วันที่ เสาร์ มกราคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

แถกเพลงลูกทุ่งเดือนแห่งความรักควบคู่ตรุษจีน กับกวีซีไรท์ ''ไหมแท้ที่แม่ทอ''


ขอขอบคุณ nationchannel.com

อุ๋ย วรรณิการ์ เซ็นกลาง เยาวชนศิษย์เก่าโรงเรียนบ้านไผ่  ขอนแก่นผู้ขับร้องเพลงนี้


ขอขอบคุณคุณชมพูที่อุตส่าห์ส่งแถกเพลงลูกทุ่งมาให้
มองไปมองมาก็เลยคว้าบทกวีของ ไพวรินทร์ ขาวงาม
ที่มาใส่ทำนองเพลงลูกทุ่งจนโด่งดังได้รางวัลพระพิฆเนศตัวใหญ่
ไปอุ้มถ่วงน้ำหนักบาลานซ์ไว้ไม่ให้หลุดจากแถว

เพลง "ไหมแท้ที่แม่ทอ"
เป็นบทกวี ของกวีซีไรต์ ไพวรินทร์ ขาวงาม
ฉบับนี้ ร้องโดย  อุ๋ย  วรรณิการ์ เซ็นกลาง
จบชั้น ม. 6  ศิษย์เก่าโรงเรียนบ้านไผ่  ขอนแก่น
ทำนองโดย นิด  ลายสือ  ขอนแก่น
ก่อนฉบับรางวัล “เพชรในเพลง” ในปี 2552
ซึ่งร้องโดย  ต่าย  อรทัยและแต่งทำนองโดยครูสลา  คุณวุฒิ

ความรักของคนเรา ใช่ว่าจะมีแต่ความรักของเพื่อน ของคู่รัก เท่านั้น
ยังมีความรักของพ่อและแม่ผู้เลี้ยงดูเรามา
เมื่อได้ยินเสียงอันอ่อนหวานของน้องอุ๋ย “วรรณิการ์ เซ็นกลาง” แล้ว
อดนึกถึงความรักความผูกพันของแม่ที่มีต่อลูกๆไม่ได้   
รักใดเล่ารักแน่เท่าแม่รัก 
ผูกสมัครลูกมั่นมิหวั่นไหว 
ห่วงใดเล่าเท่าห่วงดังดวงใจ
ที่แม่ให้กับลูกอยู่ทุกครา
 

ในปี 2552 ไพวรินทร์ ขาวงามได้รับรางวัล ชนะเลิศ ประเภทผู้ประพันธ์คำร้องเพลงไทยลูกทุ่ง  และ ต่าย อรทัย ได้รับรางวัล ชมเชย ประเภทผู้ขับร้องเพลงไทยลูกทุ่งหญิง ในรายการ “เพชรในเพลง”  ของสำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์  กรมศิลปากร  กระทรวงวัฒนธรรม ในเวอร์ชั่นใหม่ แต่งทำนองโดย สลา คุณวุฒิ และ ไพวรินทร์ ขาวงาม เรียบเรียงโดย ธีระพงษ์ ศักดิ์แก้ว และต่าย อรทัย เป็นผู้ขับร้อง

