วันที่ จันทร์ กุมภาพันธ์ 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

วันแรกของการวิ่ง


เย็นของวันจันทร์   ผมรอเวลาเลิกงานอย่างใจจดใจจ่อ  เหมือนเด็กได้ของเล่นใหม่  ล้วงกระเป๋ากางเกงมาดูเวลาจากมือถือหลายรอบ 

แต่เวลาเจ้ากรรมกลับเดินเชื่องช้าราวกับทาก  

สามโมงเย็น  เด็กเลิกเรียน  สั่งให้ทำเวรในห้องเรียนให้เรียบร้อย  เด็กพวกนั้น  ถือกระเป๋าได้ก็วิ่ง 

รีบไปเล่น  ที่กองทราย 

ผมเองก็ไม่ฟังอะไรทั้งนั้นเช่นกัน  เดินออกมาจากห้องไม่กี่ก้าว  ครูสงกรานต์โทรศัพท์มาหา

"ประชุม"

เวรซ้ำกรรมซัด  ผมไปนั่งใจเลื่อนลอยอยู่ในห้องประชุมอีกเกือบชั่วโมง   เพื่อนร่วมงานเถียงกันหน้าดำหน้าแดง  ผมไม่มีอารมณ์ร่วมแม้แต่น้อย  อยากให้เลิกประชุมไวๆ   พอซักทีเถอะพ่อคู๊น ....

วินาทีที่ครูแมวบอกเลิกประชุม   ผมถือกระเป๋าย่ามคล้องไหล่  กำลังจะเดินออกจากห้อง  ครูน้อยยกมือบอกว่ายังเหลืออีกเรื่อง

เฮ้อ...ครูน้อย  เฮ้อ...

ผมซื้อหนังสือเล่มนี้เมื่อวันเสาร์   เล็งไว้นานแล้ว  คุยกับเพื่อนคุยกับพี่หลายคน  ยังไม่มีใครซื้อ  วันนั้นเงินมีอยู่ในกระเป๋า  ซื้อเล่มนี้หนึ่งเล่ม  กับช่อการะเกดฉบับรับเชิญ  ๕๑  ซื้อหญิงไทยฉบับกุมภา ๕๓  สกุลไทย สัปดาห์นี้ด้วยอีกเล่ม 

เรื่องสั้นของผมลงทั้งสองเล่มนั้น

ซื้อหนังสือทำเบเกอรี่ให้แฟนผม  อีกสองเล่ม

เวลาที่เงินมันจะออกจากกระเป๋าเราช่างง่ายดายเหลือเกิน 

นอนอ่านหนังสือเล่มนี้คืนเดียว  วางไม่ลง   อ่านไปร้อยกว่าหน้าเมื่อคืนวันเสาร์ 

สิ่งที่ผมคิดจะทำทันทีเมื่อถึงดอยก็คือ  ผมจะออกวิ่ง

หนังสือเล่มนั้นชื่อว่า   เกร็ดความคิด  บนก้าววิ่ง   ผู้เขียนชื่อ  ฮารูกิ มุราคามิ

รองเท้านันยางคู่เก่า   กางเกงขาสั้น  เสื้อแดง   ผมวิ่งเหยาะออกจากบ้านพัก  เด็กนักเรียนในปกครองของผม ๒ คนพากันชี้มือมาทางผมแล้วก็หัวเราะ  บอยกับปือปือ  วิ่งมาหาผม  

"ครูจะเล่นฟุตบอลกับเราเหรอครับ"

ผมพยักหน้า  เด็กพากันดีใจ  แล้วก็บอกว่าจะขออยู่ฝ่ายผม 

ฝ่ายตรงข้ามมีเด็กมัธยมคนหนึ่งกับเด็กปอหกอีกคน  ฝ่ายผมมีห้าคน  เด็กปอสามสี่คน  ปอหนึ่งหนึ่งคน  แล้วก็ผู้ใหญ่ลงพุงอีกคน

ไม่ถึงสิบนาที  ผมก็ลิ้นจุกปาก  หายใจแทบไม่ทัน  โบกมือลาพวกเขา  เดินช้าๆออกไปจากโรงเรียน

