วันที่ อาทิตย์ มกราคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ประวัติพระครูพิศาลวิริยคุณ (สิงห์โต ติสฺโส)


ประวัติพระครูพิศาลวิริยคุณ (สิงห์โต ติสฺโส)

 

         

                                          

       เดิมชื่อสิงห์โต  เทศกาล  เกิดเมื่อวันอาทิตย์ที่     เมษายน   พุทธศักราช  ๒๔๖๙     บ้านเลขที่ ๖๕  หมู่     บ้านบางคลอง  ตำบลปากแคว  อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย   บิดาชื่อคุณพ่อชม  เทศกาล มารดาชื่อคุณแม่เชื่อม เทศกาล   ท่านจึงเป็นบุตรคนที่    ในจำนวน พี่น้อง    คน ดังนี้คือ

 

          . นางนกเล็ก            เทศกาล         (ถึงแก่กรรม)

 

          . พระครูพิศาลวิริยคุณ  (สิงห์โต ติสฺโส)

 

          . นางทองอยู่     เทศกาล (แซ่เตีย) (ถึงแก่กรรม)

 

          . นาวาอากาศเอกนิยม   เทศกาล  (ถึงแก่กรรม)

 

          . นางพยอม   นิ่มมณี

 

          . นางนงเยาว์    เครือเถาว์

 

 

          ชีวิตในวัยเยาว์ เนื่องจากพ่อแม่ทำกิจการไร่ยาสูบ และทำนาในชนบท  ลูกทุกคนที่เติบโต  พอทำงานได้ก็ต้องช่วยการงานของพ่อแม่สำหรับสิงห์โต เป็นคนรูปร่างค่อนข้างเล็ก   และมักจะเจ็บป่วยอยู่บ่อย ๆ พ่อแม่จึงตามใจและทนุถนอมเป็นกรณีพิเศษกว่าลูกคนอื่น ๆ  และทั้งรักและตามใจ  อีกทั้งยังมีศักดิ์เป็นหลานกำนันในตำบลนั้นด้วย  จึงออกจะมีใจเป็นนักเลง  คบเพื่อนฝูงที่ชอบเล่นการพนันแบบคนใจกว้างและท่องเที่ยวไปเมื่อสู่วัยรุ่น   เนื่องด้วยในสมัยนั้น  โรงเรียนอันเป็นสถานศึกษาขั้นต้น  (โรงเรียนประชาบาล)  มีน้อย   และไม่นิยมส่งลูกหลานเรียนหนังสือ  สิงห์โตจึงเรียนจบเพียงแค่ ป.  เท่านั้นเอง

 

          ต่อมาเมื่อประมาณ พ..๒๔๘๗   สิงห์โต  มีอายุราว ๑๘  ปี นายเหรียญ ซึ่งเป็นศึกษาธิการจังหวัดสุโขทัย  และสนิทสนมกับกำนันแดง เทศกาล ซึ่งเป็นลุงแท้ ๆ ของสิงห์โตได้ชักชวนให้ไปสมัครเป็นครู แต่พ่อของสิงห์โต ไม่อนุญาตด้วยว่าเคยเป็นครูมาก่อน  จึงทราบดีว่าการเป็นครูสมัยนั้นลำบากกับเงินเดือนเพียงแค่ ๖  บาท (..๒๔๘๗) ซึ่งไม่พอใช้จ่าย ทำอาชีพอื่น ๆ มีรายได้มากกว่าเป็นครู

 

          ครั้นเมื่ออายุครบ ๒๐ ปีบริบูรณ์   ผ่านการเกณฑ์ทหารแล้ว สิงห์โต ได้อุปสมบทตามความปรารถนา ของพ่อแม่และญาติมิตร  งานอุปสมบทนาคสิงห์โต สมเกียรติกับที่ท่านเป็นหลานกำนันแดง  ตามสมัยนิยมคือมีหมอทำขวัญนาค ลิเก และกลองยาว เป็นงานอันยิ่งใหญ่  นาคสิงห์โตทำการอุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดบางคลอง   .ปากแคว อ.เมือง จ.สุโขทัย  โดยมีพระราชประสิทธิคุณ เจ้าคณะจังหวัดสุโขทัย      วัดราชธานี (เดิมดำรงตำแหน่งที่พระโบราณวัตถาจารย์) เป็นพระอุปัชฌาย์            พระครูวินัยสารโสภิต (พระครูโต) วัดไทยชุมพล เป็นพระกรรมมาวาจารย์  และ    พระครูปลัดทองคำ  วัดบางคลอง  เป็นพระอนุสาวนาจารย์

