วันที่ จันทร์ มกราคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

โดนอีกแล้ว แกนนำเสื้อแดง!!! ศาลรับฟ้อง 'อริสมันต์' หมิ่น 'มาร์ค' ปล้นอำนาจประชาชน


วันนี้ 25 ม.ค.52 เมื่อเวลา 09.30 น.ที่ห้องพิจารณาคดี 907 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลออกนั่งบัลลังก์ไต่สวนมูลฟ้องโจทก์ในคดีหมายเลขดำที่ อ.4177/2552 ที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นโจทก์ฟ้องนายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง เป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณากรณีปราศรัยบนเวทีคนเสื้อแดง ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 11 ต.ค.52 และทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 17 ต.ค.52 กล่าวหาว่าโจทก์เป็นต้นเหตุทำให้ในหลวงทรงพระประชวร เป็นนายกรัฐมนตรีที่มาจากการปล้นอำนาจประชาชน สั่งการให้ฆ่าประชาชน และอื่นๆ
โดยวันนี้

นายกรัฐมนตรีเป็นพยานขึ้นเบิกความด้วยตนเองเพียงปากเดียวสรุปว่า ตนเองเป็นนายกรัฐมนตรีที่มีความจงรักภักดี และปฏิบัติหน้าที่สนองพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาโดยตลอด โดยเฉพาะพระราชดำรัสเมื่อวันที่ 5 ธ.ค.52ที่ว่า ความสุขความสวัสดีของข้าพระเจ้าจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อบ้านเมืองมีความปกติ สุข ซึ่งหมายถึงบ้านเมืองไม่มีความวุ่นวาย ในเหตุจราจลของกลุ่มคนเสื้อแดงในเดือนเมษายน 52 ทั้งใน กทม.และพัทยา ซึ่งจำเลยเป็นแกนนำล้มการประชุมอาเซี่ยน โจทก์ได้สั่งการให้ตำรวจหรือทหารเข้าควบคุมสถานการณ์โดยยึดหลักกฎหมายและ สิทธิมนุษยชน จนกลุ่มคนเสื้อแดงสลายการชุมนุมไปโดยปราศจากการเสียเลือดเนื้อ ส่วนคลิ๊ปเสียงที่จำเลยนำมาเผยแพร่กล่าวอ้างว่าโจทก์สั่งการให้ฆ่าประชาชน นั้น ได้มีการพิสูจน์จากผู้เชี่ยวชาญที่เป็นที่ยอมรับแล้วว่าเป็นการตัดต่อข้อ ความจากเสียงของโจทก์

นายอภิสิทธิ์ เบิกความต่อว่าไม่เคยประวิงเวลาการยื่นฎีกาของพระราชทานอภัยโทษให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ของกลุ่มคนเสื้อแดง หากแต่ได้ดำเนินการตามขั้นตอนทางราชการซึ่งจะต้องส่งรายชื่อผู้ถวายฎีกาให้ กรมราชทัณฑ์ตรวจสอบความถูกต้อง ซึ่งจำเลยเป็นอดีต ส.ส.ก็ทราบดีถึงขั้นตอนกระบวนการแต่ยังดึงดันยื่นถวายฎีกาทั้งที่กลุ่มนัก วิชาการ อธิการบดี 57 มหาวิทยาลัย และข้าราชการระดับปลัดกระทรวงต่างคัดค้านว่าเป็นการกดดันพระมหากษัติริย์

ส่วนที่จำเลย กล่าวหาว่าโจทก์ขึ้นมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จาการปล้นอำนาจประชาชนนั้นไม่เป็นความจริงเนื่องจากโจทก์มาดำรงตำแหน่งนายก รัฐมนตรีโดยได้รับความเห็นชอบจากเสียงข้างมากสภาฯตามวิถีทางของประชาธิปไตย ข้อกล่าวหาของจำเลยไม่ได้เป็นการติชมโดยสุจริตแต่เป็นการกล่าวหาโจทก์ให้ เสื่อมเสียชื่อเสียถูกดูหมิ่นเกลียดชังจึงของให้ศาลเรียกจำเลยมาลงโทษตาม ความผิดด้วย

ภายหลังนายกรัฐมนตรีเบิกความแล้วเสร็จศาลให้รอฟังคำสั่งคดีในวันนี้

ภายหลังศาลวิเคราะห์แล้วเห็นว่าคดีมีมูลจึงประทับรับฟ้องไว้
เพื่อมีคำพิพากษาต่อไป โดยให้นัดสอบคำให้การจำเลย
ในวันที่ 7 เมษายน 2553 เวลา 09.00 น.

ขอขอบคุณข่าวจากผู้จัดการออนไลน์

โดย chronomist

 

กลับไปที่ www.oknation.net