วันที่ อังคาร มกราคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ร่วมอนุรักษ์ช้างไทย ร่วมงานสะโตกช้างลำปาง ครั้งที่ 14


                          ร่วมอนุรักษ์ช้างไทย ร่วมงานสะโตกช้างลำปาง ครั้งที่ 14

ช้างที่ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย ที่จังหวัดลำปาง

                                           ป้ายทางเข้ามีรูปปั้นช้างใหญ่อยู่ด้านหน้า

                                             ช้างกำลังอาบน้ำอย่างมีความสุข

                 จังหวัดลำปาง ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย (สถาบันคชบาลแห่งชาติ ในพระอุปถัมภ์ฯ องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (ออป.) จังหวัดลำปาง) ร่วมกับ มูลนิธิสะโตกช้างลำปาง และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเชียงใหม่ กำหนดจัดงาน “สะโตกช้างลำปาง ครั้งที่ 14” (กิจกรรมการกุศลเพื่อจัดเลี้ยงอาหารแก่ช้างไทย) ระหว่างวันที่ 29 - 31 มกราคม 2553 ณ ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย กม. 28–29 ถนนลำปาง-เชียงใหม่ ตำบลเวียงตาล อำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง เพื่อเป็นการร่วมสร้างจิตสำนึกรัก และตอบแทนบุญคุณแก่ช้างไทย และเป็นอีกแนวทางหนึ่งในการร่วมกันอนุรักษ์ช้างไทยให้ยั่งยืน ตลอดจนเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดลำปาง

งานสะโตกช้างลำปาง กำหนดจัดอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี โดยในปี พ.ศ. 2553 นี้ นอกจากจะมีการเลี้ยงอาหารช้างในรูปแบบขันโตกล้านนาแล้ว ภายในงานยังประกอบด้วย กิจกรรมการประกวดตกแต่งซุ้มอาหารช้างแบบขันโตก ขบวนแห่อลังการช้างไทย (ช้างศึก) การแสดงของช้าง นิทรรศการช้าง การแสดงบนเวทีของเหล่านักเรียนนักศึกษา การจำหน่ายสินค้า OTOP กาดหมั้วคัวแลง โดยรายได้ทั้งหมดสมทบทุนมูลนิธิสะโตกช้างลำปาง เพื่อเป็นกองทุนอาหารแก่ช้างไทย

สอบถามรายละเอียดได้ที่
ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย กม. 28-29  ถนนลำปาง-เชียงใหม่ ตำบลเวียงตาล อำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง
โทรศัพท์ 0 5422 8108 และ 0 5424 7871-4

ข้อมูลศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย และ สวนป่าทุ่งเกวียน

     ตั้งอยู่ที่บ้านทุ่งเกวียน ต.เวียงตาล  อยู่ในความดูแลของฝ่ายอุตสาหกรรมป่าไม้ภาคเหนือ องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (ออป.) แต่เดิม ออป. เป็นศูนย์ฝึกลูกช้างซึ่งเป็นแห่งแรกและแห่งเดียวในโลก โดยเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ พ.ศ. 2512 เป็นสถานที่เลี้ยงและฝึกลูกช้างเพื่อให้เชื่อฟังคำสั่งและมีความชำนาญในการทำไม้ขณะที่แม่ช้างไปทำงานในป่า และเนื่องจากมีนโยบายปิดป่าซึ่งทำให้ช้างต้องว่างงาน ศูนย์ฝึกลูกช้างจึงถูกปรับมาเป็นสถานที่ดูแลช้างแก่และเจ็บป่วย และที่นี่ยังเป็นสถานที่ตั้งของโรงพยาบาลช้างด้วย


ที่มา-การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

โดย SIAM1932

 

กลับไปที่ www.oknation.net