน เพื่อให้น้ำส่วนเกินระเหยออกไป ผลผลิตสุดท้ายคือ น้ำผึ้ง ซึ่งมีองค์ประกอบของน้ำเพียง 18% เท่านั้น



เอนไซม์ตัวหนึ่งในน้ำลายซึ่งผึ้งเติมลงในน้ำหวานของดอกไม้ คือ กลูโคลสออกซิเดส เอนไซม์ตัวนี้จะชะลอการเติบโตของแบคทีเรีย ในช่วงกระบวนการระเหยน้ำและช่วงหลังจากนั้นถ้าปริมาณน้ำในน้ำผึ้งเพิ่มขึ้น และด้วยคุณสมบัติการยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อโรคของน้ำผึ้งนี้เอง คนโบราณจึงใช้น้ำผึ้งทาสมานแผล และใช้น้ำผึ้งในการดองศพหรือรักษาศพไม่ให้เน่าเปื่อย



เมื่อใดก็ตามที่ปริมาณน้ำในน้ำผึ้งเริ่มจะเพิ่มขึ้น เอนไซม์ตัวนี้จะช่วยป้องกันไม่ให้น้ำผึ้งเน่าเสีย โดยเปลี่ยนกลูโคสให้กลายเป็น กรดกลูโคนิกกับไฮโดรเจนเพอร็อกไซด์ ทั้งคู่จะมีฤทธิ์ฆ่าแบคทีเรียและยีสต์ กระบวนการเปลี่ยนแปลงนี้สำคัญมาก เพราะน้ำผึ้งชอบดูดซับความชื้น



อนึ่ง เหตุผลสำคัญที่สุดที่น้ำผึ้งไม่เสียง่าย อีกอย่างหนึ่งคือ ปริมาณน้ำตาลและกรดในน้ำผึ้ง ที่มีสูงมาก แบคทีเรียและยีสต์ จะไม่สามารถทนทานกับสภาวะทั้งสองได้ นอกจากนี้คุณสมบัติการดูดซึมน้ำของน้ำผึ้งยังทำให้จุลินทรีย์เกิดสภาวะขาดน้ำ (dehydration) อย่างรวดเร็วก่อนที่พวกมันจะขยายพันธุ์



อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลาผ่านไปน้ำผึ้งบริสุทธิ์มักจะจับตัวเป็นเกล็ด ส่งผลให้ปริมาณน้ำในน้ำผึ้งส่วนที่ไม่จับตัวเพิ่มขึ้น ยีสต์บางชนิดอาจสามารถทนทานต่อปริมาณน้ำตาลสูงในน้ำผึ้งได้ ถ้าปริมาณน้ำเพิ่มมากเกินไป น้ำผึ้งจะเข้าสู่กระบวนการหมักบ่ม การทำให้เกล็ดน้ำผึ้งกลับมาเป็นน้ำผึ้งตามเดิม กระทำได้โดยเอากระปุกใส่น้ำผึ้งไปอุ่นในกระทะใส่น้ำตั้งไฟให้ร้อน และเพื่อป้องกันการจับตัวเป็นเกล็ดอีกในครั้งต่อไป ควรจะเก็บน้ำผึ้งไว้ในที่มืดและแห้งจะดีกว่า แต่ไม่จำเป็นต้องเก็บในตู้เย็น

โดย Kampai_Kamphaeng

 

กลับไปที่ www.oknation.net