วันที่ เสาร์ มกราคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เรื่องสนุกในโรงพยาบาล


     สวัสดีค่ะผู้อ่านทุกท่าน  หลังจากที่หายไปประมาณหนึ่งเดือน วันนี้ก็ได้โอกาสที่ฉันจะเก็บเอาเรื่องต่างๆที่ประทับใจในรอบเดือนมาเล่าให้ทุกๆท่านฟัง

     หากเอ่ยถึงโรงพยาบาล ทุกท่านก็คงจะคิดกันว่า

"ไม่อยากเข้าไป จะไปทำไมกันมันไม่ใช่เรื่องสนุกเลยที่จะต้องไปที่นั่น"

  แน่นอนค่ะ ฉันก็คิดแบบทุกท่านเช่นเดียวกัน  แต่ถ้ามีความจำเป็นมันก็คงจะเลี่ยงไม่ได้ใช่ไหมล่ะคะ เห้อ แค่นึกว่าจะต้องไปโรงพยาบาลก็เหนื่อยเสียแล้ว

     แต่ที่ฉันบอกว่าเรื่องสนุกในโรงพยาบาลนั้นก็เนื่องจากว่า มีวันหนึ่งฉันต้องไปทำอัลตราซาวน์เพื่อดูความเจริญเติบโตของเจ้าเนื้องอกมดลูกเพื่อนยากของฉัน  ทีแรกตั้งใจที่จะโดยสารไปกับ

รถมหาวิทยาลัย แต่พี่วินมอเตอร์ไซด์เจ้ากรรมไม่มีใครประจำการที่วินสักคนเดียว  ดังนั้นฉันจึงต้องใช้บริการรถแท็กซี่ โธ่ ใครต้องการที่จะจ่ายแพงกว่าเล่าคะ

แต่เมื่อไปถึงที่โรงพยาบาล ด้วยความที่ฉันต้องการให้คนเปล "คนที่เข็นรถผู้ป่วยค่ะ" มาพาฉัน

ไปนั่งรอเพื่อนที่ตึกผู้ป่วยนอก  แต่คุณน้าคนขับแท็กซี่ก็ไปบอกกับคนเปลว่า 

"ช่วยพาเขาไปหน่อยเพราะเขาเดินไม่สะดวก"

  โอ้แม่เจ้า  มองไม่เห็นเฉยๆ เขินนะนี่ที่ต้องนั่งรถเข็นผู้ป่วย  เมื่อคนเปลนำรถเข็นมา คำแรกที่ฉันถามเขานั่นคือ

  "จะให้นั่งรถจริงๆเหรอคะ หนูเดินได้"

  พี่เขาก็ตอบฉันมาทันทีว่า

"ก็เดินไม่สะดวกไม่ใช่เหรอ"

     เอาวะ นั่งก็นั่ง ฉันคิดในใจ

     จากนั้นพี่เขาก็เข็นพาฉันไปยังตึกสูตินรีเวชและไปส่งถึงห้องที่ทำอัลตราซาวน์ ทำการยื่นใบนัด

ให้ฉันเสร็จสรรพ

     ในระหว่างที่รอนั้นฉันต้องทำอย่างไรก็ได้ให้ปวดฉี่แล้วกลั้นไว้ เพื่อให้การตรวจสอบเจ้าเนื้องอกนั้นเป็นไปด้วยความเรียบร้อย แต่คุณๆทราบหรือไม่คะว่ามันเป็นเรื่องที่ทรมานมากสำหรับฉันเพราะว่าฉันปวดฉี่ ปวดแล้วก็ปวดอีกหมอก็ไม่เรียกซักกะที คุณพยาบาลให้เหตุผลว่า การตรวจเนื้องอก

ในมดลูกนั้นต้องใช้เวลาในการรอเครื่องค่ะ

"เห้อ ปวดจะแย่"

