วันที่ ศุกร์ มิถุนายน 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

สบายๆ Night Trail น้ำตกคลองถ้ำเต่า 9-10 มิย.50


พี่ป้อ .... เพื่อนที่รู้จักในTrekkingthai.com ที่เคยปะหน้ากันอยู่บ่อยๆ แต่ไม่เคยออกทริปด้วยกัน ชวนไปเดินไนท์เทรล "ไปป่าวๆ Sat nite กลับมาแล้ว ไปถ้ำเต่า-โกรกอีดก จ.สระบุรี กัน"  
"จริงดิ ไปๆ " ตอบรับโดยแทบจะไม่รีรอ แต่ก็หวั่นๆ "โกรกอีดกเหรอ ผีดุอ่ะ คราวก่อนไป เพื่อนที่นอนข้างๆ เจอทั้ง 2 คนเลย แต่ป๋มรอด"แล้วนี่จะไปเดินกลางคืน
 


ที่มาที่ไปของSat Nite มันก็มาจาก Saturday Night ที่เพื่อนบอร์ดอุปกรณ์ ใน TKT.ไปกินข้าวด้วยกัน แล้วก็ลงเอย ด้วยการขึ้นรถใครคนใดคนหนึ่ง แล้วบึ่งออกต่างจังหวัด ไปหาที่สนทนากันต่อในป่าใกล้กรุง รัศมีไม่เกิน 200 กม. เรื่องการเตรียมตัวไม่ต้องอะไรมาก ขอให้มีใจอย่างเดียว กับไฟฉาย เพราะมันเป็นอุปกรณ์สำคัญทีเดียว ที่ช่วยให้เราเดินป่าตอนกลางคืนได้สะดวกขึ้น ส่วนเสบียง...ซื้อหาระหว่างทาง

และแล้ว ราว20.00 น.วันเสาร์(9 มิย.50) เราก็เคลื่อนพลออกจากสนามเป้า 4 คันรถกระบะ มุ่งหน้าทางเข้าโกรกอีดก ทริปนี้มีน้องใหม่ ที่ป๋มไม่รู้จักตั้งเยอะ ที่ไปด้วยกันจาก กทม. แล้วยังมีไปรอที่แยกบ้านนาอีก 1 คัน(2 คน) และอีก 2 คนไปนอนรอที่น้ำตกถ้ำเต่าก่อนอีกตะหาก เบ็ดเสร็จ 25 คน +,-1 แบบว่า นับทีไรไม่เคยได้ตัวเลขตรงกันซ๊ากที จนป่านนี้ก็ยังงงๆ ว่าตกลงไปกันกี่คนเนี่ยะ (เพื่อนป๋มไปโพสต์ในเว็ปTKT บอกไปร่วม 30 คน ..555)  แล้วก็ให้งงอีกรอบ เมื่อระหว่างทาง ถึงได้รู้ว่า เป้าหมายคืนนี้ อยู่ที่น้ำตกคลองถ้ำเต่านะ ไม่ใช่โกรกอีดก นี่แหล่ะ....Sat Nite ตามความพอใจของ 4 ล้อ

ราว 5 ทุ่ม ขบวนรถเรา 5 คัน (สมทบที่บ้านนาอีก 1 คัน) เดินทางถึงที่หมายคือบ้านน้าหลอด (ร้านขายของทางแยกเข้าไปน้ำตกถ้ำเต่านั่นเอง) แต่เราเลี้ยวรถเลยขึ้นไปหน่อยไปบ้านพี่ชายของน้าหลอดแทน พร้อมกับฝากรถไว้ ระหว่างเดินเท้าเข้าป่า แบ่งเสบียงช่วยๆ กันแบกเสร็จสรรพ ขึ้นเป้ นับจำนวนคน....จนถึงตอนนี้ก็ยังนับไม่ครบ...5555 เอาเป็นว่าเพื่อนใครก็จำกันไว้แล้วกัน แล้วเราก็แบ่งหนุ่มๆผู้มากประสบการณ์(หลง) คือจิ๊บจ๊อย กับพี่ลิโป้ มาเดินนำ ให้เลตองคุ กับพี่ป้อ เดินปิดท้าย 

