วันที่ อังคาร มกราคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ดับไฟป่า=หัวใจ+ความกล้า+ลูกบ้า (เท่านั้นจริง ๆ)


หนึ่งในกิจกรรม ของโครงการ "เฮาฮักม่อนพระยาแช่"
โดย We love The King we love Thailand นครลำปาง และเครือข่ายผู้ร่วมงาน

..... ไฟป่า หมายถึงไฟที่ไหม้ในป่า ปัจจุบัน มักเกิดจากการเผาโดยคน ด้วยความประสงค์หลายประการ จะไม่ขอกล่าวถึง เพราะมีการพูดถึงกันมากแล้ว

..... พวกเรา (สมาชิก We love The King we love Thailand นครลำปาง และสมัชชาประชาชนจังหวัดลำปาง) นอกจาก จะมีกิจกรรมปลูกป่า(ปลูกต้นไม้) ปลูกหญ้าแฝก ทำฝาย มากันเกือบปี ในโครงการ "เฮาฮักม่อนพระยาแช่" แล้ว อีกกิจกรรมหนึ่งที่ต้องทำควบคู่ไปด้วย คือ ป้องกันไฟป่า เพราะทุกปี ช่วงฤดูร้อน ป่าในเขต วนอุทยานม่อนพระยาแช่ จะถูกเผาจนหมดสิ้น นอกจากป่าถูกเผาแล้วสี่งที่ตามมาแบบเห็นผลทันตาก็คือ หมอกควันท่วมเมืองลำปาง ขนาดอยู่ห่างกัน ประมาณ 100 เมตร มองไม่เห็นกันก็ยังเคยเจอมาแล้ว ปัญหานี้ หนักขึ้นทุกปี ๆ

..... ปีนี้ พวกเราเริ่มกิจกรรมป้องกันไฟป่ามาตั้งแต่ ฤดูฝน โดยการแจกเอกสาร ในการประชุม อสม. ที่ อบต.พิชัย และเริ่มจัดรายการทางวิทยุกระจายเสียง มาตลอดเวลา โดยเฉพาะช่วงปีใหม่

..... ก่อนปีใหม่ ไม่มีไฟไหม้ป่า ในเขตวนอุทยานม่อนพระยาแช่ (ขับรถวนดูทุกวัน ตอนกลางคืน) แต่วันที่ 3 มกราคม 2553 เริ่มมีไฟไหม้ป่า (ได้รับแจ้ง ทางโทรศัพท์ มายัง R-Radio FM 103 MHz. ลำปาง) วันที่ 4 และ 5 มกราคม 2553 เราพยายามจะหาทางขึ้นไปดับไฟป่าให้ได้ แต่ เราก็ไปไม่ได้ เพราะไม่รู้ทางและเป็นเวลากลางคืน วันที่ 6 มกราคม 2553 เป็นวันที่ไฟไหม้ป่าต่อเนื่องกันมา 3 วันแล้ว เข้าวันที่ 4 คงรอไม่ไหว และเราก็ทำได้สำเร็จ (จะเล่าให้ฟังเป็นลำดับต่อไป) หลังจากดับไฟวันที่ 6 มกราคม 2553 เสร็จแล้ว มีฝนตกใหญ่ ป่าเปียกไปหลายวัน

..... จนวันนี้ 18 มกราคม 2553 มีควันลอยขึ้นมาจากภูเขาด้านหลัง ศาลากลางจังหวัดลำปาง ก็แสดงว่า มีไฟไหม้ป่าแน่นอน ก่อนเที่ยง ผมขับรถไปแจ้งเจ้าหน้าที่ที่เป็นหน่วยปฏิบัติการร่วม ดับไฟป่า ที่ตั้งกองบัญชาการชั่วคราว อยู่ที่ สวนรุกขชาติพระบาท (ไม่ห่างจากที่เกิดไหม้เท่าใดนัก) เจ้าหน้าที่ รับทราบ

..... 13.00 พวกเรา 3 คน มีผม น้องติ๊ก (ใจเพ็ชร วงศ์มหา) และน้องแข (เพ็ญแข หาญเหมย) พร้อมอุปกรณ์คือ ยางตบไฟและอุปกรณ์ ที่ยังไม่ได้ประกอบ ลุยขึ้นไปยังจุดที่คิดว่า ไกล้ที่สุด เป็นลานจอดรถอย่างดี

มาถึง ก็เริ่มประกอบ แผ่นยางกับเหล็กยึดทันที

น้องแข ชี้มือให้ดูควันไฟที่กำลังลอยขึ้นมา ซึ่งก็อยู่ไกลพอสมควร

เสร็จแล้วเราก็หิ้วเหล็กพร้อมแผ่นยางที่ประกอบแล้ว เข้าป่าทันที

สภาพป่ามีต้นเต็ง รัง ขึ้นหนาแน่นมาก ระยะห่าง แต่ละต้นประมาณ 1 เมตรเท่านั้น

เราเดินลัดเลาะไปเรื่อย ๆ พอไปเจอไม้ที่พอจะทำด้ามไม้ตบไฟได้ ก็เลยหยุดทำกันทันที

เป็นเสาเขต ของศูนย์ราชการ

เดินลงมายังด้านล่าง เริ่มมีกอไผ่มากขึ้น ขณะเดียวกันก็พบร่องน้ำที่พังทะลายเป็นร่องลึก เพราะน้ำในฤดูฝน (น่าจะงานเข้าอีกแล้ว)

พอมาถึงตรงนี้ ก็แปลกใจ เพราะมีผีเสื้อตัวใหญ่ ๆ บินเต็มไปหมด มากจริง ๆ น้องติ๊กบอกว่าเป็นจุดที่มีรถด่วน (หนอนไม้ไผ่-อร่อย) มาก

