วันที่ พุธ มกราคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เรื่องเล่าถึงมุกกี้ ตอนที่ 6


เอ่อออ  เฮ้อออ  จะว่าไปแล้ว เรื่องของเรื่องมันอยู่ที่ว่าเรามองชีวิตอย่างไร

จริงอย่างที่คุณซันว่า ถ้าเลือกตอนนั้น วันนี้คงไม่เป็นอย่างนี้...วันที่ทำงานกลางแจ้งทั้งวัน ไม่ได้มาอัพบล๊อกทั้งที่มีคนคอยกดดันอยู่สองคน...เห็นๆ ว่าใคร

เข้าเรื่องก็แล้วกัน....

ทุกอย่างคงเป็นไปตามปกติ พี่อาจจะใจอ่อนยอมอยู่เนปาลต่ออีกสักพัก ถ้าใครคนนั้นไม่ก่อเรื่องเสียก่อน เพราะว่าหลงรักประเทศเนปาลเสียแล้วนี่

เช้าอีกวัน ยังไม่ทันจะตื่นมาดูตลาดเช้า เพราะความอ่อนเพลียจากการเดินทาง มีเสียงเคาะประตูห้อง เมื่อเปิดออกไปดูพบว่าเป็นพนักงานของโรงแรม เขาบอกว่า เจ้านายเขาขอให้พี่ไปพบที่ข้างล่าง เมื่อแต่งตัวเสร็จพี่ก็เดินลงไป พนักงานชี้ไปที่ประตูห้องประชุม พี่จึงเดินเข้าไป พบว่ารามนั่งทำหน้าเครียดจนน่ากลัว ที่โต๊ะใหญ่

“นั่งลงสิครับคุณผู้หญิง” น้ำเสียงห้วน จนพี่งง...พูดอะไรไม่ออก

“เมื่อกี้นี้ ผู้ชายคนนั้นเขาพาตำรวจมาที่นี่ เขาไปแจ้งความว่าผมกำลังหลอกลวงภรรยาของเขา ซึ่งคือคุณ”

มุกกี้..เหมือนฟ้าทลายครืนลงตรงหน้า พี่หลับตานิ่งสะกดอารมณ์ ที่ประทุขึ้น มันคือความอาย เป็นอย่างแรก อายที่ผู้ชายคนนั้นช่างทำได้ อย่างหน้าไม่อาย พี่อายแทนเขาจริงๆ อายอย่างที่สอง พี่อายราม อายอย่างที่สาม พี่อายฟ้าดิน ไม่รู้ว่าทำไม จึงเป็นความอายมากกว่าความโกรธ แต่ถัดจากนั้นไม่นาน กลายเป็นความเศร้า พี่เศร้าเหลือเกิน เศร้าจริงๆ รู้สึกโดดเดี่ยวจนไม่อยากหายใจต่อไป  พี่ลืมตาขึ้นแล้วพูดคำว่า “ขอโทษ ฉันเสียใจ ที่เกิดเรื่องแย่ๆนี้กับคุณ” 

“ผมจะให้เขาออกไปจากโรงแรมของผม คุณจะว่ายังไง”

“แล้วแต่คุณ”  แล้วพี่ก็หันหลังจากมา เดินกลับไปที่ห้องเพื่อเก็บของของตัวเองเช่นกัน เมื่อมาถึงห้อง ผู้ชายคนนั้นกำลังจัดกระเป๋าอยู่แล้ว พี่นั่งลงอย่างคนหมดเรี่ยวแรง ไม่อยากมองหน้าเขา ไม่อยากสบตา ไม่อยากเห็นคนแบบนี้อีกต่อไป เสียใจที่เคยรัก เสียใจอย่างสุดซึ้งกับตัวเอง ที่อุตส่าห์คิดว่า “ความไม่เกลียดชัง” คือทางออกสำหรับเรา แต่แล้วเขาก็ปิดประตูตายสำหรับคำว่า “เพื่อน” จนสนิทแน่นยากจะเปิด

จ่ายเงินค่าห้อง แล้วแบกเป้ออกมาจากโรงแรมของรามอย่างเลื่อนลอย ในใจขณะนั้นอยากกลับเมืองไทยให้เร็วที่สุด แต่ไม่สามารถเลื่อนเที่ยวบินได้ จึงต้องอยู่ต่ออย่างคนหมดอาลัยตายอยาก เดินเหินไร้วิญญาณ

ห้องพักใหม่ยังคงเป็นย่านทาเมล พี่เก็บตัวเงียบๆอยู่ในห้อง ทำจิตใจตัวเองให้สงบด้วยการสวดมนต์ภาวนา แผ่เมตตาถึงทุกคนที่ก่อกรรมร่วมกัน แต่แล้วก็มีเสียงเคาะประตูห้อง พี่ถามว่าใคร มีอะไร มีเสียงตอบกลับมาว่า....ผมเอง  ราม พี่จึงเปิดประตูออกไป

