วันที่ จันทร์ มกราคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

งานวันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก 2553...World Wetlands Day 2010


 

 

วันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก ประจำปี 2553 World Wetlands Day 2010

“แม่น้ำชี สายน้ำ…สายชีวิต”

3 กุมภาพันธ์ 2553 ณ ริมฝั่งแม่น้ำชี บ.หนองไห ต.หนองแปน อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น

..................................

            หลักการและเหตุผล

จากความตระหนักถึงคุณค่าความสำคัญของแหล่งน้ำ และตระหนักถึงปัญหาและภัยต่างๆจากกิจกรรมการใช้ประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติของมนุษย์ที่จะส่งผลกระทบกับระบบนิเวศและความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ชุ่มน้ำทั่วโลก จึงทำให้เกิด “อนุสัญญาว่าด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับ นานาชาติ” (Ramsar Convention on Wetlands) โดยการลงนามร่วมกันระหว่างตัวแทนจาก 18 ประเทศ เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2514 ณ เมืองแรมซาร์ ประเทศอิหร่าน และด้วยความมุ่งหมายที่จะให้รัฐบาลของประเทศต่างๆ องค์กรต่างๆ รวมทั้งองค์กรพัฒนาเอกชน (NGOs) และประชาชนทั่วไป ให้ความสำคัญและช่วยกันปกป้องพื้นที่ชุ่มน้ำของโลก คณะกรรมการสำรอง (Standing committee)ของอนุสัญญาฯ จึงได้กำหนดให้วันที่ 2 กุมภาพันธ์ ของทุกปี เป็นวันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก (World Wetlands Day) ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2540 เป็นต้นมา ปัจจุบัน (พ.ศ. 2553) มีประเทศที่เข้าร่วมสมาชิก 157 ประเทศ

            ดังนั้น เพื่อร่วมตระหนักถึงความสำคัญของแหล่งน้ำ โดยเฉพาะแม่น้ำชีอันเปรียบเสมือนสายน้ำแห่งชีวิตที่หล่อเลี้ยงชุมชนที่อาศัยในเขตในลุ่มน้ำชี ดังนั้นที่ทำการปกครองอำเภอมัญจาคีรี องค์การบริหารส่วนตำบลหนองแปน สมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน โครงการฟื้นฟูลุ่มน้ำชี-WWF ประเทศไทย มูลนิธิ โคคา-โคล่า ประเทศไทย กลุ่มมัญจาเขียวขจี ลุ่มน้ำชีพัฒนาชีวิต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงได้ร่วมกันจัดงานวันพื้นที่ชุ่มน้ำโลกประจำปี 2553 ขึ้น เพื่อเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจ และสร้างความตระหนักถึงการรักษาระบบนิเวศลุ่มน้ำชีและพื้นที่ชุ่มน้ำ เพื่อความยั่งยืนของการจัดการทรัพยากรในเขตลุ่มน้ำชีต่อไปในอนาคต

            วัตถุประสงค์

  1. เพื่อให้ชุมชนและผู้ที่เกี่ยวข้องตระหนักถึงความสำคัญและคุณค่าของพื้นที่ชุ่มน้ำในลุ่มน้ำชี

  2. เพื่อส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือระหว่างชุมชนและหน่วยงานท้องถิ่นในการจัดการลุ่มน้ำชีอย่างยั่งยืน

  3. เพื่อเผยแพร่กิจกรรมด้านการอนุรักษ์และฟื้นฟูลุ่มน้ำชีโดยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน

                กลุ่มเป้าหมาย

    1. เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในระดับท้องถิ่น

    2. ชุมชนในพื้นที่ลุ่มน้ำชีและพื้นที่ใกล้เคียง

    3. เยาวชนจากโรงเรียนต่าง ๆ ในพื้นที่ลุ่มน้ำชี

    4. สื่อมวลในพื้นที่จังหวัดขอนแก่นและส่วนกลาง

                  ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

      1.       ผู้มีส่วนได้เสียมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับคุณค่า ความสำคัญของ พื้นที่ชุ่มน้ำในลุ่มน้ำชีมากขึ้น 

      2.       เกิดจิตสำนึกการอนุรักษ์ความร่วมมือในการสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมการอนุรักษ์ ฟื้นฟูลุ่มน้ำชี

      3.       กิจกรรมด้านการอนุรักษ์และฟื้นฟูลุ่มน้ำชีโดยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนได้รับการเผยแพร่ผ่านสื่อสารมวลชน

            ---------------------------------------------

      กำหนดการ

      3 กุมภาพันธ์ 2553

      บ้านหนองไห ต.หนองแปน อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น

      ...........................

