วันที่ เสาร์ กุมภาพันธ์ 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ขุนพลแคนแห่งแดนสยาม มารับตอบ TAG ทุ่งกันให้มันส์ไปเลย


ขอบคุณ คุณอะหนึ่งมากที่ส่ง tag มาให้เรา รู้สึกตื่นเต้นมากเพราะรู้เรื่องเพลงลูกทุ่งน้อยมาก ดังนั้นจึงขอส่ง tag ตอบคุณอะหนื่งด้วยเพลง "บ่เป็นหยังดอก" ขับร้อง โดย สมัย อ่อนวงศ์ ผู้ได้รับฉายาว่า “ขุนพลแคนแดนสยาม ชาวโซ่งผู้โด่งดัง”

ประวัติชีวิตและผลงานของสมัย อ่อนวงศ์

ประวัติ

เกิดที่บ้านเลขที่ 23/1 หมู่ที่ 4 ตำบลทับคาง อำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี เมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2474 เป็นบุตรคนที่ 3 ของนายจุม นางทอง อ่อนวงศ์ มีพี่น้องทั้งหมด 4 คน เป็นชาย 3 คน หญิง 1 คน คุณพ่อ คุณแม่ของนายสมัยเสียชีวิตตั้งแต่นายสมัยยังเด็กอยู่ คุณตา และคุณยาย เป็นผู้ส่งเสียเลี้ยงดู สืบมา

การศึกษา

เรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จากโรงเรียนวัดทับคาง ชั้นมัธยมศึกษา จบเพียงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 จากโรงเรียนเขาย้อยวิทยา เนื่องจากทางฐานะทางบ้านยากจนจึงต้องออกจากโรงเรียนมาช่วยทางบ้านทำนา เมื่ออายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ได้อุปสมบท ณ วัดเทพประชุมนิมิต (วัดทับคาง) ได้ศึกษาเล่าเรียนพระธรรมวินัยท่องบทสวดมนต์ภาวนาและเทศน์สอนประชาชนจน กระทั่งลาสิกขา

การสมรส

ได้สมรสกับคุณรวม อ่อนวงศ์ มีบุตรและธิดาด้วยกัน 5 คน ถึงแก่กรรม เมื่อวันศุกร์ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2539 เวลา 22.30 น. ณ โรงพยาบาลพระจอมเกล้าจังหวัดเพชรบุรี รวมสิริอายุ 65 ปี 1 เดือน 14 วัน

ผลงานด้านต่างๆ

เป็นคนแรกที่คิดริเริ่มตัดแคนเป็นคีย์ต่างๆ ให้เข้ากับเสียงดนตรีสากล ทำให้ดนตรีอีสานมีการพัฒนาจนกระทั่งปัจจุบันนี้ นายสมัย อ่อนวงศ์ มีนิสัยชอบดนตรีไทยและเพลงพื้นบ้านประเภทหมอลำอย่างยิ่ง ยามว่างจึงไปหัดเล่นดนตรีไทยประเภท จะเข้ ขลุ่ย แคน จนมีความสามารถและหัดร้องกลอนรำ หรือที่เรียกว่า “ หมอลำกลอน” จากอาจารย์เสี้ยว เสือแป้น ซึ่งเป็นหมอลำชื่อดังของเมืองไทย จนชำนาญสามารถออกงานแสดงได้

พ.ศ. 2500 โรงเรียนอิสระนุกูล บางรัก กรุงเทพฯ โดยอาจารย์จุรินทร์ ล่ำขำ ได้จัดให้มีการประกวดดนตรีไทยเดิมหลายประเภท เช่น ซอ ขลุ่ย จะเข้ แคน เพื่อเป็นการโชว์ผลงานให้ชาวสิงคโปร์ มลายู ได้ชมจำนวนหลายร้อยคน ปรากฏว่า สมัย อ่อนวงศ์ ได้รับรางวัลชนะเลิศประเภทแคน ทำให้มีกำลังใจพัฒนาดนตรีประเภทแคนไทยให้ได้รับความนิยมมากขึ้น และได้พัฒนาวงดนตรีแคนประยุกต์แบบมาตรฐานขึ้นมาอีก ตั้งชื่อวงดนตรี “สมัยศิลปิน”