 

          เมื่ออุปสมบทแล้ว หลวงพ่อโต ติสโส    ได้จำพรรษาอยู่ที่วัดบางคลอง  โดยมีท่านพระครูปลัดทองคำ  เป็น      เจ้าอาวาส   ได้ ๓ พรรษา   และได้ศึกษาเล่าเรียนพระปริยัติธรรม  สอบได้นักธรรมชั้นตรี  โท   ตามลำดับ  เห็นว่าการเล่าเรียนพระธรรมวินัยในพระพุทธศาสนามากพอที่จะรักษาตนไม่ให้ตกไปในที่ชั่ว   จึงใคร่จะลาสิกขาสำเร็จตามใจคิด     บังเอิญหลวงปู่แถม  (หลวงปู่หนอ) โสภธมฺโม  น้องชายแท้ ๆ ของหลวงปู่พัก  ธมฺมทตฺโต                (พระครูธรรมสมาจารย์) ซึ่งสมัยที่ครองเพศฆราวาสอยู่บ้านใกล้เรือนเคียงกับหลวงพ่อโต ได้ขึ้นไปจากกรุงเทพ  ฯ เพื่อเยี่ยมบ้านเกิด ก่อนที่หลวงปู่แถมจะกลับก็ชวนพระสิงห์โตลงไปเที่ยวกรุงเทพ ฯ  หลวงพ่อโตจึงตัดสินใจเข้ามาเที่ยวตามคำชวน   ครั้นมาถึงวัดบึงทองหลาง  ก็เข้าไปกราบนมัสการหลวงปู่พัก  ธมฺมทตฺโต  เจ้าอาวาส  ในฐานะอาคันตุกะพระผู้น้อย    เมื่อหลวงปู่พักทราบว่าหลวงพ่อโตเป็นบุตรของใคร  มาจากไหน  และด้วยอัธยาศัยเป็นที่ถูกใจ หลวงปู่พักจึงชวนให้จำพรรษากับท่านที่วัดบึงทองหลาง  เมื่อวันที่ ๒๕  ธันวาคม  ..๒๔๙๑   ครั้งแรกหลวงพ่อโต  ก็ยังยืนกรานที่จะสิกขา  หลวงปู่พักก็หว่านล้อมด้วยธรรมะต่าง ๆ ประกอบกับความเมตตาที่หลวงปู่พักมอบให้หลวงพ่อโต   จึงตัดสินใจจำพรรษา           ณ วัดบึงทองหลาง เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร นับตั้งแต่วันที่ ๒๕  ธันวาคม พ..๒๔๙๑   จนถึงปัจจุบัน

 

 

          นับตั้งแต่หลวงพ่อโต  ได้เข้ามาอยู่อาศัยใบบุญของหลวงปู่พักใน       วัดบึงทองหลาง  ก็ได้รับเมตตาอนุเคราะห์ด้านต่าง ๆ จากหลวงปู่ประดุจดังลูกหลาน  ทั้งในด้านหน้าที่การงานและด้านคำสอน  หลวงปู่มอบให้หลวงพ่อโต ด้วยความเมตตาอาทิเช่น  เสนอแต่งตั้งให้เป็นครูสอนพระปริยัติธรรมแก่พระภิกษุสามเณรภายในวัด  พอมีอายุครอบ ๕ พรรษา  หลวงปู่จึงแต่งตั้งให้เป็นพระครูสวด

 

 

