วันที่ ศุกร์ มกราคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

...น้ำใจไป..เฮติ..Haiti...


ตอนสายๆของเมื่อวานนี้ (21 ม.ค.)
อาจารย์ท่านหนึ่งที่ผู้เขียนเคารพนับถือท่านถามว่า

"คุณมนพล...ไหนบอกว่า จะไปธนาคารเพื่อร่วมบริจาค
ไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเฮติล่ะ?"

ผู้เขียนจึงตอบท่านไปว่า

"ก็กะว่าจะไปในภาคเช้าของวันนี้แหละครับ
ว่าแต่ท่านอาจารย์ประสงค์จะร่วมบริจาคเท่าไรหรือครับ?"

ท่านฟังแล้วก็เดินเข้าไปในห้องนอน ได้ยินเสียงก็อกแก็กๆ
สักครู่ก็ออกมาพร้อมด้วยธนบัตรสีแดงสองใบยื่นให้

"สองร้อยเองหยืออ....?"  ผู้เขียนถามทำเสียงล้อนิดหน่อย
"อืออ...แค่นั้นแหละ"

.....

ผู้เขียนใช้เวลาเดินไปถึงธนาคารไทยพานิชย์ สาขาสุรินทร์
ใช้เวลาในการเดินจากบ้านของอาจารย์ไปประมาณสิบกว่านาที

พนักงานธนาคารแห่งนี้ ต้องขอชมเชยนิดหน่อยว่า
ไม่ว่าจะเป็นสาขาไหนในประเทศนี้ ล้วนแต่ให้การต้อนร้บลูกค้าดีมาก

รปภ. พอเห็นผู้เขียนเดินเข้าไป กล่าวทักทายแล้ว
เขาก็เชิญให้นั่งที่โต๊ะสำหรับลูกค้าที่จะมาเปิดบัญชีใหม่ทันที

ผู้เขียนจึงแจ้งวัตถุประสงค์ให้พนักงานชายคนหนึ่งที่นั่งประจำโต๊ะตัวนั้นทราบว่า

"คือ อยากจะร่วมบริจาคไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเฮตินะครับ
แล้วไม่ทราบว่า ทางธนาคารทราบหมายเลขบัญชีรับบริจาคแล้วใช่ไหม"

เขาได้ยินแจ้งเช่นนั้นก็บอกว่า "ครับทราบครับ รอสักครู่นะครับ"

เขาลุกจากที่นั่งเดินไปสักครู่และกลับมาพร้อมกับใบฝากที่มีเลขบัญชีที่เขียนไว้แล้ว
และถามว่า "จะบริจาคเท่าไรครับ?"

"สี่ร้อยบาท...ถ้วน"

เขามองหน้านิดหน่อยแล้วรับเงินไปและจัดการกรอกข้อมูลให้
ผู้เขียนชอบสงสัยจึงถามเขาว่า


"ไม่ทราบว่า ต้องเขียนชื่อผู้บริจาคด้วยไหม?"
"ไม่ต้องครับ ทางเราจะมีใบเสร็จให้  รอสักครู่นะครับ"

จัดการทำงานของตนเอง ซึ่งก็คือ การบริการลูกค้าอย่างคล่องแคล่ว
มีเรียกผู้ช่วยนิดหน่อย ซึ่งเราไม่ว่ากัน เพราะเป็นงานของเขา
คนเราถ้าทำอะไรไม่ได้ ก็ต้องยอมเรียกตัวช่วยบ้าง ไม่น่าเสียหายอะไร
"ยอมโง่ในบางโอกาส ดีกว่าทำตัวฉลาดแล้วงานพัง"

รวมความแล้วเมื่อวานนี้ อาจารย์ของผู้เขียนกับตัวเขียนเอง
ร่วมบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยในครั้งนี้คนละ ๒ ร้อยบาท

ทุกท่านอาจคิดว่า "ทำไมบริจาคน้อยแท้?"
ใช่....เงินที่บริจาคไปนั้น ไม่กี่บาทหรอก
แต่นั่นก็เป็นน้ำใจมากที่สุดที่พวกเราสามารถช่วยเหลือได้
เพราะรายได้ของพวกเราก็ไม่ได้มากมายอะไร

พวกเราขอมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือเพื่อนร่วมโลกบ้างเท่านั้นแหละ

ความจริงจะว่าไปแล้ว เงินหนึ่งบาทก็มีความสำคัญมาก
ถ้าหากว่า มันจะทำให้เงินจำนวนที่มีอยู่ก่อนนั้นครบร้อย ครบพัน
ครบหมื่น ครบแสน หรือครบล้าน...

.....

หลังจากนั้นผู้เขียนก็ออกจากธนาคาร
รปภ. ถามว่า  "คุณอยู่ที่ไหนครับ?"
ผู้เขียนยิ้มให้เขาและตอบว่า


"เป็นคนสุรินทร์นี่แหละครับ แต่ว่าตอนนี้ไปอยู่จังหวัดอื่น
พอดียาย ไม่สบาย ก็เลยมาเยี่ยมไข้ยายอยู่รพ.รวมแพทย์นี่เอง"

ตอบแล้วผู้เขียนก็บอกเขาไปว่า


"ขอให้ทำงานอย่างมีความสุขนะครับ"
เขายิ้มและรับว่า "ครับผม"


ผู้เขียนยิ้มนิดหน่อย แล้วแวะซื้อกล้วยปิ้งซึ่งขายอยู่หน้าธนาคาร
จะเอาไปฝากแม่ซึ่งเฝ้าไข้ยายอยู่

บางทีน้ำใจเล็กๆ น้อยๆเช่น การทักทายกันด้วยไมตรี
ก็สร้างความสุขใจให้คนเราได้ไม่น้อยเลยทีเดียว


....

"เอาใบเสร็จรับเงินมาส่งครับผม"


ผู้เขียนร้องบอกหลังจากเยี่ยมเยียนยายและกลับมาถึงบ้านอาจารย์ที่เคารพแล้ว


"โอ้โฮ...มีใบเสร็จรับเงินด้วย  วันนี้ดูท่าจะมีความสุขทั้งวันแน่ที่ได้ทำบุญ"

อาจารย์ท่านพูดแล้วก็หัวเราะอย่างมีความสุข
ผู้เขียนก็ยิ้มตามเสียงหัวเราะของท่าน
ปกติอาจารย์เป็นคนอารมณ์ดีเสมอ
แล้วยิ่งได้ทำความดีเล็กๆน้อยๆ อย่างนี้ด้วยแล้ว
ท่านยิ่งมีความสุขขึ้นอีกเป็นกอง


น้ำใจที่อาจารย์ที่เคารพรักและผู้เขียนได้จัดส่งผ่านเงินจำนวนคนละ ๒ ร้อยบาทนั้น
อาจจะช่วยอะไรได้ไม่มากนักหรอก
แต่ว่า การได้เสียสละด้วยน้ำใสใจจริงเพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์นั้น
มันให้ความสุขใจมาก และมันจะกลายเป็นตำนานสำหรับใช้เล่าขานในชีวิต
ของคนคนหนึ่งไปได้อีกนานแสนนานเลยทีเดียว.....

ประวัติศาสตร์อันดีงามของชีวิตคนเราแต่ละคน
สร้างได้ด้วยจิตอันประกอบด้วยกุศลของตัวเราเอง


มีความสุขกับการงานและชีวิตประจำวันทุกท่านเด้อ....

...มนพล...

๒๒ มกราคม  ๒๕๕๓

โดย มนพล

 

กลับไปที่ www.oknation.net