“ผมเอาแฟกซ์มาให้คุณ” เป็นแฟกซ์ที่เพื่อนเขียนตอบมาจากกรุงเทพฯ ที่ส่งไปที่โรงแรมของเขานั่นเอง

“ผมมาหาคุณ ไม่ใช่เพราะแค่เรื่องนี้ แต่ผมยังอยากจะคุยกับคุณ”

“ขอบคุณมากค่ะ”พูด เท่าที่คิดได้ และไม่อยากจะพบหน้าเขาอีก  แม้แววตาของรามเปลี่ยนมาเป็นปกติ แต่เขาได้กลายเป็นคนแปลกหน้าไปแล้วอีกคน

“ผมขอโทษ ผมรู้ว่าคุณเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น ผมโมโหผู้ชายคนนั้นมาก แต่ผมทำอะไรไม่ได้ เพราะเขาเป็นแขกของผม แต่ตอนนี้ถ้าเขารังแกคุณอีก ผมจะไม่อดกลั้นอีกแล้ว”

“ขอฉันอยู่ตามลำพังนะราม”เขาดูเก้อๆ ไปทันที เมื่อพี่ขอตัวพร้อมทั้งปิดประตูห้อง แล้วกลับมานอนซมอย่างคนใกล้ตาย อาการป่วยใจ การตั้งสติทำสมาธิก็ช่วยอะไรไม่ได้ในตอนนี้ ไม่รู้จะร้องไห้หรือจะหัวเราะให้บ้าไปเลย

“จะมีประโยชน์อะไรเล่าราม  เพราะอีกสามวันฉันก็จะกลับเมืองไทยแล้ว” นอนคว่ำหน้ารำพึงอยู่อย่างนั้น ด้วยสงสารตัวเองเหลือประมาณ

กระทั่งเย็น มีเสียงเคาะประตูอีกครั้ง เป็นเสียงของรามอีกแล้ว คราวนี้เขาไม่ได้มาคนเดียว แต่พาเพื่อนอีกคนมาด้วย เขาบอกว่า ต้องการให้พี่ได้รู้จักกับเพื่อนที่ดีที่สุดของเขาที่มีอยู่ที่นี่ ถ้าพี่อยากรู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับเขาให้ถามเพื่อนเขาก็ได้ ในเมื่อเขามากับเพื่อน พี่ก็ต้องรักษาหน้าเขาบ้าง จึงยอมออกไปนั่งคุยกันสามคนที่ข้างล่าง เพื่อนรักของเขาคนนี้เป็นนักกิฬายูโด และเป็นครูสอนวิชาพละในโรงเรียน คนที่รามบอกว่าร่วมกันจัดกิฬาหาทุนเพื่อช่วยเหลือเด็กๆในชนบท ท่าทางของผู้ชายนี้ดูซื่อกว่าราม ภาษาอังกฤษของเขาไม่ดีนัก นับว่าเป็นเนปาลีอีกคนที่ดูไม่กะล่อน แต่จะเชื่อใครได้เล่า ตอนนี้พี่ไม่เชื่อใจใครอีกแล้ว

รามขออนุญาตดื่มเบียร์ พี่ไม่ได้ขัดข้อง เขาทั้งคู่ดื่มกันเล็กน้อย จนกระทั่งช่วงสุดท้าย รามพูดอะไรสักอย่างที่พี่ฟังไม่ออก เพื่อนเขาจึงขอตัวลุกไปข้างนอก

“ผมยังยืนยันว่าผมยังรู้สึกกับคุณเหมือนเดิม” น้ำเสียงของเขา สายตาของเขา ยังคงจริงจัง คาดคั้น

“แต่ฉันสับสน ฉันไม่รู้ว่าอะไรจริง อะไรเท็จ เพราะเหตุการณ์เมื่อเช้ามันทำให้ฉันเกลียดกลัวผู้ชายทุกคน แม้แต่คุณ ฉันรู้สึกเหมือนถูกรังแก ทั้งที่ฉันไม่ได้ทำอะไรสักอย่าง ฉันไม่ได้บอกคุณเรื่องผู้ชายคนนั้น ไม่ใช่หวังว่าจะมาคบกับคุณ แต่เพราะมันเป็นปัญหาของฉัน”

รามนิ่งไปสักพัก ก่อนจะพูดว่า

“คุณอยู่ที่นี่ต่ออีกสักอาทิตย์ได้ไหม ให้ผมได้เคลียร์งาน ได้ฝากงานไว้กับคนอื่นก่อน แล้วเราไปเมืองไทยด้วยกัน”

