วันที่ เสาร์ มกราคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เด็ก ผู้หญิง ใช้กำลัง และหนังผี...


ช่วง2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา เรื่องที่ทำให้โลกต้องโศกสลด คงไม่พ้นเรื่องราวของประเทศที่ชื่อ “เฮติ” และช่วงเวลาไม่นาน เราก็ได้เห็นหมื่นแสนความช่วยเหลือจากนานามนุษยชาติหลั่งไหลสู่ประเทศเล็กๆ ที่เคยถูกกล่าวขานว่าต้องคำสาป…..

Credit photo from  : http://in.zasv.com/space.php?uid=29269&do=blog&id=11408

กำลังแอบปลาบปลื้มกับข่าวการระดมการช่วยเหลือผู้ประสบภัยชาวเฮติ จากนานาประเทศ รวมทั้งประเทศไทย ที่แม้ว่าจะไม่ได้รวยล้นฟ้า แต่เราก็ยังเต็มใจที่จะส่งความช่วยเหลืออย่างจริงใจ ได้ไม่นาน

ฉับพลัน……..ฟ้าที่สดใสเหมือนในการ์ตูน กลับครึ้มฟ้าครึ้มฝนทันใด เมื่อฉันได้รับจดหมายฉบับหนึ่ง ……และในเนื้อความในจดหมายนั้น ดูเหมือนจะสวนทางกับน้ำใจไมตรีที่เราเห็นจากเรื่องก่อนหน้า

“คนไทย ใจดี มีน้ำใจ ชอบทำบุญ”…………………แต่

………………………………..“ในรอบ 5 ปี ที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี 2547 -2552 ตามรายงานที่ศูนย์เพิ่งเปิดเผย พบว่ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ จากปี 2547 มีเด็ก และผู้หญิงถูกทำร้ายเข้ารับบริการ 6,971 คน เฉลี่ยวันละ 19 คน

สำหรับปี 2552 มีผู้เข้ารับบริการทั้งหมด 22,925 คน เฉลี่ยวันละ 63 คน หรือชั่วโมงละ 3 คน เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีขึ้นไป 10,894 คน โดยในกลุ่มเด็กพบมากที่สุดอายุ 11-18ปี  ร้อยละ 47 เป็นเด็กผู้หญิงอายุ 18-35 ปี เมื่อเปรียบเทียบแล้ว ได้ค้นพบความรุนแรงต่อเด็กและผู้หญิงเพิ่มขึ้นจากปี 2547 ถึง 228 เปอร์เซ็นต์ โดยองค์การอนามัยโลกได้จัดให้ปัญหาความรุนแรงในครอบครัวเป็นหนึ่งในหลายๆ ภาวะโรคในทศวรรษนี้ “

แม้เรื่องนี้จะไม่เกี่ยวกันสักเท่าไหร่..........แต่มันมีนัยอะไรกับสังคมไทยของเรากันนะ

อยากจะตบฉาดเข่าตัวเองแรงๆ ข้อมูลจากสารผู้อำนวยการบริหาร มูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก คุณสรรพสิทธิ์ คุมประพันธ์ ที่ได้เกริ่นมาในจดหมายสวัสดีปีใหม่  ช่างเป็นเรื่องที่ตรงกับใจฉันซะจริงๆ เรื่องที่ฉันอยากจะบ่นดังๆ  กับสังคมไทยอยู่พอดี ว่า

 “ความรุนแรงต่อเด็กและสตรี กลายเป็นเรื่องปกติไปแล้วหรือ??”

หลังจากที่บังเอิญได้ดูหนังผีของไทยเรื่องดังชื่อดอกไม้ด้วยความบังเอิญ หากใครได้ดูหนังผีเรื่องที่มีเลขจุดทศนิยมห้อยท้าย ก็คงเห็นได้ตั้งแต่ฉากแรกๆ ของความรุนแรงระหว่างพ่อกับลูก ที่พ่อเมาแอ๋ตบหัวลูกคว่ำคาจานข้าว เพียงเพราะเด็กน้อยอนุบาลไม่อยากไปโรงเรียนเพราะคิดถึงแม่ที่จากไป

ยังไม่นับ……….

