วันที่ พฤหัสบดี กุมภาพันธ์ 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ปรัชญาป่า


2 พฤษภาคม 2549 เจ็ดคด โป่งก้อนเส้า

เมื่อไม่นานมานี้ได้มีโอกาสได้เข้าป่าที่คุ้นเคย...ที่เรียกว่าคุ้นเคยก็เพราะเป็นที่ที่ ไปค้างอ้างแรมบ่อยที่สุด สาเหตุก็เพราะมีอะไรติดค้างในใจ ให้ต้องออกไปชำระสะสาง และในครั้งนี้ได้พาคนที่มีอิทธิพลต่อจิตใจเข้าป่าไปด้วย 4-5 คน จึงถือว่าเราเองเป็นเจ้าบ้าน

เส้นทางเดินป่า...เส้นนี้ เป็นการเดินเท้าเพื่อสัมผัสน้ำตกอย่างใกล้ชิดที่สุด คือต้องเดินตามลำธาร หรือสายน้ำตกไปตลอด การเดินทางต้องปีนป่าย ข้ามลำห้วยซึ่งเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่พ้น จึงมีบางครั้งที่มีการลื่นไถล หกล้ม สะดุด ชนนู่น นี่บ้าง จนบางครั้ง เจ้าบ้านเองก็แอบรู้สึกผิดอยู่ในใจคนเดียว เกรงว่าจะพามาลำบากกันเกินไปรึเปล่า

แต่สิ่งหนึ่งที่สามารถเก็บเกี่ยวไปได้จากการเดินป่าครั้งนี้ก็คือ บทเรียนที่มีค่าที่ป่าสอนให้มนุษย์ทุกผู้คนที่เข้าไปสัมผัส และเรียนรู้ ตามแต่จะสามารถเล่าเรียนเก็บเกี่ยวไปได้

ก้อนหินแต่ละก้อนที่เราเห็นว่าก้อนใหญ่ มั่นคง แข็งแรง ให้เราป่ายปีนขึ้นไปโดยไม่ระวัง บางทีบางครั้งก็ทำให้เราหกล้มเจ็บตัวลงได้

ก้อนหินแม้เพียงก้อนเล็กๆที่เราเหยียบย่ำลงไปเพื่อเดินไปข้างหน้า กลับเป็นอุปสรรคสำคัญที่พลิกให้เราหกล้มข้อเท้าแพลงก่อนไปถึงจุดหมาย

กิ่งไม้ เถาวัลย์ ที่เราห้อยโหน ที่ช่วยให้เราดึงตัวให้ก้าวขึ้นไป กลับเป็นสิ่งที่อาจทำอันตรายร้ายแรงให้แก่ชีวิต หากไม่ได้ให้ความระมัดระวังพอ

เพราะฉะนั้น การก้าวเดินแต่ละย่างก้าวในป่า จึงต้องใช้สมาธิ ใช้ความระมัดระวัง บางครั้งแต่ละก้าวก็ต้องมีการลองถูกลองผิด บางคราวถึงกับยอมคารวะให้กับสิ่งเล็กๆ เพียงเพื่อให้เราก้าวข้ามผ่านไป เฉกเช่นเดียวกับทางเดินของชีวิต

นั่นอาจเป็นอีกเหตุผลหนึ่ง ที่ทำให้ต้องเข้าไปสัมผัสใกล้ชิดกับป่าอยู่บ่อยครั้ง..บางคราว ต้องชำระความหมองหม่นจิตใจกันทั้งคืน..ป่ากลางคืน ก็ให้บทเรียนทางจิตวิญญาณ ที่สำคัญให้เราเข้าถึงตัวเองได้ง่ายที่สุด

การอธิบาย สำหรับผู้ที่ไม่มีประสบการณ์ตรงก็คงยากเกินกว่าจะเข้าใจ หากมีเวลาลองเข้าไปสัมผัสกับครูธรรมชาติ มารดาของสรรพสิ่ง อาจทำให้ผู้ที่มีอะไรติดค้างในใจได้พบหนทางที่กระจ่างขึ้น

ด้วยดวงใจคารวะ
.
.

โดย Wachi

 

กลับไปที่ www.oknation.net