      8.30-9.00 .            ลงทะเบียนผู้เข้าร่วมงาน

      9.00-9.45 .            ขบวนแห่รณรงค์และต้อนรับประธานและคณะ

      9.45-10.15 .           พิธีเปิด                          

      10.15-10.45 .         ประธานเยี่ยมชมนิทรรศการสิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรม

      10.45-11.15 .         พิธีสืบชะตาแม่น้ำ/เปิดป้ายวังปลา/ปล่อยปลา/ปลูกต้นไม้/ปล่อยโคม

      11.15-12.00 .         แสดงดนตรีและให้ความรู้เรื่องพื้นที่ชุ่มน้ำ...กับความมั่นคงด้านอาหาร

      12.00-13.00 .         รับประทานอาหารและแข่งขันประกอบอาหารพื้นบ้านจากปลาลุ่มน้ำชี

      13.00-13.15 .         จับรางวัลและตอบปัญหาเกี่ยวกับลุ่มน้ำชี

      13.15-14.00 .         การแข่งขันหว่านแหบก

      14.00-15.00 .         การแข่งขันมวยทะเลและแข่งขันดำน้ำ

      15.00-15.30 .         มอบของรางวัล / กล่าวปิด โดย นายอำเภอมัญจาคีรี

      หมายเหตุ            1. กำหนดการนี้อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม

                              2. การประกวดภาพในหัวข้อ “แม่น้ำชี  สายน้ำ  สายชีวิต”

      หน่วยงานร่วมจัด

      1. ชุมชนบ้านหนองไห
      2. ชุมชนบ้านป่าแดง
      3. โรงเรียนบ้านหนองไห
      4. โรงเรียนบ้านป่าแดง
      5. ที่ทำการปกครองอำเภอมัญจาคีรี
      6. องค์การบริหารส่วนตำบลหนองแปน
      7. สมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน (ศูนย์มีชัย บ้านไผ่)
      8. กลุ่มมัญจาเขียวขจี ลุ่มน้ำชีพัฒนาชีวิต
      9. โครงการฟื้นฟูลุ่มน้ำชี WWF-ประเทศไทย
      10. มูลนิธิโคคา-โคล่า ประเทศไทย (บริษัท ไทยน้ำทิพย์ จำกัด ฯ)
      11. มูลนิธิคนกับควาย (ลุ่มน้ำห้วยสามหมอ)
      12. สมาคมอนุรักษ์ลุ่มน้ำสงคราม จ.นครพนม
      13. สำนักงานทรัพยากรน้ำ ภาค 4 ขอนแก่น
      14. สำนักงานสิ่งแวดล้อม ภาค 10 ขอนแก่น
      15. สำนักงานอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ที่ 7 ขอนแก่น
      16. สวนป่ามัญจาคีรี (ออป.) 
      17. เครือข่ายอนุรักษ์แก่งละว้า
      18. เครือข่ายชีกกค้อ

        ---------

        ความรู้เรื่องพื้นที่ชุ่มน้ำ

        วันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก ตรงกับวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ของทุกปี  เนื่องจาก ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2514  นานาชาติได้ร่วมยกร่างและลงนามในการรับรอง  “อนุสัญญาว่าด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศโดยเฉพาะเป็นแหล่งที่อยู่ของนกน้ำ”  ขึ้น ณ เมือง Ramsar ประเทศอิหร่าน อนุสัญญาเป็นรู้จักในนามอนุสัญญาแรมซาร์

        พื้นที่ชุ่มน้ำคืออะไร

                  พื้นที่ชุ่มน้ำ (Wetlands) ตามอนุสัญญาแรมซาร์ (Ramsar Convention)  หมายความถึง ที่ลุ่ม ที่ราบลุ่ม ที่ลุ่มชื้นแฉะ พรุ แหล่งน้ำ ทั้งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติและที่มนุษย์สร้างขึ้น ทั้งที่มีน้ำขังหรือท่วมอยู่ถาวรและชั่วครั้งชั่วคราว ทั้งที่เป็นแหล่งน้ำนิ่งและน้ำไหล ทั้งที่เป็นน้ำจืด น้ำกร่อยและน้ำเค็ม รวมไปถึง ที่ชายฝั่งทะเลและที่ในทะเล ในบริเวณซึ่งเมื่อน้ำลดลงต่ำสุด มีความลึกของระดับน้ำ ไม่เกิน 6 เมตร