ไหมแท้ที่แม่ทอ
รวมบทกวีชุด “ม้าก้านกล้วย” ของไพวรินทร์ ขาวงาม ปี พ.ศ. 2538

แม่ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมตั้งใจนัก          เรี่ยวแรงรักแม่ใช้เพื่อใฝ่ฝัน
อีกสาวไหมด้วยมือซื่อสัตย์นั้น             ทั้งทอมันละเมียดละไมใช้เวลา
สื่อวิญญาณผ่านมือสู่เส้นไหม             ถักเส้นใยแต่ละเส้นเป็นเนื้อผ้า
ตีนที่ใช้กระตุกกี่คือชีวา                       มือที่คว้ากระสวยวาดคือชีวิต
ผ้าขาวม้าผืนใหม่แม่ให้ลูก                  รักพันผูกทุกใยไหมวิจิตร
ใยไหมโยงใจแม่เนรมิต                       ไหมอุทิศ แม่ก็ทอ ต่อตำนาน
ลูกก็ถือผ้าทอที่แม่ให้                          เป็นเยื่อใยไหมและแม่ที่กล้าหาญ
ผ้าทั้งผืนมีชีวิตจิตวิญญาณ                ถักประสานสอดสร้างอย่างแยบยล
มือน้อยน้อยของแม่ดูแค่นี้                   เคยเคี่ยนตีลูกบ้างในบางหน
แต่มือเดียวกันนี้แหละสู้ทน                 ประคองลูกให้พ้นภยันตราย
แหละมือนี้ที่บันดาลงานชีวิต               มิเคยคิดค่าแรงแข่งซื้อขาย
ยังถักทอ ทรมาน์ยังท้าทาย                 ยังมั่นหมายผ้าไหมผืนใหม่มา
พร้อมทั้งสอนลูกสาวเจ้าศรีเรือน         อยู่เป็นเพื่อนแม่ทอปรารถนา
เพื่อสืบทอดแรงงานกาลเวลา             ก่อนมือแม่จะอ่อนล้าต้องลาพัก
และสอนเจ้าลูกชายให้ทระนง            รักแม่ก็ขอจงทำงานหนัก
ด้วยละเอียดอ่อนในเยื่อใยรัก             พลีชีวิตเพื่อถักและทอไท
สักวันหนึ่งถึงไม่มีชีวิตแม่                    ลูกที่แท้ก็คงทอสืบต่อได้
แม่ก็ทอ ลูกก็ทอ ต่อเส้นใย                  ผ้าชีวิตผืนใหม่ จะต้องงาม

ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสารศิลปวัฒนธรรม ปี ๒๕๓๒
ไพวรินทร์ แต่งตอนจากบ้านนอกไปอยู่เมืองหลวง
แต่งด้วยอารมณ์แบบปัญญาชนปนเพื่อชีวิต

อ่าน เรื่องราวของเขาได้ใน ผจญภัยกับ ต่าย อรทัย และ ไหมแท้ที่แม่ทอ
http://www.oknation.net/blog/paiwarinkhaongam/2009/08/18/entry-1
http://www.oknation.net/blog/paiwarinkhaongam/2009/08/20/entry-1
http://www.oknation.net/blog/paiwarinkhaongam/2009/08/27/entry-1


ไหมแท้ที่แม่ทอ ฉบับ ภาษาอังกฤษ
http://www.oknation.net/blog/paiwarinkhaongam/2009/08/05/entry-1

Real Silk from Mother’s Hand
Mother grows mulberry to feed worms,
Manaul  labour of dedication;
She draws silk threads in dreamlike forms
To weave the fabric of her creation.
Every  thread’s imbued with her spirit,
Maternal embroidery of each cloth;
Her foot repeats rhythm of heartbeat;
Her hand jerks the bobbin back and forth.
This new piece of shawl to me she gives
With  love loomed into every strand;
A life of motherly devotion she lives,
Links her heart to each shimmering band.
I hold up my shawl, mother’s gift,
Inter-woven of her precious silk,
Her brave soul and moral uplift,
With the blessing of mother’s milk.
I can clearly see her delicate hand
That she sometimes used to spank one;
Single-handedly she will withstand
Every danger to defend her son.
With this hand she builds lifeltime’s work,
With no recompense or relief,
Then sits at the loom round the clock
To labour on this silken kerchief.
She has trained her fair daughter
To obey the weaver’s behest
And follow her footsteps thereafter;
For mother’s weary hands must rest.
She taught her son to be proud:
If you love me, she says, ne’re relent,
Even if they put you in a shroud,
To fashion free men’s covenant.
One day surely I will be gone.
You, children, can continue to weave,
With mother’s silk and children’s yarn,
So the old cloth can turn a new leaf.

แปลโดย ม.ล. พีระพงศ์  เกษมศรี
อดีตราชเลขาธิการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
พิมพ์รวมเล่มครั้งแรก  ตุลาคม  2538
Banana  Tree  Horse  and  other  poems by B.  Kasemsri

ขอส่งแถกเพลงลูกทุ่งต่อให้ http://www.oknation.net/blog/michiru

โดย chronomist

 

กลับไปที่ www.oknation.net