          พระครูธรรมสมาจารย์  หรือหลวงปู่พัก  ธมฺมทตฺโต   ผู้เป็นเสมือนเบ้าหลอมดวงใจแห่งศรัทธา  เจ้าอาวาสวัดบึงทองหลาง   เจ้าคณะแขวง    วังทองหลาง   และเป็นพระอุปัชฌาย์เพียงรูปเดียวในเขตบางกะปิ  สมัยนั้นได้ถึงแก่มรณภาพด้วยโรคชรา   เมื่อเวลาประมาณ ๒๑.๐๐   . ของ         วันพฤหัสบดี ที่ ๑๘   สิงหาคม  .. ๒๕๐๑  สิริอายุได้  ๘๒  ปี   ยังความโศกเศร้าให้แก่คณะสงฆ์วัดบึงทองหลางโดยเฉพาะหลวงพ่อโต  มีความโทรมนัสเป็นอย่างยิ่งด้วยด้วยการจากไปและความอาลัยรักในหลวงปู่  คณะศิษยานุศิษย์ได้นำศพของหลวงปู่ไว้สักการะเป็นเวลา ๒ ปี  ๗ เดือน  กับอีก    วัน   จึงได้ขอพระราชทานเพลิงศพ เมื่อวันที่ ๑๓ มีนาคม พ..๒๕๐๓

(งานพระราชทานเพลงศพหลวงปู่พัก ธมฺมทตฺโต พ.ศ.๒๕๐๓)

 

          หลังจากหลวงปู่มรณภาพแล้วคณะสงฆ์และคณะศรัทธาวัดบึงทองหลางได้เสนอให้หลวงพ่อโต  ดำรงตำแหน่งรักษาการเจ้าอาวาสวัดบึงทองหลาง  เมื่อวันที่ ๑๙  สิงหาคม  ..๒๕๐๑    รักษาการเจ้าอาวาสอยู่เป็นเวลา ๙ ปี  จึงได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดบึงทองหลาง  เมื่อวันที่ ๑ กันยายน  ..๒๕๑๐    ท่านได้ร่วมมือกับคณะสงฆ์และชาวบ้านช่วยกันพัฒนาวัด และจัดสร้างถาวรวัตถุ  โดยมีผู้มีจิตศรัทธาร่วมเป็นเจ้าภาพสร้างกุฏิ  ศาลา อุโบสถ  วิหาร ห้องสุขา ขุดคลอง  สร้างสะพาน สร้างหอระฆัง  สร้างเมรุเผาศพ  สร้างกำแพงวัด  สร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก  ขุดบ่อน้ำบาดาล  สร้างสุสานบรรจุศพ  รวมเป็นเงินงบประมาณค่าก่อสร้างทั้งสิ้นหลายสิบล้านบาท   งานพิเศษที่พระครูพิศาลวิริยคุณ   ทำ เช่นการสงเคราะห์ฌาปนกิจศพผู้มีรายได้น้อยฐานะยากจน   โดยท่านจะบริจาคโลงศพให้รายละ ๑ โลง  พร้อมเงิน ๑,๐๐๐ บาท  พร้อมทั้งมีอาหารเลี้ยงแขกที่มาในงานอาทิเช่นข้าวต้ม  กระเพาะปลา  ปลาท่องโก๋  พร้อมทั้งกาแฟเสร็จ  และขนาดว่าเสียชีวิตที่ใดไม่มีพาหนะจะนำศพมาวัด  ทางวัดจะจัดรถไปรับศพถึงที่   และทำการฌาปนกิจศพโดยไม่คิดมูลค่า   และค่าใช้จ่ายใด  ๆ ทั้งสิ้น  โดยถือว่าเป็นบุญกุศลแก่ประชาชนผู้ยากจนมาตั้งแต่ พ..๒๕๑๖  เป็นต้นมา   จนสำนักเลขาธิการวัฒนธรรมแห่งชาติ   จัดพิมพ์เผยแพร่การจัดงานศพแบบประหยัด   เพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้ทราบและเป็นแบบอย่างแก่วัดอื่น ๆ ต่อไปตั้งแต่วันที่ ๒๓  สิงหาคม      ..๒๕๒๕  รวมทั้งได้รับการยกย่องให้เป็น วัดพัฒนาตัวอย่าง ใน    พ.ศ.๒๕๔๓  อีกด้วย

 

 

วิทยฐานะ

 