เราขึ้นเป้ออกเดินกันเที่ยงคืน 5 นาที แต่เลตองคุ แย้งว่า เที่ยงคืน 15 นาที น้องอีกคนบอก เที่ยงคืน10 โอ๊ยย อะไรกันนี่ เวลายังไม่ตรงกันเหมือนนับจำนวนคนเลย ฮา ... เอาเป็นว่าหลังเที่ยงคืนเราเริ่มขึ้นเป้ ออกเดินกัน ช่วงแรกๆ ผ่านสวนชาวบ้าน ก่อนจะตัดเข้าแนวป่าที่บริเวณต้นไทรใหญ่ ที่มีการตั้งศาลเจ้าพ่อเสือ และเจ้าแม่ .. ไว้ด้วย ซึ่งทราบว่าก่อนหน้านี้ไม่มี แต่หลังจากเกิดเหตุการณืที่เด็กหญิง 13 ขวบไปเที่ยวที่โกรกอีดกกับพ่อแล้วพลัดหลงในป่า จนเค้าออกตามหากัน แล้วมาเจอที่น้ำตกถ้ำเต่า (ความจริงมันเขาลูกเดียวกัน แต่ตัดลงคนละแยกสันเขา)

ตะละคนพูดชวนขนหัวลุก ก็คนที่ไปก่อนหน้าดันเล่าว่า เคยเจอมีร้องลิเก"เอิงเอย" อยู่ในป่าข้างหน้า นึกว่าคนเดินนำร้อง ที่ไหนได้  เสียงที่หาที่มาไม่ได้ บรื๋ออส์ ...ทุกคนที่เดินผ่านศาลเลยอดไม่ได้ที่จะต้องยกมือไหว้อธิษฐานขออนุญาตกันเป็นแถว  เราไหว้ไม่ได้ ก็ได้แต่ขออนุญาตในใจ "หนูมาเที่ยวค่ะ ขอให้ดูแล ให้เที่ยวสนุกๆ ด้วยนะคะ" แค่นี้ แล้วก็เดินต่อไป 


แรกๆ เราก็เดินเกาะกลุ่มกันดีอยู่หรอก แต่ไปๆ มาๆ ไหงคนนำ ที่ดันกลายมาเป็นน้องโจ้ ลูกชายของพี่ชายน้าหลอด(งงป่าว) กับคุณexpress ดันขึ้นมานำแล้วก็คุยกันไป เดินกันไป ทิ้งห่างออกไปเรื่อยๆ จนเราต้องคอยเรียกให้รอคนข้างหลัง เดินไปเดินมา จิ๊บจ้อยมากระซิบ
"เนี่ย ผมว่าหลงแน่ เพราะคราวที่แล้วมา ไม่ได้เดินล่องน้ำอย่างงี้ มันต้องเดินบนสัน เทรลชัด"
"เฮ้ย เอาแล้วมั๊ยหล่ะ" เราร้อง พร้อมกับนึกในใจ สงกาสัยที่ว่าจะเดินกันแค่ชั่วโมงถึง สงสัยไม่ต่ำกว่า 2 ชั่วโมงแน่ๆ

แล้วก็ตัดลงน้ำ ซึ่งจิ๊บจ้อยชักชะลอ บอก"มันไม่ใช่น๊า มันต้องเดินข้างบน แล้วค่อยไปตัดลงอีกที่หนึ่ง" แต่เอาเถอะลงมาแล้วก็เดินกันต่อ มีทางไปได้ ซึ่งก็พบว่า ต้นไม้มันล้มขวางทางน้ำ เลยต้องเลี่ยง เล่นเอาเสียวลื่นล้ม เพราะต้องไต่ตามก้อนหินน้ำตกไป ซึ่งป๋มไม่ค่อยจะถูกกันสักเท่าไหร่ (ตั้งแต่ไปเดินที่เขาสระ เลยพาลไม่ชอบเดินหินน้ำตกเอาเสียเลย)