มีต้นไม้อะไรก็ไม่รู้ แปลกดี เหมือนต้นไม้ในป่าหิมพานต์

เจอแล้ว ลุยทันที

มองเห็นเป็นแนวยาวตลอดดอยลูกนี้เลยครับ

น้องแข ก็ใช้ไม้ตบไฟ ทำงานทันที อากาศร้อนมาก เพราะเป็นช่วงบ่าย และ ลมก็พัดแรงเป็นช่วง ๆ

ใบไม้ส่วนใหญ่เป็นใบเต็ง รัง จึงมีขนาดใหญ่ และทับถมกันหนาพอสมควร ติดไฟง่ายมาก

ดับไฟไปเรื่อย ๆ โดยแยกกันคนละทาง สุดท้ายผมดับมาทางซ้าย ประมาณ 3 ดอย (ภูเขา 3 ลูก) ถูกไฟไหม้ทั้งหมด กว่าจะเสร็จ ก็นานพอดู

ผมตะโกนเรียกน้องติ๊ก และน้องแข ไม่ได้ยิน เพราะทั้งสองคนก็คงดับไฟห่างจากผมไปอีกไม่น้อยกว่า 3 ดอย ลองโทรศัพท์หา ปรากฏว่า เป็นหุบเขาที่ชันมากสูงมากด้วย ผมเลยขึ้นไปบนยอดดอย อีกลูก มองหาควันไฟ จึงมองเห็น เลยเดินบนสันเขาอ้อมมาหาน้อง ทั้งสองคน

จุดที่ ทั้งสองคนกำลังดับไฟอยู่ นั้นชันมาก และลึกประมาณเกือบ 100 เมตร บางช่วงต้องใช้ไม้ตบไฟ เกาะกับต้นไม้ เพื่อดึงตัวขึ้น

น้องติ๊ก กำลังอยู่กลางกลุ่มควันไฟ ซึ่งกว่าผมจะปีนดอยที่ทั้งชัน และสูงขึ้นมาหาได้ ก็เล่นเอาเหนื่อยพอดู ส่วนน้องแข กำลังซ่อมรองเท้า อยู่ในห้วย เพราะเดินย่ำไฟจนรองเท้าพื้นร่อนหลุด เลยต้องเร่งซ่อมเป็นการด่วน

ดูเอาก็แล้วกัน ว่าภูเขามีความชันขนาดใหน ต้องระวังมาก เวลาเดิน ช่วงนี้ น่าจะลึกกว่า 100 เมตร

ตรงนี้อันตรายมาก เพราะลมพัดจากหุบเขาด้านล่างขึ้นมา ทำให้ไฟโหมไหม้อย่างรวดเร็วมาก ผมเลยได้แต่ยืนดู นึกขึ้นได้ เลยอ้อมไปด้านหน้า กวาดใบไม้ให้เป็นช่องว่างไว้เป็นแนวกันไฟ เลยหยุดไฟได้

..... เราดับไฟกันโดยไม่ได้พัก ตั้งแต่เวลาประมาณ 13.30 น. จนถึงเวลา 17.30 น. คงเหลือไฟที่ยังติดเป็นแนวอีกกว่า 200 เมตร แต่ลงไปในห้วยที่ชันมาก

..... เราคงต้องรีบออกจากป่า เพราะเราไม่ได้เตรียมไฟฉายมาเลย น้ำก็ไกล้หมด น้องแข ร้องเท้าก็พัง น้องติ๊ก เลิกงานมาเมื่อเช้ายังไม่ได้นอน ตอนเที่ยงคืนก็ต้องเข้าทำงานอีก

... เป็นการทำงานที่ท้าทาย และเหนื่อยมาก เพราะหยุดไม่ได้ ไม่อยากกลับ แต่ก็จำเป็น ยังไม่รวมเวลาที่เราจะหลงป่าหรือปล่าวก็ไม่รู้ แต่ก็โชคดี เราไม่หลงป่า

สรุปเส้นทางที่เราเดินทางไปก็ตามเส้นลูกศร สีเหลืองที่เห็นครับ เราดับไฟที่ไหม้ป่าได้ ประมาณ 7 ดอย(ภูเขา 7 ลูก) แต่เสียใจ ที่ภาระกิจยังไม่สมบูรณ์

วันพรุ่งนี้ ถ้าไม่ป่วยเสียก่อน ว่าจะกลับมาลุยใหม่ โดยขอกำลังชาวบ้านและ อบต.พิชัย มาร่วมด้วย (เพราะขณะเดินกลับ ขาเกือบยกไม่ขึ้น เนื่องจากวันเสาร์ ทำฝายทั้งวัน วันอาทิตย์ ทำแนวกันไฟ สรุปเป็นว่า ขึ้น ๆ ลง ๆ ดอยทั้ง 3 วันเลย)

บทเรียนจากวันนี้ ทำให้ผมทราบว่า ทำไม ลำปางไฟถึงไหม้ป่าได้ทุกปี มากขึ้นเรื่อย ๆ โดยไม่มีใครดับ  ถ้าท่านอ่านเรื่องนี้อย่างละเอียด พร้อมทั้งดูแผนที่ประกอบ ท่านจะทราบครับ
ขอขอบคุณ น้องติ๊ก และน้องแข อีกครั้ง


คอยพบกับ ..... ลุยดับไฟป่า กลางคืน กลางป่าลึก ..เราทำสำเร็จ...

              ..... ความพยามยาม ทำฝายหิน บนดอยสูง เดือนละ 2 ครั้ง


โดย ดอยสูง

 

กลับไปที่ www.oknation.net