วันที่ พฤหัสบดี มกราคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เมื่อ 'ป๋าเปลว' มีเรื่องมาเล่า รู้แล้วเหยียบไว้


วันนี้ 'ป๋าเปลว'  แห่ง "ไทยโพสต์"
มีเรื่องมาเล่า  รู้แล้วเหยียบไว้


เมื่อ"ทหารปราบทหาร"ในสถานการณ์แดง
รถติด-ก็อ้างฝนตก หุ้นตก-ก็อ้างทหารติด (เครื่องรถถัง) โอยยย...ช่างหาเหตุมาประสมประเสกันได้ทุกเรื่องซีน่า ผมว่าเตรียมไหว้เจ้าตรุษจีนกันให้สบายใจดีกว่า ไม่ต้องกลัวเรื่องปฏิวัติหรอก เอาไว้ตอนพฤษภา-มิถุนาโน่น กุมารทองมากระซิบข่าวสารข้างหูผมว่าอย่างไร แล้วจะรีบบอก

แต่วันนี้ (๒๘ ม.ค.๕๓) มีข่าวล่ามาสายมาบอกท่านนิด คือ "พันเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์" ผู้บังคับการกรม ร.๑๑ รอ.ในฐานะแกนนำ จปร.รุ่น ๓๑ เขาแถลงว่า.....

ได้นัดเพื่อนร่วมรุ่นที่มีตำแห่งเป็น "ผู้บังคับการกรม" รวมถึงนายทหารระดับผู้บังคับกองพันในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลตั้ง ๑๑ กองพันมาเอกเซอร์ไซส์กันภายในที่ตั้ง คือที่ภายในกรมทหารราบที่ ๑๑ รักษาพระองค์ กรมนี้ก็ตั้งอยู่เยื้องๆ กับวัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน นั่นแหละครับ

ในจำนวนที่มากันนี้มีสังกัด "กองพลทหารราบที่ ๒ รักษาพระองค์ กรมทหารราบที่ ๒ รักษาพระองค์เป็นหลัก" อะไรขึ้นกับอะไรผมก็ไม่ค่อยรู้เรื่องทหารกับเขาหรอก เอาเป็นว่าเหล่าบูรพาพยัคฆ์จากปราจีนบุรี พรึ่บพรั่บ-พร้อมพรั่ง!

ปีนี้ปีเสือ ชื่อ "บูรพาพยัคฆ์" น่าจะถูกโฉลก ก็จะไม่ถูกได้อย่างไร "พยัคฆ์ตัวพี่" ที่เติบโตมาจากกองพล-กองพัน "ทหารเสือพระราชินี" ตอนนี้ "หุงขึ้นหม้อ" ยิ่งกว่าข้าวหอมมะลิ

ก็ดูซี แต่ละพยัคฆ์จากบูรพา ยืนแถวหน้ากองทัพทั้งนั้น ไล่ลงมาตั้งแต่ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กห. พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. กระทั่งพลโทคณิต สาพิทักษ์ แม่ทัพภาค ๑

อ้อ..เกือบลืมพยัคฆ์สำคัญไปอีกพยัคฆ์คือ "พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา" ว่าที่ ผบ.ทบ.(ถ้าการเมืองไม่พลิก) ในเดือนตุลา ๕๓ นี้ ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วน "พยัคฆ์บูรพา" ทั้งน้านนน!

ทหารราบ-บูรพาพยัคฆ์เขา "ตบเท้า" สำแดงพลังกันวันนี้เพราะอะไร พันเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์ ในฐานะแกนนำ จปร.๓๑ และเป็นเจ้าของพื้นที่รวมพลังบอกว่า

"มารวมกันเพื่อแถลงข่าวในฐานะที่เป็นศิษย์เก่านักเรียนนายร้อย จปร. มีวัตถุประสงค์ที่จำเป็นต้องกอบกู้ศักดิ์ศรี-ภาพพจน์ของกองทัพบก ภายหลังจากที่ผู้บังคับบัญชาระดับสูง 'ถูกหมิ่นศักดิ์ศรี' โดยเฉพาะกรณี เสธ.แดง 'พลตรีขัตติยะ สวัสดิผล' ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก ออกมากระทำการกล่าวจาบจ้วงดูหมิ่นพลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.ในฐานะผู้บังคับบัญชาชั้นสูงของกองทัพบก"

