วันที่ เสาร์ มกราคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เจอแล้ว ''เสธ.แดง'' โผล่เขาสอยดาว


เมื่อเวลา 09.20 น. วันที่ 23 ม.ค. พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง
ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก โฟนอินให้สัมภาษณ์ในรายการลับ ลวง พราง ว่า
ขณะนี้อยู่ในหาดใหญ่ หลังออกมาอบรมให้แนวร่วมประชาธิปไตย
ต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) ก็เลยอยู่ตั้งหลักที่นี่
นักรบไม่เรียกว่าหนี เรียกว่าร่นถอย ยันไม่ได้หนี
ข้ามไปประเทศมาเลเซียตามที่เป็นข่าว

"อยู่ดูเชิงเพราะเรากำลังรบกับกองทัพประจำการ
ผมแต่งตั้งตัวผมเองเป็นแกนนำ นปช. เพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย
และเสื้อแดงก็ยอมรับแล้ว ตอนนี้ก็ประกาศตัวอย่างเป็นทางการ
ว่าตัวเองเป็นนักรบของเสื้อแดง และช่วงเย็นวันนี้จะขึ้นเวทีปราศรัย
ที่เขาสอยดาวร่วมกับกลุ่มคนเสื้อแดงด้วย " เสธ.แดงกล่าว

เมื่อกล่าวถึงกรณีการยิงระเบิดเข้าไปที่ตึกกองบัญชาการทหารบก พล.ต.ขัตติยะ กล่าวว่า ยืนยันไม่ได้เป็นคนลงมือทำ แต่ส่วนตัวเชื่อว่ามีคนจองกฐินพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.) จำนวนมาก

''บิ๊กป๊อก'' สั่งทหารทั่วประเทศ
หากเจอ''เสธ.แดง''ที่ไหน
ให้จับตัวส่งตำรวจทันที

จากกรณีเกิดเหตุคนร้ายยิงระเบิดเอ็ม 79 ใส่ห้องทำงานของพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ที่กองบัญชาการกองทัพบก และมีการเข้าตรวจค้นบ้านพักของพล.ต.ขัตติยะ  สวัสดิผล อดีตผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก พบอาวุธหลายรายการ

รายงานข่าวแจ้งเมื่อวันที่ 22 มกราคมว่า บริเวณที่ถูกระเบิดยิงเข้าใส่ภายในกองบัญชาการกองทัพบกนั้น จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุของเจ้าหน้าที่กรมสรรพาวุธทหารบก พบว่าบริเวณผนังห้องออกกำลังกายของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยชั้น 6 ที่อยู่ในชั้นเดียวกับห้องทำงานของ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) พบว่า ผนังซีเมนต์เป็นหลุมลึก และมีรอยระเบิดกระจายรอบๆ และกระจกยังมีรอยแตกและร้าว ซึ่งยังไม่ได้มีการเปลี่ยน ขั้นต้นสันนิษฐานว่าเป็นอาวุธประเภทระเบิด แต่ไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นอาวุธประเภทไหน ซึ่งในที่เกิดเหตุวันนั้น เจ้าหน้าที่เก็บได้เพียงเศษโลหะเล็กๆ 2-3 ชิ้น ที่ยังไม่ได้บ่งชี้ได้ว่าเป็นส่วนของระเบิด หรือวัสดุอะไร แต่ พล.อ.อนุพงษ์ ได้ขอให้เจ้าหน้าที่ส่งหลักฐานทั้งหมดให้พนักงานสอบสวน และ พล.อ.อนุพงษ์ ยืนยันว่า ไม่ได้บอกว่าอาวุธที่ยิงเข้ามาคือ M-79 แต่เป็นการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชนว่าเป็นอาวุธดังกล่าว
แหล่งข่าวใกล้ชิด พล.ออนุพงษ์ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวคงต้องเป็นไปตามกฎหมาย ขณะนี้ พล.อ.อนุพงษ์ ไม่ได้เครียดอะไร ครอบครัวก็ไม่ได้กลัวอะไรทั้งนางกุลยา เผ่าจินดา ภรรยาและบุตรของท่านก็ไม่กลัวต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงไม่จำเป็นต้องย้ายมาอยู่บ้านพักที่ ร.1 รอ. แต่ยังอยู่ในบ้านพักส่วนตัวของท่านย่านพุทธมณฑลสาย 2 ความจริงท่านไม่ได้อยากมีเรื่องทะเลาะกับใคร แต่เขามาหาเรื่องท่านเอง  การวางมาตรการความปลอดภัยไม่ได้เพิ่มมากขึ้น แต่อาจจะมีมอเตอร์ไซด์ประกบข้างรถ เพื่อป้องกันคนที่จะมาข้างรถท่าน เราต้องเตรียมป้องกันไว้ดีกว่าจะเกิดเหตุการณ์ขึ้นมา ส่วนบริเวณบ้านพักของท่านที่พุทธมณฑลก็จัดวางกำลังเพิ่มเติมตามความเหมาะสม กับสถานการณ์ โดยจะเน้นมาตรการป้องกันการยิงระเบิดเอ็ม 79 เป็นหลัก เพราะหลายเหตุการณ์เขาจะใช้รูปแบบนี้เป็นหลัก การวางกำลังจึงต้องเน้นจุดนี้ เพื่อป้องกันบ้านและครอบครัวท่าน ซึ่งท่านเองไม่ได้ห่วงตัวเองเท่าไหร่ แต่ห่วงคนรอบข้างมากกว่า