   ฉันไปฉี่อย่างไม่สนใจ  และแล้วคุณพยาบาลก็เรียกชื่อฉัน คุณคงคิดว่าฉันจะได้ไปตรวจในทันที

ที่เขาเรียกใช่ไหมคะ แต่เปล่าเลยค่ะ เพราะก่อนที่เขาจะเรียกชื่อฉันเพียงไม่ถึงสองนาที ฉันแอบไปฉี่จนหมดไส้หมดพุงระ  แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาค่ะเพราะฉันสามารถทำให้ปวดฉี่ได้ในเวลาห้านาทีค่ะ

และฉันก็ได้เข้าไปตรวจจนได้

เรื่องราวของวันแรกที่ไปโรงพยาบาลก็ผ่านไปค่ะ

      อีกสองสัปดาห์ต่อมาฉันก็กลับไปโรงพยาบาลอีกครั้ง  คราวนี้กลับไปฟังผลการตรวจ  แต่คราวนี้ฉันไม่พลาดเพราะฉันได้นัดกับพี่วินไว้เรียบร้อยแล้วเพื่อให้มารับไปส่งขึ้นรถมหาวิทยาลัย

  การไปโรงพยาบาลของฉันคราวนี้ราบรื่นเนื่องจากว่าฉันมีเจ้าหน้าที่ซึ่งทำงานอยู่ในตึกสูตินรีเวช

ไปส่งจนถึงโต๊ะที่พยาบาลคัดกรองก่อนเจอหมอ โอ้ อะไรจะดีเช่นนี้  ฉันได้ลัดคิวในการคุยกับ

คุณพยาบาลและวัดความดัน  คุณพยาบาลเขาใจดีนะคะ เขาเป็นห่วงความรู้สึกของคนไข้ด้วย

ที่จะบอกว่าคนไข้ตาบอด

     หลังจากที่ฉันวัดความดันเรียบร้อยแล้ว คุณพยาบาลคนสวยก็ได้ตะโกนขอรถเข็นผู้ป่วยอีกแล้วค่ะ แต่คราวนี้คุณเธอใช้คำพูดว่า

"ขอรถเข็นคันนึงเพราะ she blindness"

โธ่  ความคิดเดิมบังเกิดขึ้นเลยค่ะ ก็มองไม่เห็นเฉยๆ เดินได้  ในระหว่างที่คุณพยาบาลคนนี้แก

หารถนั่งให้ฉันคุณพยาบาลอีกคนก็บอกเขาว่าให้ฉันเดินไปกับพยาบาลที่นำผู้ป่วยขึ้นไปที่ชั้น 11 ก็ได้ แต่คุณเธอไม่ยอมเพราะคุณเธอให้เหตุผลว่าฉันจะได้สะดวก  ส่วนฉันก็ เอาล่ะ เอาไงก็เอา มีรถนั่งก็ดี

จะได้ไม่ต้องเดิน อิๆๆ  ในที่สุดฉันก็ได้นั่งรถผู้ป่วยอีกจนได้

ในระหว่างที่ฉันนั่งรอหมออยู่บนรถผู้ป่วยนั้น คุณพยาบาลก็ขยันมาถามว่า ฉันมาตรวจอะไร

และฉันก็ตอบไปตามที่ฉันพอจะนึกศัพท์ออกว่า

"มา follow เนื้องอกค่ะ"

พอดีว่าหมอที่มาตรวจฉันวันนั้นเขามาเช้าฉันก็เลยได้ตรวจตั้งแต่ยังไม่เก้าโมง

คุณอาจจะอยากรู้หรือไม่อยากรู้ว่าผลการทำอัลตราซาวน์ของฉันเป็นอย่างไรแต่ฉันก็จะบอกค่ะว่า (ตามคำพูดคุณหมอนะคะ)

"ถุงน้ำในรังไข่ที่มันเคยโผล่มาทักทายตอนนี้มันได้หายไปแล้ว  ส่วนเนื้องอกนั้นยังอยู่แต่มัน

