วันที่ เสาร์ กุมภาพันธ์ 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เมื่อผมถูกสัมภาษณ์ออกอากาศรายการวิทยุ..FM 102 สังคมโอเค..เมื่อคืนนี้


            เมื่อวานนี้ตอนประมาณ 6 โมงเย็น ขณะที่กำลังเดินหาซื้ออุปกรณ์สื่อ

การสอนในงานของเล่นเด็กที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติย์

            ผมก็ได้รับโทรศัพท์จากคุณมะอึกบอกว่า คืนนี้ตอนสี่ทุ่มเศษ ๆ จะขอ

สัมภาษณ์ผมออกรายการสังคมโอเค ที่คลื่น FM 102 ซึ่งผมก็ตอบรับโดย

ทันที 

          จากนั้นตอนหัวค่ำก่อนจะถึงเวลาที่นัดกันไว้ ก็มีน้องผู้หญิงโทรมาถาม

นามสกุลผม และก็บอกกับผมว่าเดี๋ยวจะโทร.เข้ามาสัมภาษณ์พูดคุยออกอากาศ

ตอน 4 ทุ่ม 45 นาที ก็ตกลงรับทราบตามนั้น

          ตอนนั้นผมอยู่ที่บ้านแล้ว ก็เลยขึ้นไปอาบน้ำ กะว่าให้สัมภาษณ์จบรายการ

ปุ๊บ จะเข้านอนเลย เพราะรู้สึกเริ่มง่วงนอนมาตั้งแต่หัวค่ำแล้ว หลังจากได้อาบน้ำ

รู้สึกตาสว่าง สดชื่นขึ้น ลงมานั่งดูรายการทีวีไปพลาง ๆ รอสายโทรศัพท์

           จนกระทั่งได้เวลาที่นัดกันไว้ เสียงโทรศัพท์มือถือผมดังขึ้นตอน 4 ทุ่ม

45 นาที จากนั้นผู้ดำเนินรายก็พูดคุยกับผม

           ประโยคแรกหลังจากที่สวัสดีทักทายกันแล้ว น้องผู้จัดรายการก็ถามว่า

ตอนนี้อาจารย์อยู่ไหนครับ ผมบอกว่าอยู่ที่บ้าน น้องตอบกลับมาว่าได้ยินเสียง

หมาเห่าด้วย เป็นการเปิดการสนทนาที่เป็นกันเองดี เราเริ่มกันที่เรื่องหมา ๆ

          ระหว่างที่ให้สัมภาษณ์อยู่นั้น เจ้ากาแฟ หมาตัวโปรดที่บ้านผมก็เห่า ราว

กับว่ามันส่งเสียงเพลงประกอบรายการให้เราเลย

          เท่าที่จำได้เมื่อคืนนี้ เมื่อคืนนี้มีคำถาม ๆ ผมมาหลายข้อเหมือนกัน เช่น

ถามเรื่องชื่อ Pro. Trainer ว่ามีที่มาอย่างไร ผมก็ตอบไปว่าผมมีอาชีพเป็น

วิทยากรฝึกอบรม รับจ้างสอนผู้ใหญ่ในองค์กรต่าง ๆ

 

         และก่อนที่จะเปิดบล็อกกับโอเคเนชั่น นิตยสาร Go Training เคย

สัมภาษณ์ผมไปลงในคอลัมน์ Pro. Trainer ผมชอบชื่อนี้ ก็เลยเอามาตั้งเป็นนาม

ปากกาในบล็อกซะเลย

         จากนั้นก็มีคำถามว่าผมสอนหลักสูตรอะไรเป็นหลัก ก็เลยตอบไปว่าหลัก

สูตรสร้างวิทยากร หรือ Train-The-Trainer สร้างคนให้เป็นวิทยากร

         เมื่อคืนผมไม่ได้เล่าว่าหลักสูตรนี้เป้นที่มาของชื่อบล็อกผม ไชยยศปั้น ซึ่ง

เป็นความฝันและความจริง ที่ผมต้องการปั้นคนสร้างคนให้เป็นวิทยากร

         คำถามต่อมาก็คือผมสอนอะไรในหลักสูตรนี้ ผมก็บอกไปว่ามี 3 อย่างที่

ลูกศิษย์ผมต้องเรียน ก็คือ 1.การจัดการเนื้อหาให้เป้นขั้นตอนง่ายต่อการเข้าใจ

 (Content) 2. การเลือกใช้เทคนิควิธีการสอน (Method)