                  พื้นที่ซึ่งมีลักษณะจัดว่าเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำ จึงรวมถึง ห้วย หนอง คลอง บึง บ่อ กระพัง (ตระพัง) บาราย แม่น้ำ ลำธาร แคว ละหาน ชานคลอง ฝั่งน้ำ สบธาร สระ ทะเลสาบ แอ่ง ลุ่ม กุด ทุ่ง กว๊าน มาบ บุ่ง ทาม พรุ สนุ่น แก่ง น้ำตก หาดหิน หาดกรวดหาดทราย หาดโคลน หาดเลน  ชายทะเล ชายฝั่งทะเล พืดหินปะการัง แหล่งหญ้าทะเล แหล่งสาหร่ายทะเล คุ้ง อ่าวดินดอนสามเหลี่ยม ช่องแคบ ชะวากทะเล ตะกาด หนองน้ำกร่อย ป่าพรุ ป่าเลน ป่าชายเลน ป่าโกงกาง ป่าจาก ป่าแสม รวมทั้งนาข้าว นากุ้ง นาเกลือ บ่อปลา อ่างเก็บน้ำ เป็นต้น    โดยปัจจุบันประเทศไทยมีพื้นที่ชุ่มน้ำ คิดเป็นพื้นที่รวมทั้งสิ้น 15.7 ล้านไร่ หรือประมาณร้อยละ 5 ของพื้นที่ประเทศ


        ประโยชน์ของพื้นที่ชุ่มน้ำ

                  1. เป็นแหล่งน้ำ ทั้งน้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำเค็ม ที่คน พืช และสัตว์ เข้าไปใช้ประโยชน์ได้ เช่น การอุปโภคบริโภค การเกษตร การเลี้ยงสัตว์ อุตสาหกรรม การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ นันทนาการ ฯลฯ นอกจากนั้น พื้นที่ชุ่มน้ำยังช่วยรักษาสมดุลของระดับน้ำใต้ดิน

                  2. เป็นแหล่งเก็บกักน้ำฝนและน้ำท่า ที่ไหลบ่าลงมาจากะพื้นที่ตอนบนของลุ่มน้ำ  ช่วยลดและป้องกันปัญหาน้ำท่วมฉับพลันที่จะเกิดกับพื้นที่โดยรอบ
        หากพื้นที่ชุ่มน้ำถูกถมหรือเปลี่ยนแปลงไป จะเกิดปัญหาน้ำท่วมขังบ่อยครั้งขึ้น

                  3. มีบทบาทช่วยป้องกันมิให้น้ำเค็ม รุกเข้ามาในแผ่นดิน น้ำจืดที่ไหลมาตามทางน้ำต่างๆ จะไหลผ่านพื้นที่ชุ่มน้ำแล้วไหลลงสู่ชั้นน้ำใต้ดินในพื้นที่ชุ่มน้ำ และช่วยผลักดันน้ำทะเลมิให้รุกเข้ามาในแผ่นดิน  การสูบน้ำใต้ดินขึ้นมาใช้มากเกินขนาด การผันน้ำจากทางน้ำมาใช้มากเกินไป มีผลทำให้น้ำเค็มรุกเข้ามาใน
        แผ่นดินได้มากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงน้ำขึ้นสูงสุด 

                  4. ช่วยป้องกันรักษาชายฝั่งทะเลและลดการพังทลายของชายคลองชายฝั่ง พืชพรรณในพื้นที่ชุ่มน้ำ พืชริมตลิ่ง ชายฝั่งคลองและชายฝั่งทะเล ที่โดดเด่นเห็นได้ชัดที่สุด คือ ป่าชายเลนจะช่วยยึดดิน ปะทะแรงลมพายุ กระแสน้ำ และคลื่น ทั้งยังช่วยป้องกันพื้นที่ กิจกรรมและทรัพย์สินต่างๆ บริเวณพื้นที่หลังชายฝั่งทะเลด้วย