พ.ศ.2503 เนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถเสด็จนิวัตประเทศไทย คราวเมื่อเสด็จประพาสยุโรป ได้มีการจัดงานเฉลิมฉลองพระเกียติยศครั้งยิ่งใหญ่ในกรุงเทพฯ สมัย อ่อนวงศ์ ได้ถือเอาฤกษ์เอาชัย เปิดวงดนตรีชุมนุมศิลปินและเปิดทำการแสดงที่วงเวียนใหญ่ 3 คืน โดยมีผู้คนให้ความสนใจเข้าชมอย่างล้นหลาม

พ.ศ.2508 สมัย อ่อนวงศ์ ได้พยายามคิดค้นวิธีการประยุกต์แคนไทยให้เป็นแคนไฟฟ้าตลอดมา เพื่อให้สามารถอวดสายตาชาวโลกได้ จนในที่สุดก็ประสบความสำเร็จและสามารถรวบรวมเป็นวงดนตรีแคนประยุกต์ไฟฟ้า ได้เปิดทำการแสดงครั้งแรกที่สถานีวิทยุ ป.ช.ส. 7 ใต้สะพานพุทธยอดฟ้าฝั่งธนบุรี และได้รับความนิยมมากมายจากประชาชน

พ.ศ.2509 ได้บันทึกแผ่นเสียงครั้งแรก ชื่อเพลง “ แคนสวาท” ผลงานของอาจารย์ไพบูลย์ บุตรขัน ณ ห้องบันทึกแผ่นเสียงศรีกรุง และ อีกหลายสิบเพลงต่อมา 

พ.ศ.2513 ได้รับเชิญจาก มร.โคโขมิยาโขโน ประธานยุวเยาวชน(เจธี) แห่งประเทศญี่ปุ่น ได้เชิญ สมัย อ่อนวงศ์ ในฐานะแชมป์แคนแห่งประเทศไทยให้ไปโชว์ ณ เมืองโอซากา และโตเกียว ทางสถานีโทรทัศน์โมนิจิ และเอ็นเอสเค เป็นเวลาถึง 30 วัน ซึ่งนายสมัย อ่อนวงศ์ ได้แสดงโชว์ที่สถานีโทรทัศน์ทั้ง 2 แห่ง 4 ครั้ง ได้รับความนิยมมากมายจากชาวญี่ปุ่น จนได้รับรางวัลเป็นหมวก “ ยอดขุนพล” ซึ่งจะมอบให้แก่บุคคลผู้สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น เมื่อกลับมาเมืองไทย จึงได้รับสมญานามว่า “ ยอดขุนพลแคนแดนสยาม” ในปีเดียวกันได้รับเชิญจากท้าวอุ่นชนะนิกร นายกรัฐมนตรีของประเทศลาว และอธิบดีกรมตำรวจ คุณสุวรรณ พรหมภักดี ของประเทศลาวให้ สมัย อ่อนวงศ์ นำวงดนตรีไปแสดงเพื่อหาเงินช่วยผู้ประสบภัยสงคราม และช่วยเหลือการกุศลหลายครั้ง

พ.ศ.2513 เดินทางไปกล่อมขวัญทหารไทย ในสาธารณรัฐเวียดนามและประเทศลาว ได้รับเหรียญเสรีชน จาก พลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ หลายครั้ง

พ.ศ. 2514 ได้รับเชิญ จากนายเกรียงศักดิ์ ศรีสนั่น ตัวแทนนักเรียนไทยในประเทศเยอรมันให้ไปโชว์ “แคนไทย” ใน 6 ประเทศ ในทวีปยุโรป คือ เยอรมัน ฝรั่งเศส อิตาลี เบลเยี่ยม สวิตเซอร์แลนด์ อังกฤษ เป็นเวลา 30 วัน ได้รับความนิยมอย่างมาก และได้เขียนคอลัมภ์ “ท่องยุโรปกับแคนไทย” ลงในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ให้คนไทยทั้งในประเทศได้อ่านอยู่หลายสิบวัน

