วันที่ พฤหัสบดี มกราคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

Rong Wong-Savan Fly To Heaven


"ในความรัก, ทุกอย่างสดชื่น และเป็นความจริง มันจึงมีความผิดหวัง, เศร้า และระทม สว่างสไว และมืด เมฆ และภูเขาไร้ชีวิต, แต่มันยังมีเงาของความรัก"

............................

นับเป็นความปลาบปลื้มในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นหาที่สุดมิได้ของครอบครัว 'วงษ์สวรรค์' และแวดวงวรรณกรรมที่ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินพระราชทานเพลิงศพ 'รงค์ วงษ์สวรรค์ ศิลปินแห่งชาติ-นักเขียนนามอุโฆษเจ้าของ 'สำนวนเพรียวนม' เมื่อวันจันทร์ที่ 18 มกราคม 2553 ณ สุสานสันกู่เหล็ก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีบรรดาญาติมิตรและเพื่อนฝูงวงการน้ำหมึกมาร่วมไว้อาลัยเป็นครั้งสุดท้ายกันอย่างคับคั่ง

บรรยากาศภายในฌาปนสถานสันกู่เหล็กก่อนเริ่มพิธีดูเงียบสงัด แม้จะมีบทเพลงคลอให้เศร้าใจอาลัยยิ่งนัก ขณะนั้นร่างของพญาอินทรีทอดอยู่เหนือเมรุและด้านหน้ามีภาพวาดเมื่อครั้งยังหนุ่มของ 'อาปุ๊-'รงค์ วงษ์สวรรค์' ขนาดใหญ่ โดยแขกผู้มีเกียรติและศิลปินมากหน้าหลายตาต่างทยอยกันมาด้วยการแต่งกายสุภาพเรียบร้อย และรับหนังสือที่ระลึกงานพระราชทานเพลิงศพของ 'รงค์ วงษ์สวรรค์ ผู้จากไปซึ่งมี 2 เล่มด้วยกัน คือเล่มขนาดกระทัดรัดสำหรับแขกทุกท่านที่มาร่วมงานและเล่มหนาสำหรับท่านที่ได้รับบัตรเชิญ โดยหน้าปกเป็นศิลปะผู้หญิงเปลื้องผ้าตามที่อาปุ๊เคยกล่าวไว้และยังมีข้อเขียนไว้อาลัยจากนักเขียนร่วมสมัยจำนวนมากปรากฏอยู่ในหนังสือที่ระลึก

 

นอกจากนี้ภายในงานพระราชทานเพลิงศพ 'รงค์ วงษ์สวรรค์ ยังเนืองแน่นไปด้วยกลุ่มศิลปินในแวดวงวรรณกรรมและศิลปะทั้งนักคิด นักเขียน กวี และนักหนังสือพิมพ์หลากยุคทั้งจากเจ้าถิ่นภาคเหนือและทั่วประเทศมาร่วมพิธีไว้อาลัยเป็นครั้งสุดท้ายอย่างล้นหลาม ไม่ว่าจะเป็น เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ สุชาติ สวัสดิ์ศรี ประภัสสร เสวิกุล สถาพร ศรีสัจจัง เทพศิริ สุขโสภา ช่วง มูลพินิจ ชมัยภร แสงกระจ่าง ชาติ กอบจิตติ สุรชัย จันทิมาธร พิบูลศักดิ์ ละครพล ไมตรี ลิมปิชาติ นิเวศน์ กันไทยราษฎร์ กนกวลี พจนปกรณ์ ชุติมา เสวิกุล ขุนทอง อสุนี ณ อยุธยา อรสม สุทธิสาคร ชีวี ชีวา โดม วุฒิชัย แสงดาว ศรัทธามั่น บินหลา สันกาลาคีรี ปกรณ์ พงศ์วราภา สีลม-อัมพร จักกะพาก อารี แท่นคำ โตมร ศุขปรีชา สุวิชานนท์ รัตนภิมล ภู เชียงดาว แพร จารุ คำ ผกา และอีกมากมาย

พิธีการเริ่มต้นขึ้นโดย บินหลา สันกาลาคีรี กล่าวบทไว้อาลัยจากท่าน ว.วชิรเมธี และมีอาจารย์ประทีป หนองปลาหมอ (สุขโสภา) ขับเสภาอันไพเราะและตามด้วยบทกวีจากศิลปินแห่งชาติ เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ จากนั้นพระสงฆ์พิธีทอดผ้าไตรบังสุกุลบนเมรุ 10 ไตรและทุกคนสงบนิ่งรอถึงหมายกำหนดการ 16.00 น.ที่ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินมาถึงและทรงประกอบพิธีทอดผ้าไตรพระราชทานจำนวน 5 ไตร และประกอบพิธีพระราชทานเพลิงศพ จากนั้นแขกทยอยกันวางดอกไม้จันทน์หน้าร่างของ 'รงค์ วงษ์สวรรค์ ด้วยความกรักและอาลัยยิ่ง

จากนั้นไม่นานควันไฟเหนือเมรุก็ปรากฏพวยพุ่งล่องลอยไปบนท้องฟ้า...พญาอินทรีโบยบินนิรันดร์กาล