“ไม่ได้หรอก ฉันต้องกลับแล้ว มีงานรออยู่เหมือนกัน”

“ถ้าอย่างนั้นผมจะตามคุณไป” เขาจ้องหน้าจนพี่ต้องหลบสายตา สายตาของคนแบบนี้ ที่ต้องเป็นผู้ชนะเท่านั้น น่ากลัวยิ่งกว่าคนประเภทไหน

“ตามใจคุณ ถ้ายังไงคุณส่งข่าวล่วงหน้าก็แล้วกัน บางทีฉันอาจจะทำงานอยู่ต่างจังหวัด” คำพูด...ไม่ตรงกับใจ พี่อยากให้เขาเปลี่ยนความคิด ให้เขารู้ว่าอย่างไรเสีย เราคงไม่มีโอกาสพบกันอีก แต่เขาสิ...ท่าทีที่ดีใจเหมือนเด็กๆ หัวเราะร่าเริงขึ้นมาทันที

อาจเป็นความผิดของพี่ที่ไปให้ความหวังกับเขา แต่ขณะนั้นคิดว่า เมื่อพี่กลับไปแล้ว เขาคงจะตื่นจากฝัน ล้มเลิกความคิดที่จะมาเมืองไทย  

ช่วงเวลาที่เหลืออยู่อีกไม่กี่วัน  คือการเดินเที่ยวในเมืองแต่เพียงลำพัง รามต้องทำงานของเขา เราจะเจอกันบ้างก็เฉพาะในช่วงเย็น

วันถัดมา หลังจากที่เกิดเรื่องอัปยศ ผู้ชายคนนั้นย้ายไปอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ แต่พี่รู้ว่าสมาชิกนกย้ายถิ่นมาถึงทาเมลกันแล้ว เขาคงไปขลุกอยู่ที่โรงแรมเดียวกัน

เที่ยงวันหนึ่ง ขณะที่เดินเล่นอยู่ในเมือง พี่พบกับยูริ ท่าทางเธอดีใจ เรื่องที่เธอบอกกับพี่คือ ผู้ชายคนนั้นป่วยนอนซมอยู่ที่พักเดียวกับเธอ  เธอบอกว่าเขาเป็นมากอาการน่าเป็นห่วง พี่จึงตามเธอไปดู เห็นเขานอนซมบนเตียง หน้าตาซูบซีดจริงๆ แต่พี่ช่วยอะไรเขาไม่ได้ บอกเขาว่าให้ดูแลตัวเองเอาเอง ขณะที่พูด พี่ไม่มีความโกรธ ความเกลียด  มีแต่ความเวทนาสังเวชใจ  

จากนั้นอีกสามวัน พี่ต้องเดินทางกลับ

“คุณจะต้องกลับพร้อมผู้ชายคนนั้นใช่ไหม” น้ำเสียงรามผิดปกติ จนสะดุด

“ใช่ เพราะเราจองที่นั่งไว้แล้ว” 

ร่ำลากับรามในตอนเช้า รู้สึกใจหายนิดๆ กระทั่งบ่าย มาถึงสนามบิน พี่เห็นรามยืนที่ด้านนอก จึงเดินไปหาเขา  เพื่อบอกลา เขาตอบกลับมาว่า

“เจอกันที่เมืองไทยนะ อย่างเร็วภายในหนึ่งอาทิตย์ อย่างช้าอีกหนึ่งเดือน ผมจะไป”

มุกกี้  เก๋  แสน คุณซัน และน้องๆคณะทัวร์เนปาลของมุกกี้  ทำไงดี...เรื่องยังไม่จบ แต่พี่กู่ต้องเดินทางไปเขมร ในวันพรุ่งนี้ และกว่าจะกลับมาก็อีกหลายวัน.....เอ่อ  ที่บอกไว้นี่ เผื่อถูกจับขังคุกอยู่เขมร จะได้ช่วยกันโพนทนาว่าพี่ไม่ใช่สปาย แต่เป็นไวน์ ดริ๊งเคอร์ เท่านั้นเอง

เข้าทางช่องจอมจ้ะ...จะออกทางช่องไหนยังไม่รู้ แล้วแต่สถานกาณ์การเมือง

ด้วยรัก

พี่กู่

ปล. ถ้ามีการสนองกลับบ้าง ในมหากาพย์บึงกาฬ มหากาพย์อรัญฯ มหากาพย์ปราจีน มหากาพย์บึงโขงหลง  อะไรทำนองเนี๊ย อาจมีตอนจบในวันพรุ่งนี้ ก่อนข้ามพรมแดน  เหอๆ ๆ ๆ

โดย กู่

 

กลับไปที่ www.oknation.net