พ.ศ.2513-2525 สมัย อ่อนวงศ์ ร่วมมือกับครูกานต์ การุณวงศ์ พัฒนาวงดนตรี สมัย อ่อนวงค์ ให้ทันสมัยมากขึ้นรับนักร้องร่วมวงดนตรีมากมายร่วมร้อยคน ที่ได้รับชื่อเสียงก็มี ดำ แดนสุพรรณ (เสียชีวิตแล้ว) พรชัย สร้อยเพชร (เสียชีวิตแล้ว) ผลงานด้านเพลง สมัย อ่อนวงศ์ ได้บันทึกแผ่นเสียง บทเพลงของครูไพบูลย์ บุตรขัน , ครูกาน การุณวงศ์ , ครูประเทือง บุญญประพันธ์, ครูณรงค์ โกษาผล ,ครู ช. คำชะอี , ครูมงคล อมาตยกุล มากมายกว่า 100 เพลง ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด คือ เพลง “ บ่เป็นหยังดอก” , “ปืนบ่มีลูก” ของครูกานต์ การุณวงศ์ “ เสียงพิณเสียงแคน” ของครุ ณรงค์ โกษาผล “แม่ศรีไพร” ของครูไพบูลย์ บุตรขัน “สาวหวึ่ง” ของครูสวาท ศรีอุดร เป็นต้น

 

พ.ศ. 2526 ได้รับเชิญจากหนังสือพิมพ์เสรีชน ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ลอสแองเจอลิส สหรัฐอเมริกา จัดวงดนตรีคณะหมอลำแคนประยุกต์ สมัย อ่อนวงค์ ไปแสดงโชว์ใน 36 รัฐ 42 เมือง เป็นเวลา 3 เดือน ได้รับความนิยมจากคนไทยและคนลาวที่อยู่ในสหรัฐมาก และต่อมาก็ได้เดินทางไปแสดงในสหรัฐอเมริกาอีกหลายครั้ง

พ.ศ. 2527 ได้รับเชิญจากคุณสรศักดิ์ ดวงรัตน์ ผู้อำนวยการหนังสือพิมพ์ ไทยออส ประเทศออสเตรเลีย ให้ไปโชว์แคนไทยในเมืองชิดนีย์ เมืองแคนเบอร์รา เมืองวูลองกอง เมืองเมลเบอร์ หาเงินช่วยวัดไทยในออสเตรเลีย และสมาคมไทย-ลาว ในออสเตรเลีย อีกจำนวนมาก

[ที่มา] หนังสือพิมพ์เพชรภูมิ ปีที่ 27 ฉบับที่ 641 วันจันทร์ที่ 16 เมษายน 2550 หน้า 16

ต้องขอยกย่องและนับถือคุณ สมัย อ่อนวงศ์ มาก เพราะเป็นผู้บุกเบิกการนำแคน มาใช้เป็นเครื่องดนตรีเพลงลูกทุ่งและ คิดค้นวิธีการประยุกต์แคนไทยให้เป็นแคนไฟฟ้า ได้สำเร็จในปี พ.ศ. 2508

สมัย อ่อนวงศ์ มีผลงานบันทึกแผ่นเสียงครั้งแรก เพลง “แคนสวาท” ประพันธ์โดยครูไพบูลย์ บุตรขัน ต่อมาได้ร่วมกันก่อตั้งวงดนตรี "สมัย อ่อนวงศ์" ร่วมกับครูกานท์ การุณวงศ์ ซึ่งเป็นเพื่อนสนิท ได้บันทึกแผ่นเสียงเพลงของครูเพลงชื่อดังมากกว่า 100 เพลง เช่นเพลงของไพบูลย์ บุตรขัน, กานท์ การุณวงศ์, ประเทือง บุญญประพันธ์, ณรงค์ โกษาผล , ช. คำชะอี, มงคล อมาตยกุล นักร้องในวงที่มีชื่อเสียง เช่น ดำ แดนสุพรรณ พรชัย สร้อยเพชร ผลงานเพลงที่มีชื่อเสียง เช่น "บ่เป็นหยังดอก" และ "ปืนบ่มีลูก" (แต่งโดย กานท์ การุณวงศ์) "เสียงพิณเสียงแคน" (แต่งโดย ณรงค์ โกษาผล) "แม่ศรีไพร" (แต่งโดย ไพบูลย์ บุตรขัน) "สาวหวึ่ง" (แต่งโดย ูสวาท ศรีอุดร)

