วันที่ เสาร์ มิถุนายน 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ท่องทะเลตรัง นัดตกค้าง (ขายของเก่า)


                      เมื่อตอนเริ่มทำ blog ใหม่ ผมแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่จังหวัดตรังไปแล้วสองที่ แต่ว่าจริงๆ แล้วทริปนั้น ยังไม่หมดครับ หลายๆ คนคงเคยเห็นรูปทะเลตรังบ้างแล้วที่อยู่ใน Gallery แต่เรื่องราวที่ผมได้ประสบมา ผมยังไม่ได้เล่าให้เพื่อนชาว blog ได้รับรู้เลยครับ

                ก่อนที่จะเข้าพักที่บ้านพัก Home Stay ท่านผู้ว่าฯ เค้าก็นัดให้เราไปเจอที่ชาดหาดปากเม็งก่อน เพราะว่าบ้านพัก Home Stay กับหาดนี้อยู่คนละที่กัน เราจะได้เก็บบรรยากาศชายหาดปากเมง แล้วก็สัญลักษณ์ประจำจังหวัด (ปลาพะยูน) เก็บไว้เป็นที่ระลึก ส่วนเรื่องบ้านพัก Home Stay ก็ติดตามได้ที่นี่ครับ

http://www.oknation.net/blog/shuttertd/2007/05/22/entry-1

                 หลังจากที่เข้าบ้านพัก เก็บข้าวเก็บของ เปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อลงทะเล เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ไม่พูดพร่ำทำเพลงละครับ ออกเรือกันเลยดีกว่า

 

                     ช่วงแรกๆ ของการออกเรือ ทุกคนต่างก็สนุกสนานอยู่กับของเล่นใหม่ คือเสื้อชูชีพ ส่วนผมนั้น ก็สาละวนอยู่กับการถ่ายรูป แบบว่าตื่นตาตื่นใจ นานๆ ได้เอากล้องออกทะเลซักที จุดมุ่งหมายที่แรกที่เราจะไปกันก็คือ ถ้ำมรกต ที่อยู่บนเกาะมุก ซึ่งถ้านั่งเรือออกจากท่าเรือหาดปากเมงจะใช้เวลาเพียงแค่ ครึ่งชั่วโมงเศษ แต่สำหรับกรุ๊ปผม ต้องนั่งเรือออกจากบ้านพัก โดยออกสู่ทะเลทางปากแม่น้ำสิเกา ต้องใช้เวลามากถึงชั่วโมงกว่าๆ ระหว่างทางก็จะได้เห็นภาพ ชาวประมงกำลังหาปลา

เกาะแก่งต่างๆมากมาย สร้างความตื่นตาตื่นใจ อีกตามเคย บางเกาะ ก็จะเป็นถ้ำที่เค้าทำสัมปทานรังนกกัน หน้าเกาะก็จะมีกระท่อมเล็กๆ สำหรับคนเฝ้ารังนก เพื่อไม่ให้ใครเข้าไปขโมยได้

หลังจากใช้เวลาถึงหนึ่งชั่วโมงกว่าๆ เราก็มาถึง เกาะมุก

                       หน้าปากถ้ำ ก็จะมีเรือนักท่องเที่ยวทอดสมอรอนักท่องเที่ยวที่เข้าไปชมภายในถ้ำมรกตอยู่ก่อนแล้ว ทุกคนบนเรือเริ่มจัดแจงใส่เสื้อชูชีพกันเป็นการใหญ่ จนลืมนึกไปว่าตอนนี้กำลังยืนอยู่บนเรือที่กำลังโคลงเคลงไปมา ผมเองก็ลืมเสียสนิท ก่อนหน้านั้นผมเองก็ถ่ายรูปมาตลอดทางก็เริ่มมีอาการเวียนหัวเป็นทุนเดิมอยู่แล้วเพราะว่าต้องจ้องมองภาพผ่านจอ พอมาถึงปากถ้ำ ก็ต้องเก็บกล้องใส่ถุงกันน้ำ แล้วก็ใส่เสื้อชูชีพกับเค้าด้วย การยืนใส่เสื้อชูชีพ บนเรือที่โคลงไป โคลงมา ยิ่งทำให้อาการเวียนหัวที่มีอยู่นั้น เพิ่มความรุนแรงมากขึ้นเสื้อชูชีพที่รัดแน่น ร้อนก็ร้อน เรียกได้ว่าทรมานสุดๆ อยากจะอาเจียนออกมาเสียให้ได้ อยู่ไม่ได้แล้วสิครับ ต้องรีบกระโดดลงน้ำเป็นคนแรก ส่วนคนอื่นๆ ก็คงมีอาการไม่ต่างกันนัก