ราว 40 นาที เดินข้ามน้ำไป ข้ามน้ำมา ก็เจอกับแคมป์เล็กๆ ที่มากันล่วงหน้า แล้วก็น้องอีก 2 คนที่บอกว่าล่วงหน้ามารอก่อน แต่ดันมาจอดที่แคมป์นี้กับเค้า   อู๊ว ว ว ...กลิ่นหมูทอดหอมฉุยเชียว เค้าชวนเราแวะพัก ดื่มน้ำดื่มท่าก่อน แต่เราว่าน่าจะชวนเรากินหมูทอดมากกว่าน๊า ฮา

ด้วยเพราะพวกเรามากันเยอะ เค้าชวนพักแคมป์เดียวกัน ดูที่ทางท่าจะไม่พอ หัวหน้ากรุ๊ปหันมาหารือ เราว่าไปต่อดีกว่า เพราะพักตรงนี้ พรุ่งนี้ก็ต้องเดินอยู่ดี แล้วที่สำคัญ ที่ไม่พอนอนเป็นแน่ ว่าแล้วก็เดินกันต่อ แต่เฮ้ย นายเลตองคุ ทำไมไม่เดินปิดท้ายหล่ะ มาเดินนำหน้าซะงั้น ....เดี๋ยวเล่าๆว่าเพราะอะไร

เดินไปได้พักใหญ่ จนถึงลานแคบๆ เหนือน้ำตกแอ่งหนึ่ง พี่โป้ บอกว่า"คราวก่อนมาพักกันตรงนี้" คุณชินexpress ก็ว่างั้น แต่อ้าวเฮ้ยยยย... เหลือพลพรรคเดินตามกันมาแค่ 7-8 คนเองเหรอเนี่ยะ แสดงว่าอีกร่วม 20 คน อาจจะพักกับแคมป์ข้างล่างหรือเปล่า
"เอาไงดีพี่" เลตองคุถามขึ้น "ผมว่าพักรอก่อนเถอะ"
"พี่ป้อปิดท้าย น่าจะมาน่ะ แต่อาจจะช้าหน่อย ถ้าไม่ตามมาล่ะก็ สงสารพี่แกเลย เพราะขาชนแก้วของพี่แกมาอยู่แถวหน้าหมดนิ..คิก ๆ ๆ"  เราเอ่ยขึ้น

สุดท้ายเลตองคุ ก็ชวนพี่ลิโป้ ปลดเป้ฝากไว้ แล้วเดินกลับไปตาม ส่วนพวกเราที่รออยู่ เลยถือโอกาสทำความรู้จักกัน 5 5 5 เดินมาค่อนป่า ยังไม่รู้จักชื่อกันเลย เอิ๊ก ๆ เนี่ยแหล่ะหนา ป่าพาไป มิตรภาพพามา 

        
                           ดิบๆ เถื่อนๆ มืดๆ เท่าที่กล้องจะจับภาพได้  
                  

ไม่นานเท่าไหร่ ก็มีเสียงก็อกแก็ก พร้อมกับแสงไฟทั้งแบบมือถือ หรือแบบคาดหัวแว๊บๆแวมๆ โผล่มา เป็นแนว อ่า เอาเป็นว่า มากัน แต่ไม่หมด เท่าที่จำได้ มี คุณวี (เจ้าของtriton ดำทมึน) กับเพื่อนอีก 2 คนที่มานอนรอที่แคมป์แรก ซึ่งบังเอิญอาบน้ำอาบท่าเปลี่ยนเสื้อผ้าไปแล้ว เอาเป็นว่าเดี๋ยวพรุ่งนี้คงตามมา

หลังรวมพลเรียบร้อย เราก็ออกเดินกันต่อ จากจุดนี้ ต้องเลาะเขาไปอีกหน่อย แม้จะเดินไม่ยาก แต่หากพลาดก็ลงไปนอนตีนเนินน้ำตกได้เหมือนกัน จากนั้นก็ข้ามน้ำ เลาะหิน ไต่ทางชัน จุดนี้ ที่ทำเอาหลายคนหอบแฮก รวมถึงป๋มด้วย เพราะนอกจากชันแล้ว ยังต้องออกแรกจิกดินไม่ให้สไลด์ลงไปทับเพื่อนๆ ด้านล่างซะก่อน เพราะงั้นใครบอกให้รอ เราก็ขอขึ้นไปรอข้างบนแล้วส่องไฟตามลงมาแล้วกัน ฮี่ๆ ๆ  

