วันที่ อังคาร มกราคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ชี้ช่องช่วยแม่วัย 17 ปีถูกจับขโมยนมจากห้างดังเลี้ยงลูก 3 เดือน.?


       เหตุการณ์แม่วัย 17 ปีลักนมในห้างสรรพสินค้าชื่อดังเพื่อไปเลี้ยงลูกวัย 3 เดือนครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจสน.ประเวศ ได้รับแจ้งให้ไปตรวจสอบเหตุลักทรัพย์ในห้างสรรพสินค้าชื่อดังเมื่อวันที่ 23 ม.ค.ที่ผ่านมา ผู้ต้องหารายนี้นามสมมติว่า นางเอ๋ แม่ลูกอ่อนวัย 17 ปี ถูก รปภ.ควบคุมตัวพร้อมลูกน้อยวัย 3 เดือน ถูกกล่าวหาว่าลักนมผง 2 กระป๋อง ผ้าอ้อมสำเร็จรูป เสื้อผ้าเด็กจำนวนหนึ่งรวมมูลค่า 1,247 บาท

       นางเอ๋ รับสารภาพว่า ชีวิตต้องออกจากงานมาเลี้ยงดูลูกน้อยที่เพิ่งคลอดมามาได้ 3 เดือน ฝ่ายสามีเป็นชาวกัมพูชา ไม่มีงานทำเช่นกัน เพิ่งจะเดินทางไปงานแต่งน้องชายที่บ้านเกิด ทำให้ต้องอยู่กับลูก 2 คน ไม่มีเงินใช้ ไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใคร จนกระทั่งวันเกิดเหตุ ลูกน้อยวัย 3 เดือนร้องไห้หิวนม จึงอุ้มลูกไปเดินในห้างโลตัส และตัดสินใจขโมยนมและสินค้าอื่นๆ เพื่อหวังเพียงหานมมาประทังชีวิตลูกน้อยเท่านั้น

       ตำรวจเห็นว่า เรื่องดังกล่าวสามารถยอมความกันได้ จึงเรียกฝ่ายที่รับผิดชอบของห้างสรรพสินค้าดังกล่าวมาไกล่เกลี่ย ในขณะที่มูลนิธิร่วมกตัญญู ทราบเหตุการณ์ด้วย ได้ช่วยกันเจรจาให้ เพื่อชดใช้ค่าเสียหายสินค้าดังกล่าวแม้จะปรับเป็นเงิน 10 เท่าก็ยอม แต่ก็ไม่สามารถตกลงกันได้ ทางเจ้าหน้าที่ห้างฯอ้างว่าเป็นกฎระเบียบของทางห้างจึงต้องเอาเรื่องให้ถึงที่สุด

        เหตุการณ์ดังกล่าว ทางสถานีวิทยุ เอฟเอ็ม สวพ.91 ได้ออกอากาศเรื่องนี้ไป ทำให้มีผู้ใจบุญหลายคนได้ติดต่อเข้ามายังสถานีฯเพื่อแสดงความช่วยเหลือหญิงแม่ลูกอ่อนดังกล่าว แต่ไม่สามารถช่วยอะไรได้ จึงทำให้พนักงานสอบสวนต้องนำตัว นางเอ๋ แม่วัย 17 ปีส่งไปที่สถานพินิจ “บ้านปราณี” ย่านปากคลองตลาด กทม. และต้องแยกลูกน้อยวัย 3 เดือนไปไว้ที่สถานสงเคราะห์ “เด็กอ่อนพญาไท” ย่านปากเกร็ดจ.นนทบุรี ทันที

        ทางออกที่ดีนั้น ควรดำเนินการดังนี้ 1.ยืดหยุ่นกับกติกาที่ตั้งไว้ ด้วยการตรวจสอบดูว่า สาธารณชนมองเรื่องนี้อย่างไร ทั้งเจ้าของคดี-มูลนิธิ-สื่อ-ประชาชน พยายามช่วยเหลือรู้สึกถึงความจำเป็นของแม่วัย 17 ปีคนนี้ ในเมื่อมีประชาชนจำนวนมากจะชดใช้ค่าเสียหายยังต้องดันทุลังต่อไปอีกหรือ
2.ทางห้างสรรพสินค้าดังกล่าวนั้น น่าจะแสดงตัวถึงความเมตตาพา 2 แม่ลูกไปพบกันเลย และแจ้งตำรวจไปว่า “ไม่ประสงค์จะดำเนินคดี” หรือหากมีผู้ใจบุญจะชดใช้ค่าเสียหาย 1,247 บาท ก็น่าจะยินดีแล้ว

         หากดำเนินในเรื่องนี้ได้ เชื่อว่าผลดีจะเกิดกับผู้เสียหายอย่างมากมายมหาศาล

   **************************

โดย ปรีชา

 

กลับไปที่ www.oknation.net