วันที่ อาทิตย์ มกราคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

"มะม่วง" ประโยชน์เหลือเชื่อ


ช่วงนี้ก็ใกล้หน้า  "มะม่วง" แล้ว

--

เลยอยากขอตอกย้ำถึงคุณประโยชน์ของมะม่วงให้ทุกคนรับทราบกันลืมไว้บ้าง

--

เพราะขนาดผู้เขียนเองก็ทิ้งๆ ขว้าง มะม่วงหน้าบ้านอยู่ทุกปี แต่ปีนี้ไม่พลาดแน่

--

ก็ของเขาดีซะขนาดนี้~!!

--

ขอขอบคุณ stevents.most.go.th/index.php?option=com_docman...9 -


เอกสารประกอบการเสวนาเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ ครั้งที่ 3

--

ภายใต้โครงการ “ร้อยเรียงปัญญายืน สืบสานสู่ลูกหลาน”

--

เรื่อง “วิทยาศาสตร์กายภาพกับการฟื้นฟูสมรรถนะผู้สูงวัย”

ภญ.ดร. สุภาภรณ์ ปิติพร 1


ต้อนรับเทศกาลมะม่วง  ประโยชน์เหลือเชื่อ !

--

-

มะม่วงจัดว่าเป็นผลไม้เก่าแก่ชนิดหนึ่งของโลก

V

พูดได้ว่าในสมัยพุทธกาลก็มีคนรู้จักใช้ประโยชน์กันแล้ว

V

ความเก๋าเก่าแก่นี้ยังกระจายอยู่นอกเหนือชมพูทวีป จึงพบเห็นคน

V

จึงพบเห็นคนพื้นเมืองตามท้องถิ่นต่างๆ ของโลกที่รู้จักและมีพรรณพืชมะม่วงอยู่

V

V

ที่สำคัญ

V

v

ชาวบ้านพื้นถิ่นเหล่านี้เป็นที่สะสมองค์ความรู้ในการใช้มะม่วงเป็นทั้งยาและอาหาร 

V

บ้านเมืองของเราจากเหนือจรดใต้ก็นับว่าเรามีความร่ำรวยพันธุ์มะม่วงอย่างมาก

V

และยังมีความเชี่ยวชาญในการปรุงอาหารและรับประทานมะม่วงอย่างยิ่ง

V

เริ่มตั้งแต่ออกมาเป็นผลเราก็กินมะม่วงสด หรือแต่งเปรี้ยวเป็นยำต่างๆ 

V

มะม่วงน้ำปลาหวานพูดแล้วก็น้ำลายสอเชียว

V

ยังมีข้าวเหนียวมะม่วงที่ขึ้นชื่อลือชา

V

ส่วนมะม่วงกวน ส้มลิ้ม มะม่วงดอง มะม่วงแช่อิ่มหลากหลายรส

V

และยังสามารถแปรรูปได้อีกมากมายหลายวิธีเพื่อเก็บไว้กินทั้งปี  

V

นอกจากนี้ยอดอ่อนมะม่วงยังใช้เป็นผักแกล้มกับอาหารจำพวกลาบและยำ

V

ส่วนใบแก่ของมะม่วงใช้เป็นสีย้อมผ้าให้สีเหลือง

V

ในขณะที่เนื้อไม้ของมะม่วงยังใช้ทำเป็นเครื่องเรือนเครื่องใช้

V

หรือใช้ในการก่อสร้างได้ด้วย

V

V

V

การรับประทานมะม่วงเป็นผลไม้นั้น

V

มองในแง่อาหารก็ถือว่าเป็นหมู่อาหารจำพวกผักผลไม้

V

แต่มะม่วงในมุมของชาวบ้านทั่วโลกไม่ได้มองว่า มะม่วงเป็นอาหารหมู่หนึ่งเท่านั้น

V

เช่น ชาวอินเดีย เชื่อว่าการรับประทานมะม่วงจะช่วยในการขับถ่าย ช่วยขับปัสสาวะ

V

(ซึ่งหมายถึงการช่วยขับพิษได้ด้วย) ช่วยกระตุ้นกำหนัด ช่วยทำให้สดชื่น

V

เช่นเดียวกับชาวเซเนกัล เชื่อว่าการรับประทานมะม่วงจะทำให้สดชื่นมีชีวิตชีวา

V

ชาวปานามารับประทานมะม่วงสุกเป็นยาช่วยระบาย

V

รสชาติเปรี้ยวของมะม่วงยังมักจะนำไปจับคู่กับสาวๆ

V

ก็ต้องบอกว่ามะม่วงเหมาะกับสาวๆ จริงๆ  เพราะมะม่วงใช้เป็นเครื่องสำอางได้ดี

V

คุณสมบัติไม่แพ้เครื่องสำอางราคาแพงๆ  วิธีใช้ คือนำมะม่วงสุกพอกหน้าไว้เท่านั้น

V

หรือบางที่ก็นำไปปั่นให้เหลวเพื่อทาหน้าก็ได้ 

V

เพราะอะไรมะม่วงพันธุ์พืชโบราณเช่นนี้จึงบำรุงผิวได้ ?