จุดหมายในการวิ่งวันนี้   ผมจะไปที่ไร่ที่ผมซื้อเอาไว้   น่าจะประมาณสามกิโลเมตร 

ช่วงแรกนี้ผมขอเดินไปก่อน  ในมือมีของฝากพี่โดม  ลวดดัดเป็นรูปสามล้อ  แล้วก็มีกระถางต้นไม้เล็กๆวางอยู่บนนั้น 

พี่โดมกำลังปลูกต้นไม้   นั่งคุยกันสักพัก  ผมก็ขอตัว พี่โดมบอกว่า   "ฟิตน่าดู" 

เดินลงบ้านพี่โดมแล้วผมก็เลี้ยวซ้าย  วิ่งเหยาะไปตามถนน   ข้างหน้าผู้จัดการธกส.สาขาวาวี  กำลังเดินกลับ  คงไปวิ่งมาเช่นกัน  ผมยกมือไหว้  ขณะอยู่กันคนละฟากถนนแกทักทายว่า

"มาวิ่งบ่อยไหม"

"วันแรกของผมครับ"

แกยิ้ม  "ดีๆ ๆ  ออกกำลังกายดี ๆๆ"

ผมวิ่งเหยาะๆของผมต่อไป   ผ่านโค้ง   อีกสามร้อยเมตรจะออกจากเขตหมู่บ้าน  ซ้ายมือ  บ้านพี่พรสาวรุ่นพี่

"มาๆๆๆครูดำ มาๆๆๆ"

ผมโบกมือขอตัว   วงเหล้าวงแรกของวันนี้  

ทางขวามือ  ลุงรัตน์กวักมือเรียกอีก   "มาๆๆๆครูดำมา"

สองอุปสรรคของวันแรกในการวิ่ง   โผล่มาให้เห็นและแน่นอนว่า  นี่จะเป็นทางที่ผมจะวิ่งทุกวัน  

ยังไม่รู้ว่าผมจะใจอ่อนวันไหน..

ผมไม่เคยเหนื่อยแบบนี้มานานมากแล้ว   ส้นเท้า  หัวเข่า  ท้องน้อย  พากันประท้วงผม  ยกขาแทบจะไม่ขึ้น  วิ่งได้สองร้อยเมตร   น่องตึงไปหมด   เดินแล้วก็กดท้องน้อยทางขวามือที่เริ่มจุก  ยกเท้าที่ละก้าวอย่างเชื่องช้า 

พอหายเหนื่อย  ผมก็วิ่งต่อไปข้างหน้า  ไม่เกินร้อยเมตร  อาการจุก  ตึง  ก็เล่นงานผมอีกครา  ปลอบตัวเองว่า  อีกไม่นานก็จะถึงแล้ว 

นานมากแล้วที่ผมไม่ได้วิ่ง  ผมยังจำตอนที่วิ่งบ่อยๆได้  ความรู้สึกที่ว่าพละกำลังอยู่ตัว  ทำอะไรไม่เหนื่อยง่าย  วิ่งได้นานขึ้น  หายใจไม่หอบ 

นั่นมันนานมากแล้ว  ตั้งแต่ผมอายุสิบแปดสิบเก้าแล้วมั้ง

ตอนนี้ผมสามสิบห้า  ทำอะไรก็เหนื่อย  ไม่ไหว...

ถึงบ้านวันนี้เกือบหนึ่งทุ่ม  ผมออกกำลังเกือบสองชั่วโมง  ระยะทางของวันแรกในการวิ่ง  น่าจะห้ากิโลเมตรได้  ทั้งเดินทั้งวิ่ง   ส่วนใหญ่จะเป็นอย่างแรกมากกว่า

ขอบคุณมุราคามิ   ที่ทำให้ผมอยากจะวิ่งอีกครั้ง

*****************************

What  I Talk About When I Talk About  Running เกร็ดความคิด บนก้าววิ่ง 

ฮารูกิ  มูราคามิ  เขียน  นพดล  เวชสวัสดิ์  แปล  สนพ.กำมะหยี่  ๑๙๐  บาท

โดย แก้มหอม

 

กลับไปที่ www.oknation.net