เอาละซี...จปร.๓๑ รุ่นน้อง ไม่พอใจ จปร.๒๒ รุ่นพี่ คือ เสธ.แดงขึ้นอย่างนี้ คอการเมือง การทหาร การม็อบ และการหุ้น หายง่วง-หายซึมกันทันที บรรยากาศเริ่มมันมาตั้งแต่การตบเท้ารวมพลชักธง "ไม่เอาแดง" ชัดแจ้ง ของกลุ่มทหารราบตั้งแต่วานนี้ ทั้งที่ค่ายจักรพงษ์ และที่ค่ายพรหมโยธี ปราจีนบุรี โน่นแล้ว

จนมาถึงวันนี้ "รวมพล ๑๑ กองพัน" ตอนบ่ายสอง ที่ราบ ๑๑ รักษาพระองค์ ในกรุง!

มาดู "ทหารจัดแถวทหาร" กันต่อ พันเอกอภิรัชต์ ประกาศชัดด้วยว่า

"การเป็นทหารอาชีพควรจะมีสำนึก ไม่ควรออกมาด่าผู้บังคับบัญชา ความเป็นประชาธิปไตยในหมู่ทหารสามารถกระทำได้ แต่ไม่สมควรดูหมิ่นดูแคลนผู้บังคับบัญชา ผมอยากเรียกร้องให้พี่แดงลาออกจากราชการทหารไปเล่นการเมือง ไปใส่สูทผูกไทลงเล่นการเมืองเต็มตัว อย่ามาหากินกับเครื่องแบบทหารอย่างนี้เลย (อูยยยยย...เจ็บจี๊ด) เพราะพวกเราถือว่าเป็นเรื่องของเกียรติและศักดิ์ศรีในอาชีพทหาร อย่ามาทำให้กองทัพต้องเปรอะเปื้อนเลย ถ้ายังรักความเป็นทหารอยู่ ก็อย่านำกองทัพไปยุ่งเกี่ยวกับการเมือง พวกเราทนไม่ได้และจะไม่ทนอีกต่อไป ถ้าพี่แดงยังมีพฤติกรรมเช่นนี้"

ครับ...ตัวจริง-ชัดเจน ทหารนั้น ถ้าเขาพูด "ภาษาทหาร" ไม่ต้องแปลไทยเป็นไทย แสบถึงดาลฤดีแด กรณีนี้ มันไม่ใช่แค่ "รุ่นน้อง" เสียบซึ่งหน้า "รุ่นพี่" คนเดียว แต่มันเสียวและแสบตามกันไปเป็นโขยง และเป็นไปได้สูงที่ "ราบ ๑๑ ตบเท้า" จะลามเป็นศึก "ตีวัวกระทบคราด"

เพราะขณะนี้ ไม่ใช่ เสธ.แดงคนเดียวเท่านั้นที่ "หากินกับเครื่องแบบทหาร" โดยเอากองทัพไปยุ่งการเมือง แต่เกือบครึ่ง "กองทัพแดง" มีทั้งในราชการและนอกราชการที่...อาศัยเครื่องแบบทหารเป็นใบเบิกทางหากิน!?

ตอนนี้ เสธ.แดงเหมือน "หมาหัวเน่า" ในหมู่ทหารด้วยกัน ไปงานจักรดาวที่นครนายกเมื่อวานนี้ พี่ๆ-เพื่อนๆ-น้องๆ มองๆ ถ้าเมินได้ก็เมิน เมินไม่ได้แค่ยิ้มทักพยักให้ แล้วก็ไปอีกทาง นี่...พลตรีกัมปนาท รุดดิษฐ์ ผบ.พล.๑ รอ.ปิดประกาศที่ ม.พัน ๔ รอ.เกียกกาย ที่ เสธ.แดงพักอยู่ แถมติดรูปรถเบนซ์ รุ่น E 220 ทะเบียน ษย 9129 ของ เสธ.แดงประกาศหรา

"ห้ามเข้าภายในพื้นที่หน่วยโดยเด็ดขาด"!