                   โดยประเทศไทยได้ตกลงเข้าร่วมเป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำ หรืออนุสัญญาแรมซาร์และปฏิบัติตามพันธกรณีเมื่อวันที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2541 เป็นลำดับที่ 110 โดยเสนอพื้นที่ชุ่มน้ำควนขี้เสี้ยน เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย จังหวัดพัทลุงเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับนานาชาติ ซึ่งจะได้ใช้ชื่อเรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า "Ramsar Site" ได้ และถือได้ว่าเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่จัดไว้ในทะเบียนพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศ (List of Wetlands of International Impotance) แห่งแรกของประเทศไทย

        ปัจจุบันประเทศไทยมีพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศ (Ramsar Site) 12 แห่งได้แก่:

        1. พื้นที่ชุ่มน้ำพรุควนขี้เสี้ยนเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย จังหวัดสงขลา-พัทลุง ลำดับที่ 948 ประกาศเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2541 เนื้อที่ 281,625 ไร่ ตำแหน่งที่ตั้ง 07º50’N 100º08’E

        2. พื้นที่ชุ่มน้ำเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงโขงหลง จังหวัดหนองคาย ลำดับที่ 1098 ประกาศเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2543 เนื้อที่ 8,062 ไร่ ตำแหน่งที่ตั้ง 17°59’N 103°59’E

        3. พื้นที่ชุ่มน้ำดอนหอยหลอด จังหวัดสมุทรสงคราม ลำดับที่ 1099 ประกาศเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2543 เนื้อที่ 15,056.25 ไร่ ตำแหน่งที่ตั้ง 13°21’N 099°59’E

        4. พื้นที่ชุ่มน้ำปากแม่น้ำกระบี่ จังหวัดกระบี่ ลำดับที่ 1100 ประกาศเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2544 เนื้อที่ 133,118 ไร่ ตำแหน่งที่ตั้ง 07°58’N 098°55’E

        5. พื้นที่ชุ่มน้ำเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหนองบงคาย จังหวัดเชียงราย ลำดับที่ 1101 ประกาศเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2544 เนื้อที่ 39,000 ไร่ ตำแหน่งที่ตั้ง 20°14’N 100°02’E

        6. พื้นที่ชุ่มน้ำเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ (พรุโต๊ะแดง) จังหวัดนราธิวาส ลำดับที่ 1102 ประกาศเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2544 เนื้อที่ 15,056.25 ไร่ ตำแหน่งที่ตั้ง 06°12’N 101°57’E

        7. พื้นที่ชุ่มน้ำหาดเจ้าไหม (144,330 ไร่)-เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง (279,687 ไร่)-ปากแม่น้ำตรัง (100,000 ไร่) จังหวัดตรัง ลำดับที่ 1182 ประกาศเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2545 เนื้อที่รวมทั้งสิ้น 524,017 ไร่ ตำแหน่งที่ตั้ง 07°22’N 099°24’E

        8. พื้นที่ชุ่มน้ำอุทยานแห่งชาติแหลมสน-ปากแม่น้ำกระบุรี-ปากคลองกะเปอร์ ลำดับที่ 1183 จังหวัดระนอง ประกาศเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2543 เนื้อที่ 120,675ไร่ ตำแหน่งที่ตั้ง 09°36’N 098°39’E

        9. พื้นที่ชุ่มน้ำอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ลำดับที่ 1184 ประกาศเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2545 เนื้อที่ 15,056.25 ไร่ ตำแหน่งที่ตั้ง 09°37’N 099°41’E

        10. พื้นที่ชุ่มน้ำอุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา จังหวัดพังงา ลำดับที่ 1185 ประกาศเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2545 เนื้อที่ 40,250 ไร่ ตำแหน่งที่ตั้ง 08°17’N 098°36’E

        11. พื้นที่ชุ่มน้ำสามร้อยยอด จังหวัดประจวบ ฯ

        12. พื้นที่ชุ่มน้ำกุดทิง อำเภอบึงกาฬ จังหวัดหนองคาย

          (ข้อมูล ณ ปัจจุบัน มกราคม 2553)

          ------------

          สถานที่ติดต่อ

          โครงการฟื้นฟูลุ่มน้ำชี WWF-ประเทศไทย

          404-406 ถนนเกษตรวัฒนา หมู่ 13 ตำบลกุดเค้า

          อำเภอมัญจาคีรี จังหวัดขอนแก่น 40160

          โทร. 043-381158-9 แฟกซ์.  043-381159 มือถือ 081-964 5202

          vniyomchat@wwfgreatermekong.org

          virayuthniyomchat@yahoo.com

                ------------

โดย virayuthniyomchat

 

กลับไปที่ www.oknation.net