วันที่ อังคาร มกราคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เงินเดือนผู้นำโซเวียต - รัสเซีย


วันนี้ไปได้ข้อมูลเรื่องเงินเดือนผู้นำโซเวียตและรัสเซียในปัจจุบัน ก็เลยนำมาบอกเล่ากันครับ

เริ่มตั้งแต่เลนินกันเลย



ปลายปี 1917 หลังปฏิวัติประเทศเสร็จเรียบร้อย เลนินกำหนดอัตราเงินเดือนของตัวเองสำหรับตำแหน่งผู้นำประเทศอยู่ที่ 500 รูเบิ้ลครับ ในยุคนั้น 500 รูเบิ้ล ก็คือรายได้ของแรงงานไร้ฝีมือในมอสโกนะครับ สำหรับรายได้ส่วนอื่นของคนเป็นผู้นำ เลนินสั่งห้ามรับเด็ดขาด รวมถึงเจ้าหน้าที่ระดับสูงของพรรคคอมมิวนิสต์ด้วย

มาถึงยุคสตาลิน  ตอนแรกก็กำหนดรายได้ตัวเองไว้ที่เดือนละ 225 รูเบิ้ล ในปี 1935 ก็เพิ่มเป็น 500 รูเบิ้ล และอีก 1 ปีต่อมา ก็เพิ่มเป็น 1,200 รูเบิ้ล ขณะที่รายได้เฉลี่ยของคนโซเวียตยุคนั้นอยู่ที่ 1,100 รูเบิ้ล แต่เนื่องจากผู้นำเหล่านี้ รวมทั้งลูกเมีย กินและใช้ของหลวงอยู่แล้ว รายได้เล็กน้อย จึงไม่ใช่ปัญหา



มาถึงยุคครุชชอฟ รายได้ของผู้นำเริ่มอยู่ในระดับที่เรียกว่าสมเหตุสมผลของคนเป็นผู้นำประเทศหน่อย เพราะกำหนดให้เขามีรายได้เดือนละ 800 รูเบิ้ล สมัยนั้นก็เท่ากับ 9 เท่าของรายได้เฉลี่ยคนทั้งประเทศ 

ในยุคเบรชเนฟ ตรงนี้ข้อมูลค่อนข้างสับสนเล็กน้อย แต่เท่าที่ผมเข้าใจ ผู้นำไม่มีเงินเดือน แต่เบรชเนฟได้เงิน 25,000 รูเบิ้ลจากรางวัลที่เขามอบให้กับตัวเอง และตั้งแต่ปี 1979 เขาก็ยังมีรายได้จากหนังสือที่เขียนเข้ามาเป็นประจำ

พอถึงยุคอังโดรปอฟ ก็สั่งให้กลับไปใช้ระบบของครุชชอฟ คือผู้นำมีเงินเดือนเดือนละ 800 รูเบิ้ล แต่ขณะเดียวกัน ก็ยังรักษาระบบของเบรชเนฟเอาไว้ทั้งหมดด้วย ทำให้ผู้นำได้ทั้งเงินเดือน มีรายได้จากรางวัลที่ได้รับ และงานเขียนที่ออกจำหน่าย อย่างในเดือนมกราคม 1984 เขามีรายได้ 8,800 รูเบิ้ล

ในยุคเชรเนนโก้ ตามเอกสารของพรรค บอกว่าเขามีรายได้จากตำแหน่งเดือนละ 1,200 - 1,700 รูเบิ้ล แต่ปรากฏว่า เขามีนิสัยชอบซุกซ่อนรายได้ที่แท้จริง อย่างเช่นจนถึงปัจจุบัน เงิน 4,550  รูเบิ้ลที่ระบุว่าเขาได้จากสำนักพิมพ์ของรัฐบาลแห่งหนึ่ง ก็ไม่มีใครรู้ว่าไปอยู่แห่งหนใด

สำหรับกอร์บาชอฟนั้น มีรายได้จากตำแหน่งผู้นำประเทศเดือนละ 800 รูเบิ้ล แต่หลังจากที่ควบตำแหน่งประธานพรรคคอมมิวนิสต์ในปี 1990 เขาก็มีรายได้เดือนละ 3,000 รูเบิล ขณะที่รายได้เฉลี่ยคนโซเวียตยุคนั้นคือ 500 รูเบิ้ล 

หลังสหภาพโซเวียตล่มสลาย เยลซินก็ขึ้นมาผงาดเป็นผู้นำรัสเซีย แต่รายได้ของเขาก็ยังเป็นระบบของโซเวียต จนถึงกลางปี 1999 รายได้ของเขาจึงเพิ่มเป็น 15,000 รูเบิ้ล หรือ 9 เท่าของรายได้เฉลี่ยคนรัสเซียยุคนั้น