เมื่อ "ยังเติร์ก ๒๐๑๐" แอนตี้ทหารด้วยกันอย่างนี้ จะนำไปสู่เหตุการณ์อย่างที่พูด อย่างที่วิตกกันอยู่ขณะนี้หรือไม่ว่า "ภายในกองทัพแตกแยกขนาดหนัก" และนั่นจะนำไปสู่การแยกขั้ว-แบ่งข้าง โดยมีพลเมืองสีเข้าผสม แล้วเข้าโรมรันในศึก "ชิงอำนาจ" ซึ่งกันและกัน ทำให้ถนนหนทางรถราวิ่งไม่ได้

เพราะเลือดท่วมไปถึงท้องช้าง!?

ผมเห็นชื่อ "พันเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์" ผู้นำยังเติร์ก ๒๐๑๐ ก็พลันนึกถึงนายพลเสื้อคับ "บิ๊กจ๊อด" หรือพลเอกสุนทร คงสมพงษ์ ขึ้นมาทันที พันเอกอภิรัชต์ท่านเป็นลูกชายบิ๊กจ๊อดครับ

ลูกสืบสายเลือดพ่อนั้น เป็นธรรมชาติอยู่แล้ว แต่ที่ลูก "สืบประวัติศาสตร์พ่อ" ได้ด้วย อันนี้น่าสนใจ เพราะพลันเห็นบทบาท "แหลม" ปรากฏออกมา ในขณะคนทั้งในและนอกกองทัพ "ทู่" กันไปหมด ก็พลันนึกไปถึงสมัย "พลเอกเปรม ติณสูลานนท์" เป็นนายกฯ เมื่อปี ๒๕๒๘

ตอนนั้นก็ยังเงียะ รัฐบาลป๋ากำลังโคลงเคลงด้วยข่าวปฏิวัติรายวัน เหตุมาจากหลายเรื่อง การที่รัฐบาลป๋า "ลดค่าเงินบาท" จนชาวบ้านด่าขรม พลเอกอาทิตย์ กำลังเอก ผบ.ทบ.ตอนนั้นกำลังทรงกลด ฮึดฮัดไม่พอใจ สุดท้ายข่าวลือปฏิวัติก็เป็น "ข่าวจริง" ขึ้นจนได้ แต่จบด้วยการเป็น "กบฏ ๙ กันยา ๒๘"

ปฏิวัติแพ้เพราะว่า "นัดแล้วไม่มา" เขานินทากันอย่างนั้นครับ!

ที่ยกมาพูดก็เพื่อปูพื้นไปถึงบิ๊กจ๊อด ตอนนั้นยังเป็น "นายพลเยาว์วัย" กันทั้งนั้น ทั้งบิ๊กจิ๋ว-บิ๊กจ๊อด เป็นแค่นายพลโท แต่หลังจากปราบกบฏ "นัดแล้วไม่มา" ก็เลื่อนกันเป็นพลเอก "จ่อคิวใหญ่" สายป๋าทุกคน ช่วงนั้น "ศูนย์กลางอำนาจในกองทัพ" แกว่ง ไม่รู้ใครฝ่ายพระอาทิตย์ หรือฝ่ายพระจันทร์

"ป๋าขาดกำลังใจ!"

ผมเป็นหัวหน้าข่าวอยู่ไทยรัฐ จำได้ว่าเช้าวันหนึ่ง ก็ปรากฏร่าง "นายพลเสื้อคับ" บิ๊กจ๊อดนี่แหละ ดูเหมือนตอนนั้นยังเป็น "ผู้บัญชาการหน่วยสงครามพิเศษ" ลพบุรี ใส่เสื้อคับ แถมเดินคับประตู "เข้าบ้านสี่เสาฯ" ให้ช่างภาพถ่ายรูปกันแฟลชวูบวาบ ประกาศนาม-ปรากฏตัว "ผมอยู่ข้างป๋า" ว่ากันจะจะให้เป็นข่าวหน้า ๑

"บิ๊กจ๊อด" เกิดวันนั้น ฮิต-ติดตลาดเปรี้ยงปร้างนับแต่วันนั้นมาจนวันนี้ ถึงดับชีวี แต่มีใครที่ไม่รู้จัก...ชื่อบิ๊กจ๊อด

ก็คนที่ทักษิณคลานกอดขาแล้วครวญว่า....

"ถ้าไม่มีพี่ชายผมคนนี้ ก็ไม่มีวันนี้" คือวันที่ได้รับสัมปทานผูกขาดดาวเทียมจาก "หัวหน้าปฏิวัติ รสช." ที่ชื่อบิ๊กจ๊อดนั่นไง!