   

แล้วเราก็เดิน ๆ ๆ ๆ ผ่านลานดิน ทะลุไปแนวหิน แล้วก็เลาะหินลื่นๆ แต่เฮ้ย งูเขียว ยังเป็นลูกงูอยู่เลย น่ารักดี "คนที่เดินๆไปก่อนไม่เห็นหรือไงเนี่ยะ ผ่านงูไปเฉยเลย" ใครคนหนึ่งพูดขึ้น
""ปล่อยให้มันเลื้อยไปก่อนนะ อย่าไปทำให้มันตกใจ" เราว่า แล้วใครคนหนึ่งก็เอาไม้ดักมันไว้หลังจากมันเลี้อยพ้นทางเท้าของเราไปแล้ว "แน่ะ ทำชูหัวดูอีก...ตัวกะเปี๊ยกเดียว" เรานึกในใจ
แล้วเราก็ไปสุดอยู่ที่มุมน้ำตก คนข้างหลังยังมาไม่ถึง แล้วยังได้ยินเสียงกู่เรียก เราก็ร่ำๆ จะวางเป้ไปเล่นน้ำแล้วเชียวระหว่างรอ แต่พักเดียว คุณ expressเดินมาตาม ปรากฏว่า เราเดินทางที่พักมาแล้ว ตะหาก ฮา

ย้อนกลับไปได้หน่อย ธ่อ ที่แท้ตรงลานดินนี่เอง พี่ป้อ พี่โป้ก่อไฟรอแล้ว พวกเราก็จับจองหาทำเลผูกเปล  หะแรกเราก็ว่าจะนอนกราวน์ชีตแล้วกัน ก็ตอนนี้ที่ดูเวลามันตี 2 กว่าๆ เข้าไปแล้ว ... "อีกไม่นานก็เช้า  อีกไม่นานก็วันใหม่" เอาวะ ไหน ๆ ก็ไหนๆ ไปหาทำเลนั่งแช่น้ำเลยดีกว่า  ว่าแล้วก็ชวนเพื่อนใหม่ที่เพิ่งรู้จัก "หญิง" ไปนั่งให้น้ำตกนวดตัว ใต้เสียงเทียน คุยกันพักใหญ่ๆ จนรู้สึกหนาวๆ ถึงได้เปลี่ยนเสื้อผ้า ขึ้นมาคุยๆ กันต่อกับเพื่อนๆ ที่รอบกองไฟ

สักพักใหญ่ เราเห็นฟ้าเริ่มสว่างก็เลยว่า "เฮ้ย พระจันทร์ขึ้นแล้ว" ก็คืนนี้มันแรม 9 ค่ำกว่าพระจันทร์จะขึ้นก็หลังเที่ยงคืนไปแล้ว ตอนจะขึ้นจากนี้ก็เห้นโผล่เหนือยอดไม้ ส่องกระทบหินบ้างแล้ว
แต่ใครไม่รู้หัวเราะ บอกว่า "มันจะเช้าแล้วตะหาก" นี่มันตี 5 แล้วมั้ง แป่ว ว ว ว  เลยแยกย้ายกันไปนอนดีกว่า แล้วเราก็ลงเปลนอนที่เปลี่ยนใจผูกซะหน่อยหลังอาบน้ำเสร็จ