          .. ๒๔๗๙   ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔  โรงเรียนวัดบางคลอง

 

.ปากแคว  .เมือง จ.สุโขทัย

 

          .. ๒๔๘๙   นักธรรมตรี   สำนักเรียนวัดราชธานี   .ธานี

 

.เมือง จ.สุโขทัย      

 

          .. ๒๔๙๐    นักธรรมโท   สำนักเรียนวัดราชธานี  .ธานี 

 

.เมือง จ.สุโขทัย

 

 

 

สมณศักดิ์

 

๓๐   เมษายน  ๒๕๐๙ ได้รับแต่งตั้งเป็นพระครูพัธกิจ  ฐานานุกรมในสมเด็จพระมหาวีรวงศ์  วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ กทม.

 

              ธันวาคม  ๒๕๑๔ ได้รับพระราชทานแต่งตั้งเป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นตรี   มีพระราชทินนามว่า พระครูพิศาลวิริยคุณ   เจ้าอาวาสวัดอารามราษฎร์

 

             ธันวาคม  ๒๕๒๑ ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นโท  (ในพระราชทินนามเดิม)

 

          ๓๐  มกราคม  ๒๕๓๑ ได้รับแต่งตั้งเป็นพระอุปัชฌาย์และได้นำนาคสมชาย  ชัยปัญญา  เข้ารับการอุปสมบทเป็นนาคแรก  วันที่ ๓๑  มกราคม  ๒๕๓๑  พระคุณท่านตั้งปณิธานว่าปัจจัยซึ่งได้มาจากการเป็นพระอุปัชฌาย์จะไม่นำมาใช้เป็นการส่วนตัว  จึงจัดตั้งกองทุนการศึกษา  สำหรับพระภิกษุสามเณร  และนักเรียนตามโรงเรียนต่าง ๆ เงินทุนการศึกษาก้อนนี้ได้ฝากเงินไว้กับธนาคารกรุงเทพ ฯ จำกัด  สาขาลาดพร้าว ๙๙   มีเงินสะสมหลายหมื่นบาท ต่อมาได้มีการจดทะเบียนกองทุนนี้เป็นมูลนิธิพระครูพิศาลวิริยคุณ (สิงห์โต เทศกาล) ได้ทำกิจกรรมสาธารณสงเคราะห์เป็นจำนวนมาก ดังปรากฏต่อสาธารณะ

 

              ธันวาคม  ๒๕๓๑   ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นเอก (ในพระราชทินนามเดิม)

 

  ธันวาคม  ๒๕๔๑   ได้รับแต่งตั้งเทียบเท่าผู้ช่วยเจ้าอาวาส

 

พระอารามหลวงชั้นเอก

 

 

 

งานการปกครอง

 

          .. ๒๔๙๕             เป็นพระกรรมวาจาจารย์

 

          .. ๒๕๐๑              เป็นผู้รักษาการเจ้าอาวาสวัดบึงทองหลาง

 

          .. ๒๕๑๐              เป็นเจ้าอาวาสวัดบึงทองหลาง

 

          .. ๒๕๔๗             สิ้นสุดการดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส

 

                                      ในข้อหาหย่อนสมรรถภาพ (ให้ออก)

 

งานพิเศษ

 

          ประธานมูลนิธิพระครูธรรมสมาจารย์ (อุปัชฌาย์พัก  ธมฺมทตฺโต)

 

          ประธานมูลนิธิพระครูพิศาลวิริยคุณ (สิงห์โต ติสฺโส)

 

 

 

เกียรติคุณ

 

(๑) พัฒนาวัดจนได้รับการยกย่องเป็นวัดพัฒนาตัวอย่าง

 

จากกรมการศาสนา ใน พ.ศ.๒๕๔๓ 

 

(๒) ได้รับการยกย่องเป็นบุคคลดีเด่นของเขตบางกะปิ พ.ศ.๒๕๓๑

          (๓) ได้รับปริญญาพุทธศาสตร์มหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขา สังคมสงเคราะห์ จากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ.๒๕๕๒

 

                             moonpuk 1001

โดย เด็กบึง

 

กลับไปที่ www.oknation.net