V

คำตอบคือ มะม่วงมีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระจากการที่มีวิตามินซีอยู่สูง

V

ซึ่งมีมากกว่ามะนาวถึง 3 เท่า และยังมีคุณสมบัติ reducing glucids

V

ซึ่งจะทำให้ผิวหน้าเรียบลื่นนุ่มชุ่มชื้น ยังช่วยกำจัดเซลที่ตายแล้ว

V

จึงช่วยทำให้ผิวหน้าสดใส 

V

V

V

ในมะม่วงยังมีสารจำพวกน้ำตาลร่วมกับพวกอมิโนแอซิด

V

ที่จะช่วยคงความชุ่มชื้นไว้ที่ชั้นของผิวหนัง

V

วิตามินเอและซีในมะม่วงยังช่วยกำจัดเซลที่ตายแล้ว

V

และทำให้ผิวหน้าคงสภาพความอ่อนเยาว์  ลบรอยเหี่ยวย่นได้ดี  

V

V

ถ้าอยากสวยง่ายๆ

V

V

ก็แค่เอามะม่วงสุกสักผลปั่นนำมาพอหน้า พอกเป็นประจำสัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง

V

จะเป็นการรักษาผิวหน้าให้คงความงามอยู่ตลอดไป

V

สูตรนี้ไม่มีการโฆษณาเกินว่าหน้าเด้ง แต่พูดได้ว่าช่วยบำรุงผิวหน้าได้จริงๆ

V

V

V

ในด้านยารักษาโรค

V

ชนพื้นเมืองของประเทศต่างๆ มีการใช้ส่วนอื่นๆ ของมะม่วงเป็นยาสมุนไพร

V

คือ ใบมะม่วงใช้ต้มกินเป็นยาลดความดันโลหิต

V

ใช้เคี้ยวใบสดๆรักษาโรคทางเหงือกและฟัน

V

น้ำคั้นสดรักษาอาการอักเสบ ใช้ต้มกินรักษาโรคหลอดลมอักเสบ

V

รักษาเบาหวาน ปวดฟัน แก้บิด แก้หอบหืด 

V

ใช้ต้มน้ำล้างแผลเพื่อฆ่าเชื้อและทำให้แผลหายเร็ว

V

เปลือกต้นมะม่วง ใช้ต้มรักษาอาการท้องร่วง แก้บิด แก้ปวดฟัน 

V

รักษาโรคตับ รักษาเบาหวาน รักษาริดสีดวงทวาร  แก้แผลในปาก

V

อมบ้วนปากแก้ปัญหาทางเหงือกและฟัน ป้องกันฟันผุ การติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ

V

V

V

การที่คนพื้นเมืองเหล่านั้นใช้ประโยชน์ของมะม่วงอย่างหลากหลาย

V

สะท้อนความเป็นผลไม้เก่าแก่พันธุ์หนึ่งของโลกได้เป็นอย่างดี

V

และเป็นที่น่าสนใจคือมีการศึกษาวิจัยตามการใช้ของคนพื้นเมืองเหล่านั้น

V

พบว่าทั้งใบและเปลือกมะม่วงมีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้

V

ทั้งแบคทีเรียที่ทำให้เกิดการติดเชื้อในแผลและในช่องปาก

V

น้ำต้มจากใบมะม่วงแสดงฤทธิ์ลดน้ำตาลในกระต่ายทดลอง

V

น้ำต้มจากเปลือกมะม่วงแสดงฤทธิ์ในการคลายกล้ามเนื้อเรียบ เป็นต้น

V

V

V

แต่การศึกษาวิจัยก็ยังไม่กว้างขวางครอบคลุมนัก

V

ยังรอนักวิชาการเดินตามค้นหาความลับของผลไม้โบราณต้นนี้ต่อไป

V

แต่เราคงไม่ต้องหยุดกินหยุดใช้เพื่อรอผลการศึกษาเหล่านี้

V

เพราะมะม่วงเป็นผลไม้ที่มีคุณค่าเป็นทั้งยา อาหาร เครื่องใช้ได้อย่างครบครัน 


1 หัวหน้ากลุ่มงานเภสัชกรรม โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร์

สุกานดา ปานเพชร/ผู้ copy มาอีกที

 

 

 

 

 

 

 

 

โดย narakna_um

 

กลับไปที่ www.oknation.net