รายงานข่าว แจ้งด้วยว่า เมื่อเวลา 08.30 น. พล.อ.อนุพงษ์ ได้เชิญ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รอง ผบ.ทบ. พล.อ.ธีระวัฒน์ บุณยประดับ ผู้ช่วยผบ.ทบ. พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ผู้ช่วยผบ.ทบ. พล.อ.พิรุณ แผ้วพลสง เสนาธิการทหารบก ประชุมที่กองบัญชาการกองทัพบก(บก.ทบ.) เพื่อประเมินสถานการณ์ภายหลังการเข้าตรวจค้นบ้านพัก พล.ต.ขัตติยะและลูกน้องคนสนิท รวมทั้งได้หารือกรณีที่กลุ่มคนเสื้อแดงอาจหยิบยกเรื่องนี้มาเป็นเงื่อนไขใน การชุมนุมระหว่างประชุมมีการสั่งการให้หน่วยทหารขึ้นตรงกองทัพบก สอดส่องดูแลภายในหน่วยทหารทั่วกรุงเทพฯ และตรวจตราคลังอาวุธของหน่วยทหาร รวมทั้งประเมินเหตุการณ์ในช่วงต่อจากนี้อาจส่อเค้ารุนแรง เนื่องจากกลุ่มเสื้อแดงอาจยกเรื่องนี้มาเป็นเงื่อนไขรวมตัวชุมนุม นอกจากนี้พล.อ.อนุพงษ์ ได้สั่งการให้หน่วยทหารทั่วประเทศ หากพบเห็น พล.ต.ขัตติยะ ให้จับตัวส่งตำรวจได้ทันที โดย พล.อ.อนุพงษ์ ได้ย้ำในที่ประชุมให้เพิ่มความระมัดระวังหน่วยที่ตั้งของทหารทุกจุด รวมทั้งดูแลคลังอาวุธ โดยให้เพิ่มทหารเวรยาม และตรวจตราถี่ขึ้น เพื่อป้องกันการปล้น และการลักลอบนำอาวุธจากหน่วยออกไปใช้

พล.อ.อนุพงษ์ ได้ปรารภกับนายทหารระดับ 5 เสือ และกล่าวตำหนิสื่อมวลชนกลางที่ประชุม โดยเฉพาะกลุ่มที่เสนอข่าวในลักษณะการจับกุม พล.ต.ขัตติยะเป็นการกลั่นแกล้ง ทั้งที่กองทัพเป็นว่าเป็นความผิดที่มีหลักฐานชัดเจน โดยไม่ต้องการเห็นสื่อเสนอข่าว โดยเปรียบพล.ต.ขัตติยะ เป็นฮีโร่ เพราะขณะนี้หลักฐานะค่อนข้างชัดแจ้ง กองทัพเกรงจะทำให้ประชาชนเข้าใจผิด

"เรารู้และทราบพฤติกรรมที่ผ่านมาของ พล.ต.ขัตติยะ ที่สวมเครื่องแบบทหารเป็นข้าราชการกระทรวงกลาโหม แต่กลับมาด่าท่อผู้บังคับบัญชาใช้วาจาข่มขู่จะกระทืบบ้าง จะยิงบ้าง มันชัดเจนว่าทหารคนนี้ไม่มีวินัย ไร้ระเบียบต่อเครื่องแบบ แถมยังทำผิดกฎระเบียบกองทัพมาโดยตลอด  ขณะนี้ข้อหาทุกอย่างมันชัดเจนมีการครอบครองวัตถุอาวุธสงคราม วัตถุระเบิด กระสุน และปืนโดยเฉพาะที่บ้านพักพลขับ คือ จ.ส.อ.ณัฎฐ์สิทธิ์ สุวรรณราช ถามว่าพลขับจะกล้ามาสะสม หรือครอบครองอาวุธสงครามจำนวนมากอย่างนี้หรือ มันต้องของ พล.ต.ขัตติยะ แน่นอน อาวุธที่จับได้ต้องนำไปขยายความเพื่อดูความผิดว่าเคยนำไปใช้ก่อนเหตุที่ไหน บ้าง" แหล่งข่าวกล่าวอ้างถึงการพูดคุยในที่ประชุม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายในกองบัญชาการกองทัพบก ยังได้เพิ่มระบบการรักษาความปลดภัยเพิ่มขึ้น โดยให้เข้มงวดการเข้าออกของบุคคลภายนอก และรถยนต์ที่เข้าออกในบริเวณ บก.ทบ.ทั้งได้เพิ่มกำลังพล ในการตรวจตราเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการนำสุนัขทหารเข้ามาดมกลิ่นวัตถุระเบิดเพิ่มขึ้น และให้กำลังพลทุกคนสังเกตสิ่งแปลกปลอม พร้อมทั้งติดตั้งกล้องวงจรปิด หรือ ซีซีทีวี ภายในกองทัพบกอีก 60 ตัว เพื่อเป็นมาตรการรักษาความปลอดภัย

ขอขอบคุณข่าวมติชนออนไลน์

โดย chronomist

 

กลับไปที่ www.oknation.net