 
ภาพน้ำตกสวยๆ ชั้นบนใกล้แคมป์พัก  โดยพี่จอห์นมหาชัย คนขยัน


เช้านี้ ใครตื่นก็ตื่นไปเหอะ แต่เรายังนอนไม่เต็มอิ่มเลย ดูจะแฮงก์ๆ อีกต่างหาก แต่ก็นอนได้ไม่นาน เมื่อ ท้องไส้ไม่เป็นใจ โห  ต้องเดินหาทำเลส่งแฟกซ์ ด้วยการเดินอ้อมเนินให้ไกลแคมป์ แต่ก็ไม่มีที่ สุดท้ายก็ปีนขึ้นไปป่าไผ่...เฮ้อ...สบายท้อง แต่กลับมานั่งหน้ามึน จนใครไม่รู้ส่งส้มมาให้กินระหว่างรอต้มน้ำกินกาแฟ เฮ้อ กินไปครึ่งลูกเท่านั้น อาการออกเลย สุดท้ายไปนอนต่ออีกยกใหญ่ .... 5 5 5 ต้องนอนให้ครบ 6-8 ชั่วโมง

จนสายๆ ๆ เพื่อนๆ กินข้าวกินปลากันไปหมดแล้ว ถึงได้ตื่นขึ้นมา คราวนี้ สบายๆ ๆ ๆ  ใครใช้ให้ทำอะไรทำได้หมด ต้มน้ำชงกาแฟ ต้มหมี่โกแรง นั่งคุยๆ ๆ ๆ แต่ทริปนี้เอากล้องมาทำไมเนี่ยะ ขี้เกียจเดินถ่ายรูปจัง

นั่งเล่นนอนเล่น นั่งคุย นอนคุย ทำลายเสบียง สมกับเป็นทริปพักผ่อนจริงๆ จนราวๆ บ่าย 2 ฟ้าเริ่มครึ้มๆ เอาเก็บของๆ  เดี๋ยวกลับกันได้แล้ว .... ขากลับเดินกันเร็วหน่อย  แต่คราวนี้เราปิดท้าย เดินสบายๆ ๆ แต่ก็ได้เห็นเส้นทางขามาแล้ว... เราว่าเดินกลางคืนมันดูสบายๆ บางช่วงก็ไม่หวาดเสียวเหมือนตอนกลางวัน 5 5 5   


   

น้ำตกชั้นที่ 2 และเทรลที่มีโอกาสเห็นตอนขากลับ

            

เราเสียเวลากับการถ่ายรูปไปพอควร และส่วนป๋มก็เสียเวลากับการเดินตามก้อนหินเข้าไปอีก แถมเดินตามธารน้ำเพลิน จนเลยทางตัดขึ้นสัน  ต้องย้อนกลับมาทางขึ้นใหม่ แต่ไม่เป็นไร จำไม้ล้ม กับลูกไม้หน้าตาคล้ายกระท้อนได้ เลยไม่พลาด ....แล้วเรา 4-5 คนก็เป็นชุดสุดท้ายที่ออกจากราวป่า พี่ป้อไปเอารถ 4wd มารับอีกต่างหาก ชอบๆ



โปรฯ คร๊าบบ...ทำรายคร๊าบบ

 
แล้วก็ได้มาเป็นแบบนี้ น้องหมีกินเห็ดถ้วย ฝีมือโปรฯจอห์น

ทริปนี้สนุกสนาน จบลงพร้อมกับคำชักชวน คราวหน้าไป Sat Nite ที่ทุ่งหญ้าเขาแหลมกัน
"ได้เลยเพ่ บอกมาแล้วกัน" ตอบแบบไม่ยั้งคิด 5 5 5

แล้วเจอกันนะ Sat Nite !!!! 


เห็ดแชมเปญ หรือเห็ดถ้วยที่ไม่ต้องไปถึงโกรกอีดก ก็เห็นได้

ปล.1เฉลย ที่นายเลตองคุ เดินแซงจากข้างหลังขึ้นมาข้างหน้า ก็เพราะว่า sat nite ที่คลองถ้ำเต่า คราวก่อน นายเลฯ เจอผู้หญิงใส่ชุดขาว มายืนอยู่ปลายเปล มาแบบเห็นจะจะ.... ประกอบกับคราวก่อน จิ๊บจ๊อย, express(มีใครอีกหรือเปล่าไม่รู้) ได้ยินคนร้องลิเกในป่า ทั้ง ๆ ที่ เพื่อนๆ กลุ่มหน้ายังเดินไปไม่ถึง
และคราวนี้ พี่ป้อ ถามตอนออกมาจากป่าว่า "มีใครได้กลิ่นธูปตอนเดินบ้าง ผมได้กลิ่นตั้ง 3 ครั้ง" 
"ฮ๊า ... โชคดี วิกกี้ไม่ได้กลิ่นอะไร"แอบนึกในใจ ตอนผ่านหน้าศาล เหลือบตาดูก็ไม่เห็นมีใครจุดธูปไหว้เสียหน่อย
เรื่องแบบนี้ขึ้นอยู่กับความเชื่อส่วนบุคคล  แต่ป๋มไม่เคยลบหลู่ฮับ

