วันที่ พฤหัสบดี กุมภาพันธ์ 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

สี่วันเข้าไปแล้ว..บันทึกไร้สาระ


นานมาแล้ว   ผมเคยได้ฉายาว่ามือวางอันดับหนึ่ง  แน่ใจได้เลยว่าในสาขาที่ไม่น่าภาคภูมิใจนัก

เรื่องนี้เพื่อนของผมเล่าให้ฟัง  ผมเก็บความภูมิใจนั้นไว้คนเดียวมานาน  เพิ่งมาเปิดเผยวันนี้ 

กีฬาที่ผมได้รับเกียรติให้เป็นมือวางอันดับหนึ่งในโรงเรียนก็คือเรื่อง   ดื่มเหล้า

น่าปลาบปลื้มไม่น้อย   เพื่อนบอกว่า  โทรไปบอกพ่อกับแม่ที่บ้านหรือเปล่า   ท่านคงดีใจกับมึงนะ...ดูมันพูดเข้า 

เรื่องอย่างนี้   ไม่ต้องโทรไปบอกหรอก  แม่ผมรู้สันดานผมดี...

ผ่านไปหลายปี   โรงเรียนบนดอยมีสีสันที่ไม่เหมือนโรงเรียนข้างล่าง  มีครูย้ายเข้าย้ายออกบ่อย  เพื่อนร่วมงานเปลี่ยนหน้าเปลี่ยนตา   สีสันพลันบังเกิด...

ครูบรรจุใหม่เป็นครูสาว   น้องๆเขาเพิ่งจบออกมา   ฝุ่นไคลยังไม่เกาะกุม   หน้าใสปิ๊ง  น่ารักน่าทำงานอยู่ใกล้ๆ   พวกนี้สองสามปีจะเริ่มแก่   ยิ่งมีแฟนมีผัวยิ่งแก่เร็ว    พอเริ่มแก่(ในสายตาเรา)  ครูเริ่มแก่เหล่านี้ก็จะทำเรื่องขอย้ายลงไปข้างล่าง  เปิดโอกาสให้ครูบรรจุใหม่  ใสปิ๊งอีกรุ่น  ขึ้นมาต่อเป็นวัฏจักร  

ที่ทำงานมีสีสันแบบนี้จะหาที่ไหนได้อีก 

คนก็หาว่าผมดักดานอยู่บนดอยอย่างนี้เพราะมีเหตุผลดังกล่าวมา  ผมแค่อยู่ที่นี่แปดปีเอง   ไมได้มีเหตุผลซ่อนเร้นแอบแฝงอย่างนั้นแม้แม้แต่น้อยนิด

สาบานได้   ให้ฟ้าฝ่าเพื่อนผมสิเอ้า...

ชีวิตผ่านไปอย่างนั้น   เรามีผู้คนผู้ร่วมงาน  ผู้คนที่เข้ามาในชีวิตแล้วก็หายไป  หายเข้าไปในฉากแล้วไม่ยอมโผล่ออกมาอีก  มีเพียงเราที่เล่นอยู่หน้าเวทีอยู่ที่เดิม หมุนเวียนด้วยตัวละครตัวใหม่ๆ 

ที่น่าเศร้า   เราหลงลืมไปว่าบนเวทีมีกระจกอยู่บานหนึ่ง 

วันคืนผ่านไป   ทิ้งไว้เพียงรอยขีดติดผนัง  รอยแล้วรอยเล่า  รู้ตัวอีกครั้ง  นี่ผมสามสิบห้าแล้วหรือนี่

ไม่กี่ปีผมก็จะแก่ 

ไม่กี่ปีผมก็จะตาย 

ไม่เกินเลยไปกว่านี้  ดักรอผมอยู่เบื้องหน้า   ไม่วันนี้ก็วันพรุ่ง  ไม่รู้ด้วยว่าวันใด

นึกแล้วใจหาย

วันนี้ผมยังมีแรงออกไปวิ่งเหมือนทุกวัน   สี่วันเข้าไปแล้ว  กล้ามเนื้อขาปวดระบม   คงเป็นทัณฑ์ทรมานอย่างที่มุราคามิว่า   ไม่มีใครผลักไสให้ผมออกวิ่ง  มีแต่แรงขับจากภายในของผมเอง 

ไม่มีทางหลีกหนีพ้น  น่องตึง  ต้นขาปวดระบม  ข้อเท้าเกร็ง  จุกเสียดท้องน้อย  เหนื่อยจนยกขาไม่ขึ้น   ฝืนทนก้าวไปทีละก้าว  ทีละก้าว 

ไม่ใช่ข้อความที่ผมเคยอ่านจากหนังสือเล่มใด   แต่คือประสบการณ์ล้วนๆที่แลกมาด้วยเวลาหนึ่งในชีวิต   รู้สึกจริงอย่างนั้น   เจ็บปวดจริงอย่างนั้น

แต่เวลาที่ความปวดหายไป  ผมเกิดความสุขอย่างประหลาด  คงเป็นอย่างที่พี่โดมว่า  วิ่งแล้วจะติด

ตกเย็นเฝ้ารอเวลาเพื่อจะออกไปปวดระบม  น่องเกร็ง  ยกเท้าทีละก้าวแทบไม่ขึ้น  แต่ผมก็ยังไป

เป็นทัณฑ์ทรมานที่แลกมาด้วยความสุข

สี่วันเข้าไปแล้ว....

โดย แก้มหอม

 

กลับไปที่ www.oknation.net