ดูซี...มันกอดขา-กอดไข่เผด็จการทำมาหากินจนร่ำรวย แล้ววันนี้ มันดัดจริตยกตนเป็นนักประชาธิปไตย ปลุกระดมเสื้อแดงให้ลุกขึ้นมาล้มเผด็จการ ก็มันนั่นแหละเผด็จการตัวจริง-เสียงจริง หันหลังกลับไปกระทืบชนิดไม่ต้องรอฉิ่งเชิดซะดีมั้ย

เนี่ยะ..จากตอนนั้น ยุคพ่อ-ปี ๒๕๒๘ มาถึงตอนนี้-ยุคลูก ปี ๒๕๕๓ ห่างกัน ๒๕ ปี แต่ก็น่าแปลกที่ "ลีลาลูก-พ่อ" มาต่อบรรจบคล้ายๆ กันเลียบถนนการเมือง อันว่าด้วยเรื่อง....การทหาร!?

และยิ่งคิดก็ยิ่งแปลก สมัยนั้น ทหารบูรพา "โดยพันเอกประจักษ์ สว่างจิตร" ยกกำลังมาปฏิวัติรัฐบาลพลเอกเปรม เมื่อ ๑ เมษายน ๒๕๒๔ จนกลายเป็น "เมษาฮาวาย" กบฏยังเติร์ก อันมีพลตรีมนูญกฤต รูปขจร เป็นหัวหน้า แต่มาวันนี้ "ทหารบูรพา" เหมือนกัน แต่เป็น "พยัคฆ์บูรพา" คำรามในลีลามาปราบกบฏ

ก็เล่าสู่กันฟัง ผิดบ้าง-ถูกบ้าง ตามประสาจำได้บ้าง จำไม่ได้บ้าง แต่อยากสรุปในสาระหลักเพื่อให้ท่านทั้งหลายคลายความกระวนกระวาย ดังนี้

๑.รัฐบาลยังไม่เจ๊ง ถึงพรรคร่วมง่องแง่ง แต่ไม่มีใครทิ้งกระถางน้ำข้าวตอนนี้แน่นอน

๒.ยังไม่มีการปฏิวัติ ทหารฮึ่มฮั่มกันเองนี้ถือเป็น "ลางดี" ของบ้านเมือง เพราะการฮึ่มกันเองเป็นการ "สะเดาะดวง" ในยามที่ดาวอังคารเสื่อมจนถึงปลายพฤษภา ไม่งั้นทหารไปฮึ่มกับชาวบ้าน-ชาวพารามันก็จะ...ยุ่งตายหะ!

๓.ไม่ต้องกลัวเสื้อแดงเล่น "ปาหี่" ขายกอเอี๊ยะรายวัน ในฐานะที่เราเป็นคนรักๆ ชอบๆ กัน ก็ขอกระซิบเรื่องคอขาดบาดตายให้ทราบเพื่อความสบายใจว่า

ในกองทัพแดงเวลานี้ "มีไส้ศึก" ทั้งของฝ่ายทหาร และของฝ่ายรัฐบาลปะปนเป็นหู-เป็นตารายงานความเคลื่อนไหว และความเป็นไปภายในให้ทราบทุกระยะอยู่แล้ว

ฉะนั้น รู้แล้วเหยียบซะ อย่าเที่ยวไปบอกใครล่ะว่าผมบอก เดี๋ยวเค้ามากระทืบผม!

บ้านเมืองน่ะ มันเรื่องของ "ความเชื่อมั่น" ถ้าผู้นำบริหารคือนายกฯ ถ้าผู้นำกองทัพคือ ผบ.ทบ.-ผบ.ทอ.-ผบ.ทร.และ ผบ.ตร.เข้าใจว่า "ทำอย่างไรก็ได้" ให้บ้านเมืองอยู่เย็น-ประชาชนเป็นสุข...นั่นล่ะคือการทะลุถึงแก่นแท้ของคำ ว่า "เป็นกลาง" ดังที่พูดๆ กันอยู่ เพราะในแก่นแท้ของความเป็นกลางดังว่านี้ มันมีคำว่า "ประชาธิปไตย" ในความหมาย "ปฏิวัติสังคมใหม่" เป็นไส้ในอยู่อย่างแท้จริง.

โดย chronomist

 

กลับไปที่ www.oknation.net