ด้านประวัติ 'รงค์ สวรรค์ หรือนายณรงค์ วงษ์สวรรค์ เกิดวันที่ 20 พฤษภาคม 2475 ที่ตำบลคลองมะขามเฒ่า จังหวัดชัยนาท บิดารับราชการเป็นวิศวกรกรมชลประทาน มารดาเป็นชาวสวน แต่เขามาเติบโตที่อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี ก่อนจะเข้ากรุงเทพฯเรียนโรงเรียนอำนวยศิลป์ และโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ซึ่งเป็นโรงเรียนชั้นนำของประเทศ แต่เขาถูกให้ออกเนื่องจากไปทะเลาะกับครู เขาใช้ชีวิตวัยหนุ่มอย่างโลดโผน เคยเป็นนายท้ายเรือโยง เป็นคนคุมปางไม้ทางภาคเหนือ เป็นนายแบบนิตยสาร และเป็นดาราภาพยนตร์ไทยระดับหมายเลข 2 ของเรื่อง พร้อมกันนั้นเขาก็สนใจเรื่องการถ่ายภาพและการเขียนหนังสืออย่างจริงจัง กระทั่งเข้าทำงานที่หนังสือพิมพ์สยามรัฐของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช อดีตนายกรัฐมนตรี ในปี 2497

ตลอดเลากว่า 50 ปีในวงการหนังสือนั้น เขาได้รับการยกย่องว่าเป็นนักเขียนหมายเลขต้นของประเทศไทย เขาเขียนทั้งสารคดี บทความ เรื่องสั้น นวนิยาย ฯลฯ งานเขียนของของเขามีมากกว่า 100 เล่ม ได้รับความนิยมและตีพิมพ์ซ้ำ ตลอดจนดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ ละครเวทีหลายเรื่องด้วยกัน เขาได้รับเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ประจำปี 2538 โดยเนื้อความท่อนหนึ่งในคำประกาศเกียรติคุณดังนี้...

"...เอกลักษณ์งานเขียนของเขาคือลีลาการใช้ภาษาที่โดดเด่นเป็นพิเศษ ดังที่ หม่อมหลวงบุญเหลือ เทพยสุวรรณ นักวิชาการวรรณกรรมผู้มีชื่อเสียงเคยกล่าวไว้ว่า 'รงค์ วงษ์สวรรค์ ใช้ภาษาอย่างนักเลงภาษาจริงๆ จะใช้คำที่เคยใช้ในสภาพต่ำสุดในที่ที่สูงสุดก็ได้ จะใช้คำที่เคยใช้แต่โบราณในจังหวะที่เกี่ยวกับสมัยใหม่ที่สุดก็ได้ ลีลาการเขียนที่มีอิทธิพลต่อทั้งนักเขียนและนักอ่านนี้ มีรากฐานอยู่ที่ประสบการณ์ชีวิตของตนเองและความเข้าใจลึกซึ้งในประสบการณ์ของผู้ร่วมสังคม... 

...โลกทัศน์อันอิสระและความจริงใจที่ถ่ายทอดผ่านเอกลักษณ์ทางวรรณศิลป์ ทำให้งานของ 'รงค์ วงษ์สวรรค์ เป็นบันทึกสังคมที่มีคุณค่า"

ด้านชีวิตครอบครัว 'รงค์ วงษ์สวรรค์ สมรสกับนางสุมาลี ตระการไทย มีบุตรชายสองคน คือ นายวงดำเลิง กับนายสเริงรงค์ วงษ์สวรรค์ หลังจากการสร้างสรรค์ผลงานมายาวนานตลอดชีวิต 'รงค์ วงษ์สวรรค์ ป่วยด้วยโรคไตเรื้อรัง และถึงแก่กรรมในวันที่ 15 มีนาคม 2552 สิริอายุ 77 ปี โดยทิ้งผลงานอันทรงคุณค่าไว้มากกว่า 100 เรื่อง อาทิเช่น หนาวผู้หญิง, เถ้าอารมณ์, ไฟอาย, สนิมสร้อย, บนถนนของความเป็นหนุ่ม, สนิมกรุงเทพ, ปักเป้ากับจุฬา, บางลำภูสแควร์, คืนรัก, ใต้ถุนป่าคอนกรีท, หอมดอกประดวน, นิราศดิบ, เสเพลบอยชาวไร่, หลงกลิ่นกัญชา, น้ำค้างเปื้อนแดด, แดง ระวี, หนามดอกไม้, ปีนตลิ่ง, ดลใจภุมริน, บ้านนี้มีห้องแบ่งให้เช่า, มาเฟียก้นซอย, ผู้ดีน้ำครำ, แสงแดดเป็นไข้, ไฉไลเป็นบ้า ฯลฯ

การจากไปของพญาอินทรีแห่งสวนอักษรเป็นเพียงร่างกาย แต่ผลงานและจิตวิญญาณยังคงอยู่กับผืนแผ่นดินนี้ไปชั่วนิรันดร์ ๐

---------------------------------

มกราคม อำลา

วันเสาร์ที่ 30 มกราคม 2553 ขอเชิญญาติพี่น้อง ญาติน้ำหมึก ศิลปิน และแฟนหนังสือของ 'รงค์ วงษ์สวรรค์ ทุกเพศ ทุกวัย ทุกกลุ่ม ทุกสี ได้มารวมตัวกันเพื่อเลี้ยงส่ง 'รงค์ วงษ์สวรรค์ ณ หอศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เวลา 16.00 น.บรรยาย 'ประวัติศาสตร์ในเลนส์กล้องของ 'รงค์ วงษ์สวรรค์' โดย มานิต ศรีวานิชภูมิ 17.30 น.เสวนา 'อาหารการกิน...ศิลปะการใช้ชีวิตและความรักของ 'รงค์ วงษ์สวรรค์' โดย 'มาดามวารินชำราบ' สุมาลี วงษ์สวรรค์ อ.ประมวล เพ็งจันทร์ คำ ผกา ฯลฯ และ19.30 น.ปาร์ตี้เคล้าเสียงเพลง 'เลี้ยงส่ง 'รงค์ วงษ์สวรรค์'

.................

พรชัย จันทโสก : รายงาน

โดย นิรันศักดิ์_บุญจันทร์

 

กลับไปที่ www.oknation.net