เนื้อเพลง "บ่เป็นหยังดอก"

....บ่ บ่เป็นหยังดอก
....บ่ บ่เป็นหยังดอก
....ดนตรี.....
บ่ บ่เป็นหยังดอก
บ่ บ่เป็นหยังดอก
บ่มีเนื้อเย็นเฮาบ่เป็นอันหยัง
ถ้าบ่มีสตางค์ซิมันยิ้มบ่ออก
อดความรักบ่ตาย
บ่ร้าย เหมือนดังอดข้าว
มีข้าวสารมีถ่านมีเตา
ใครนินทาด่าว่าหมู่เฮา
เขาบ่สงสารเรา
ก็บ่เป็นหยังดอก
บ่ บ่เป็นหยังดอก
บ่ บ่เป็นหยังดอก
บีมีเก๋งนั่งรถหยังก็บ่มี
สองขายังดีก็สิเดินได้ดอก
เดินย่ำต๊อกบ่ตาย
บ่ร้าย เหมือนนอนตากยุง
มีที่นอนมีหมอนมีมุ้ง
มีผ้าห่มกันลมกันยุง
บ่ได้ควงสาวกรุง
ก็บ่เป็นหยังดอก
บ่ บ่เป็นหยังดอก
บ่ บ่เป็นหยังดอก
บ่ได้พักร้อน
บ่ได้นอนบางแสน
บ่มีคนหนุนแขน
พูดเย้าพูดหยอก
จนรู้จักเจียมตัว
บ่กลัวแค่อากาศร้อน
บ่ต้องมัวหาตัวอ่อนๆ
เฮาคนจนบ่เป็นคนขี้ร้อน
บ่ได้มองขาอ่อน
ก็บ่เป็นหยังดอก
บ่ บ่เป็นหยังดอก
บ่ บ่เป็นหยังดอก
บีมีเก๋งนั่งรถหยังก็บ่มี
สองขายังดีก็สิเดินได้ดอก
เดินย่ำต๊อกบ่ตาย
บ่ร้าย เหมือนนอนตากยุง
มีที่นอนมีหมอนมีมุ้ง
มีผ้าห่มกันลมกันยุง
บ่ได้ควงสาวกรุง
ก็บ่เป็นหยังดอก
บ่ บ่เป็นหยังดอก
บ่ บ่เป็นหยังดอก
บ่ได้พักร้อน
บ่ได้นอนบางแสน
บ่มีคนหนุนแขน
พูดเย้าพูดหยอก
จนรู้จักเจียมตัว
บ่กลัว แค่อากาศร้อน
บ่ต้องมัวหาตัวอ่อนๆ
เฮาคนจนบ่เป็นคนขี้ร้อน
บ่ได้มองขาอ่อน
ก็บ่เป็นหยังดอก
บ่ บ่เป็นหยังดอก
บ่ บ่เป็นหยังดอก
บ่ บ่เป็นหยังดอก

ขอให้เพื่อนๆใน oknation ทุกๆคนมีความสุขในวันแห่งความรัก

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

หนังสือพิมพ์เพชรภูมิ ปีที่ 27 ฉบับที่ 641 วันจันทร์ที่ 16 เมษายน 2550 หน้า 16

เนื้อเพลงจาก http://www.thaisongdumphet.is.in.th/

โดย bon09

 

กลับไปที่ www.oknation.net