ไม่โตขึ้น"

ฉันก็รีบถามด้วยความดีใจว่า

"มันจะไม่โตไปกว่านี้แล้วใช่ไหมคะคุณหมอ"

คุณหมอก็บอกฉันมาอย่างรวดเร็วว่า

"โตแน่นอน แต่มันจะโตช้าๆ หมอยังไม่ผ่าตัดให้ตอนนี้เพราะมันได้ไม่คุ้มเสีย หนูก็อยู่เป็นเพื่อนกัน

ไปก่อน"

เห้อ และฉันก็ต้องมีเพื่อนใหม่เป็นเจ้าเนื้องอกที่มันไม่ทำอันตรายต่อฉันในตอนนี้

      อ้อ ฉันลืมบอกคุณไปว่า ฉันเป็นคนไข้ vip ของคุณหมอ เนื่องจากคุณหมอต้องเดินมาหาฉันถึงรถผู้ป่วย ฮ่าๆๆ ในขณะที่คนอื่นต้องเดินไปหาคุณหมอแต่ฉันไม่ต้องค่ะ  แต่จะว่าไปคุณหมอท่านก็

ใจดีนะคะ มีจิตเมตตา

     คุณคงแอบคิดกันใช่ไหมคะว่าฉันเก่งที่สามารถไปโรงพยาบาลได้เองคนเดียว  แต่เปล่าหรอกค่ะ ทุกครั้งที่ไปฉันจะมีพี่จิ๋มไปเป็นเพื่อนค่ะ แต่วันที่ไปฟังผลนั่นพี่จิ๋มมาถึงช้าฉันก็เลยต้องนั่งอยู่บนรถ

ผู้ป่วยอยู่เป็นชั่วโมง ในใจก็คิดว่า มันคือรถเข็นคงไม่มีผีอยู่บนรถนะ อิๆ

พอพี่จิ๋มมาถึงนั่นเป็นเวลาที่ฉันกำลังคุยกับคุณหมอถึงแนวทางการติดตามเพื่อนรักอยู่ เมื่อคุยกับ

คุณหมอเรียบร้อยแล้วฉันก็ทำการสละรถนั่งนั่นทันที  คุณพยาบาลถามฉันเป็นเสียงเดียวกันเลยว่า

"ไม่นั่งรถแล้วเหรอคะ"

ฉันก็ตอบอย่างรวดเร็วว่า

"ไม่แล้วค่ะ ขอบคุณมากๆค่ะ"

     เรื่องสนุกในโรงพยาบาลที่ฉันนำมาเล่านี้ มันไม่ใช่เรื่องสนุกที่ตรวจพบเนื้องอกหรืออะไรหรอก

นะคะ แต่มันคือการเปิดโลกการผจญภัยในโรงพยาบาลที่คนพิการทางการเห็นอย่างฉันไม่เคยไป

คนเดียวมาก่อน  และครั้งนี้ก็ทำให้ฉันรู้ว่า โอ้ ฉันก็สามารถมาโรงพยาบาลคนเดียวได้นี่นา อิๆๆ

     ท้ายนี้ต้องขอขอบพระคุณเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลศิริราชทุกๆท่านที่อำนวยความสะดวกในการไปพบแพทย์ของฉัน  และทุกๆท่านมีส่วนร่วมในการสร้างความเชื่อมั่นในการเดินทางไปโรงพยาบาลของฉันว่า  ฉันสามารถไปที่แห่งนี้ได้โดยที่พวกท่านทุกๆคนจะไม่ทิ้งให้ฉันเดินอยู่ที่นั่นเพียงลำพัง

ขอบพระคุณพี่จิ๋มและเพื่อนๆที่ฉันไม่ได้เอ่ยนามมา ณ ที่นี้ในการอำนวยความสะดวกให้ฉันค่ะ

โดย พูพู

 

กลับไปที่ www.oknation.net