ฉากสามีภรรยานอกใจ เล่นชู้ หนีสามีเข้าบ่อน เล่นไพ่ สามีเข้าไปตามหาถึงในบ่อน พอเจอเมียเล่นไพ่ เกิดบันดาลโทสะ ตบหัวเมียกระแทกโต๊ะซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า จนเลือดไหลออกจมูก ปากแตกแดงกลบปาก ถึงได้รู้ว่าตบผิดคน เพราะนั่นไม่ใช่เมียตัวเอง แต่เป็นเมียชาวบ้าน เมื่อรู้ว่าผิดคน ก็ไม่ได้รู้สึกอะไร ก็จิกหัวเมียตัวเองไปจิกด่าด้วยสารพัดคำหยาบคาย

ในเรื่องยังมีฉากเด็กนักเรียนอนุบาลแกล้งกัน จนน้องหนูคนที่เป็นผีในเรื่อง โมโห เอามีดโกนหนวดจากร้านพ่อ(ที่เป็นช่างตัดผม) วิ่งไล่กรีดหน้าตาเพื่อนนักเรียนอนุบาลด้วยกันจนชุดนักเรียนเลอเปรอะเปื้อนเลือดน่าสยอดสยอง

ยังไม่รวมฉากอื่นๆ ในเรื่อง ที่ตัวเองพยายามนั่งดูและหาข้อดีของหนัง (ที่ไม่ยักกะเจอ) ที่ดูเหมือนจะรวมคำหยาบคาย การทำร้ายร่างกายเด็ก ผู้หญิง เรื่องความรุนแรงทางเพศ ฉากสยดสยอง นองเลือด ไว้ในเรื่องนี้ได้อย่างไม่มีที่ติ

ที่น่าขำที่สุด ก็คือหนังนี้หาซื้อได้ง่ายตามร้านสะดวกซื้อทั่วไป เด็กๆ สมัยนี้ฉลาดเปิดเครื่องไฟฟ้าได้เก่งแค่ไหน................ คงไม่ต้องมีใครตอบ การดูหนังแผ่นในบ้านซึ่งถือเป็นความบันเทิง จะมีผู้ใหญ่นั่งดูให้คำแนะนำหรือไม่ ไม่มีใครรู้

เรื่องราวในหนังจะกลายไปเป็นต้นแบบให้ใครทำตามหรือไม่ ก็ไม่มีใครหยั่งรู้ …..จนกว่าจะเกิดเรื่องนั้นขึ้นมาก่อน (สังคมไทยเป็นแบบนี้ทุกที)

..................

......

ปัญหาในสังคมไทยในปัจจุบันจะเพิ่มมากขึ้นไป หรือจะลดน้อยลง ก็คงเป็นผลมาจากความเข้มแข็งในครอบครัว รวมไปถึงความรับผิดชอบของสื่อต่างๆ ที่ช่วยหล่อหลอม ประโลมความคิดเยาวชนและค่านิยมของสังคมไทย ถ้าครอบครัวหันมาใส่ใจสร้างครอบครัวให้เข้มแข็ง และสื่อต่างๆ มุ่งเน้นเรื่องเงินให้น้อยลง หันมาใส่ใจผลิตสื่อต่างๆที่สร้างสรรค์ ให้มากกว่านี้ ลดค่านิยมการใช้คำพูดหยาบคาย ค่านิยมการใช้กำลังซึ่งทำให้ดูเป็นเรื่องขบขัน ให้ความสำคัญต่อทุกชีวิตมากกว่านี้ สังคมไทยคงเป็นสังคมที่น่าอยู่ขึ้นอีกอักโข

.......

ตัวเลขความรุนแรงต่อเด็กและผู้หญิง คงไม่เป็นตัวเลขที่สูงขึ้นภายในไม่กี่ปี ถึง 228 เปอร์เซ็นต์

............

ข่าวหน้าหนึ่ง ข่าวข่มขืนเด็ก เด็กนักเรียนตีกัน ก็คงน่าจะห่างหายไปจากสังคมไทยสักที

****************************************************************

รับรู้เรื่องราวและสนับสนุนมูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็กได้ www.thaichildrights.org

โดย Rosefinchy

 

กลับไปที่ www.oknation.net