          และขณะที่จะตอบเนื้อหาส่วนที่สามก็มีคำถามใหม่เข้ามา ผมก็เลยลืม

ตอบข้อสาม เลยขอมาตอบในบล็อกนี้แล้วกันว่า ส่วนสุดท้ายคือการนำเสนอ

(Delivery) ว่าด้วยการพูด การใช้เสียง การแสดงท่าทาง และใช้สายตา เป็นต้น

          มึคำถามหนึ่งที่น่าสนใจ ประมาณว่าสอนไปแล้วรับประกันว่าทุกคนเป็น

วิทยากรได้เลยไหม ผมตอบไปว่า 3 ใน 10 คน ที่ประสบความสำเร็จ (ตาม

ประสบการณ์)

          ขอตอบเพิ่มเติมตรงนี้ว่า ขึ้นอยู่กับว่าคนที่มาเรียนอยากเป็นวิทยากรจริง ๆ

หรือเปล่า เพราะเท่าที่สังเกตดู ลูกศิษย์ผมแต่ละรุ่นจะมีประมาณ 3 ใน 10 คนที่

จริงจัง ตั้งใจ ใฝ่รู้ เรียนกัน 5 วันแล้ว ก็ยังติดต่อขอความรู้คำแนะนำจากผมอยู่

ตลอดเวลา

          คนกลุ่มนี้ก็จะเป็นวิทยากรอาชีพได้เร็วกว่าคนอื่น ๆ น้องคนหนึ่งในรายการ

ถามว่าค่าเรียนในหลักสูตรปั้นวิทยากรเท่าไร ผมก็ตอบไปว่า 39,000 บาทต่อคน

         แต่ด้วยเวลาอันจำกัดเมื่อคืนนี้ เลยไม่ได้เล่ารายละเอียด เลยขอมาอธิบาย

ต่อที่นี่ ว่าหลักสูตรนี้ผมร่วมกับนิตยสาร Go Training จัดกันปีละ 2-3 รุ่น ตั้งใจจะ

ปั้นวิทยากรยุคใหม่มาประดับวงการ และเป็นการเรียนรู้กันตลอดชีวิต จ่ายเงินครั้ง

เดียวเรียนกับผมได้ตลอดไป

         เพราะหลังจากจบในห้องเรียนแล้ว ยังสามารถเรียนรู้ผ่านบล็อกของผมใน

โอเคเนชั่นได้อีก ผมจะเล่าเรื่องประสบการณ์ที่ผมไปเป็นวิทยากรให้บริษัทต่าง ๆ

ไว้ในบล็อก เพื่อให้ลูกศิษย์มาอ่าน มาเรียนรู้เทคนิคเพิ่มเติมกันในบล็อก

         ผมจะให้การบ้านลูกศิษย์ทุกคนให้เปิดบล็อกกับโอเคเนชั่น เพราะมันเป็น

ช่องทางที่ผมกับลูกศิษย์จะได้เรียนรู้ร่วมกันตลอดไป

         เมื่อคืนนี้เราพูดคุยกันจนหมดเวลาสัมภาษณ์ประมาณ 10 นาที ก็สนุกดี

ครับ ได้แลกเปลี่ยนพูดคุยกัน ต้องขอบคุณโอเคเนชั่น คุณมะอึก และน้อง ๆ ทีม

งานทุกคนที่ติดต่อให้ผมไปร่วมพูดคุยในรายการเมื่อคืนนี้

          ผมขอจบการเล่าเรื่องเท่านี้ก่อน เพราะกำลังจะเดินทางไปพักผ่อนที่บ้าน

สุพรรณบุรี แล้วว่าง ๆ จะกลับมาอัพบล็อกใหม่ สวัสดีครับ.

โดย Pro.Trainer

 

กลับไปที่ www.oknation.net