ปล. 2 ชื่อเรียกในนี้ เป็น Handle name แต่บางคนอาจจะเป็นชื่อจริง??


   
                                                     รายทางบ้านนา

การเดินทางไปได้ 2 ทาง
@ ขับรถไปทางรังสิต-นครนายก เลี้ยวไปทางอ.บ้านนา จากนั้นก็เลี้ยวขวาใช้เส้นทาง 3222 ไกลพอควร สังเกตุป้าย บอกทางเข้าน้ำตกโกรกอีดก อยู่ทางขวามือ ...จากนั้นก็เลี้ยวขวาเข้าไปอีกหลายกิโล ช่วงแรก ๆ ทางจะไม่ค่อยดี เข้าไปไกลพอควร จะเห็นป้ายน้ำตกคลองถ้ำเต่า อยู่ฝั่งขวามือ ทางแยกเข้าไปเป็นดินลูกรัง 
....แต่ถ้าขับเลยไปอีกราว 5 กม. ก็จะไปสุดท้างที่ริมธารน้ำ เป็นเส้นทางข้ามไปน้ำตกโกรกอีดก  

@  ไปทางสระบุรี (ส่วนใหญ่เค้าว่าอ้อม) .... พอเลยป้าย อ.แก่งคอย (ป้ายบอกทางสีเขียว) ไปไม่ไกล ก็ให้ยูเทิร์น ตรงหลักกิโลเมตร ที่ 127 ก็ยูเทิร์น (เป็นเนินพอดี) แล้วชิดซ้าย เลี้ยวเข้าซอยซ้ายมือ ซอยแรกอยู่ตรงสะพายลอยพอดี แล้วก็ขับตามทางไปเรื่อย ๆ ๆ จากทางลาดยาง ไปถึงทาง 3 แยก ก็ให้ไปทางขวา เพราะแยกซ้าย จะมีป้ายเขียนว่าไปน้ำตกเจ็ดคต  ....จากแยกขวาไปนี่ ด้านซ้ายมือจะเห็นอ่างเก็บน้ำ วิวสวย 


ค่าใช้จ่ายทริปนี้หารเฉลี่ย 100 บาท
 ไม่รวมค่าน้ำสามัญประจำทริป   
ค่าน้ำมันรถอีก 60 บาท เพราะคันที่ป๋มนั่ง เติม NGV หาร 5 แต่ป๋มขอเป็นเลี้ยง 1 อิ่มแล้วกัน
(ใครนั่งคันไหนก็หารคันนั้น)



เป้าหมายถัดไป : น้ำตกคลองถ้ำเต่า-น้ำตกโกรกอีดก



สีม่วง
คือ ถนนราดยาง
สีขาว คือ ทางเดินเท้าปกติที่เราใช้เดินกัน
สีแดง คือ เส้นทางที่คิดว่าน่าจะเป็นได้ที่สุด แต่ค่อนข้างอ้อมและต้องเดินกันไกลมาก
สีเขียว คือ เส้นที่ใกล้ที่สุด แต่เนื่องจากภาพทางกูเกิ้ลระวางนี้มันไม่ชัดเจน คาดว่าน่าจะติดหน้าผา หรือป่ารกทึบ
สีน้ำเงิน คือ เส้นที่น่าจะไปได้เร็วที่สุด แต่ต้องเดินกันบนสันเขาตลอด ด้วยภูมิประเทศที่ซับซ้อน เต็มไปด้วยสันเขานั้นไม่ง่ายเลยทีเดียว
                 

โดย vickie

 

กลับไปที่ www.oknation.net