สำหรับปูติน ในช่วง 10 เดือนแรกก็มีรายได้ในระบบเยลซิน พอถึงกลางปี 2002 รายได้ประจำปีของเขาอยู่ที่ 630,000 รูเบิ้ล หรือราว 25,000 ดอลล่าร์ ซึ่งตกเดือนละราว 73,000 บาท นอกจากนั้นก็ยังมีค่าความรู้ภาษาต่างประเทศ และค่าถือความลับ ทั้งยังได้รับบำนาญด้วย เนื่องจากเขามียศเป็นนายทหารระดับนายพัน

สำหรับเมดเวเดฟ ประธานาธิบดีคนปัจจุบัน มีรายงานว่ามีรายได้ปีละ 81,000 ดอลล่าร์ (เทียบกับของโอบาม่า ปีละ 400,000 ดอลล่าร์ )

พูดถึงรายได้ของท่านผู้นำไปแล้ว ขอรำลึกความหลังเรื่องรายได้ของตัวเองกับเขามั่งดีกว่า

ในยุคกอร์บาชอฟ ผมได้ไปเรียนที่โซเวียต ตอนนั้นก็ได้รับทุนจากรัฐบาลโซเวียตทางรัฐบาลจ่ายให้เดือนละ 90 รูเบิ้ลสำหรับปีแรก และเมื่อเข้ามหาวิทยาลัยแล้วก็ได้เพิ่มอีก 10 รูเบิ้ล แต่ไปๆมาๆ ยุคนั้นเงินเริ่มเฟ้อ ทางการก็เลยเพิ่มให้อีกเดือนละ 20 รูเบิ้ล รวมแล้วก็เป็น 120 รูเบิ้ล รายได้อื่นๆ ในทางปฏิบัติ ( อย่างเป็นทางการ ) ไม่มี 

คนทางบ้านหลายคนชอบถามว่า ไอ้ 120 รูเบิ้ลนี่มันกี่บาท ผมก็มักจะตอบว่า อย่าไปคิดเป็นเงินบาทเลย เพราะประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่ว่ามันจะใช้ซื้อข้าวของในเมืองไทยได้สักกี่มากน้อย แต่อยู่ที่ว่า 120 รูเบิ้ลนี่ใช้ซื้ออะไรในโซเวียต ที่ผมต้องใช้ชีวิตอยู่ต่างหาก เพราะขนรูเบิ้ลมาเมืองไทย มันก็มีค่าไม่ต่างอะไรกับกระดาษแผ่นเล็กๆ

แล้วผมก็อธิบายต่อว่าไอ้ 120 รูเบิ้ลนี่ใช้ซื้ออะไรได้มั่ง

เช่นถ้าซื้อเบียร์ก็จะได้ 240 ขวด ( ขวดละครึ่งลิตร ) ถ้าว๊อดก้าก็ได้ 12 ขวด ถ้าใช้ซื้อตั๋วรถเมล์ รถไฟใต้ดิน หรือส่งจดหมาย (ในประเทศ ) ก็ได้ 2,400 เที่ยว ถ้าซื้อไม้ขีดก็ได้ 12,000 กลัก ถ้าดูหนังก็ได้ราว 240 รอบ (หนังรัสเซียถูกกว่าหนังฝรั่ง และหนังเด็กถูกกว่าหนังผู้ใหญ่ ) ถ้าซื้อข้าวสารก็จะได้ประมาณ 150 กิโลกรัม ถ้าซื้อขนมปังขาวก็จะได้ 480 ก้อน ถ้าซื้อไก่ก็จะได้ประมาณ 40 ตัว  อันนี้พูดถึงข้าวของที่จำเป็นสำหรับชีวิตประจำวันนะครับ 

ส่วนค่าเล่าเรียนฟรี ไม่ต้องจ่าย เช่นเดียวกับค่ารักษาพยาบาลหากเจ็บไข้ได้ป่วย ที่ไม่ฟรีก็แค่ค่าพอพัก เดือนละไม่เกิน 3 รูเบิ้ล ( ค่าน้ำค่าไฟค่าแก๊สที่ใช้กันอย่างไม่อั้นก็รวมอยู่ในนั้นด้วย ) 

เงิน 120 รูเบิ้ลที่ได้จึงทำให้นักศึกษาต่างชาติอย่างเราอยู่กันได้สบายๆครับ เพราะโดยหลักก็ใช้สำหรับการกินอย่างเดียว

แต่เงิน 120 รูเบิ้ลที่ว่านี้ ถ้าแปลงเป็นเงินดอลล่าร์ (ซึ่งในทางปฏิบัติแล้วแปลงไม่ได้ ) ก็จะได้เกือบ 200 ดอลล่าร์ ซึ่งสมัยนั้น 1  ดอลล่าร์เท่ากับ 25 บาท แต่สำหรับตลาดมืดแล้ว 120 รูเบิ้ลในช่วงที่ผมอยู่ปีแรกๆ มีค่าแค่ 30 ดอลล่าร์เท่านั้น  

โดย รุสสกี้

 

กลับไปที่ www.oknation.net