                       ทุกคนเริ่มกระโดดลงน้ำ เกาะเกี่ยวหลังกันไว้ตามคำแนะนำของไกด์ ผมเองอยู่หน้าสุดตามมาด้วยญาติๆ อีกสิบกว่าคนเกาะหลังกันอยู่ ส่วนใหญ่จะผู้สูงอายุทั้งนั้น คนที่อายุน้อยหน่อย ก็ดันว่ายน้ำไม่เป็นซะนี่ บวกกับคลื่น ณ เวลานั้น ก็หนักหนาอยู่ไม่ใช่น้อย แต่ต้องนับถือ ไกด์ ซึ่งแข็งแรงมากๆ ทั้งลากทั้งฉุดคนถึง 12 คน ผมและคนที่ว่ายน้ำเป็นก็คอยช่วยกันว่ายน้ำ เข้าถ้ำสู้กับคลื่นที่กระแทกหินแล้วสะท้อนกลับ ระยะทางเพียง 80 เมตร แต่เหนื่อยมากๆ เหมือนวิ่งมาซักสิบกิโลเมตร พอเข้าไปถึงในตัวถ้ำเท่านั้นแหละ นอนแผ่หลา ไม่สนใจใครเลย เหนื่อยมากๆ แต่ด้วยวิญญาณช่างภาพสมัครเล่น ก็ต้องทำหน้าที่ถ่ายภาพให้กับญาติๆ

                       น่าเสียดาย ที่ช่วงเวลา ที่ไปนั้น เป็นช่วงเดือนพฤษภา หลังจากที่ฝนตกไม่กี่วัน ทำให้น้ำยังขุ่นๆ อยู่ บวกกับน้ำทะเลกำลังลงด้วย เลยทำให้ภายในถ้ำลดความสวยงามลงไปบ้าง

 

ไอ้ที่คิดว่าน้ำทะเลเขียวๆ เป็นเวิ้งอยู่ในถ้ำ ก็เลยไม่ได้เห็น น่าเสียดายจริงๆ ครับ แต่ก็พยายามเก็บเอาภาพที่พอจะถ่ายได้มาฝากกัน

                               ออกจากถ้ำมรกตมาแล้ว ทุกคนกลับขึ้นเรือได้อย่างปลอดภัย ด้วยอาการเหนื่อยล้าเหมือนๆ กัน แต่ผมคิดว่าผมมีอาการหนักกว่าคนอื่นๆ มากเอาการเลยทีเดียว เพราะว่าอยู่หน้าสุด ต้องลากคนถึง 11 คน ความยากลำบากก็ไม่ต่างจากตอนขาเข้า พอขึ้นเรือได้ ถอดเสื้อชูชีพมาหนุนหัวแล้วนอนแผ่บนเรือไม่สนใจใครอีกแล้ว แต่อาการเวียนหัวก็ยังไม่หายไป ยิ่งเพิ่มทวีคูณขึ้นจนผมทนไม่ไหว ต้องรีบเข้าไปอาเจียนออก จนหมดไส้ หมดพุง ในห้องน้ำ เรียกว่าออกมาทั้งทางปากและจมูก ไอ้อาหารเช้าที่กินเข้าไป ไม่มีเหลืออยู่ในท้องของผมเลย เรียกได้ว่า ยิ่งกว่าเมาเหล้าอีกครับ แต่ก็ดีนะครับ พออาเจียนออกหมดแล้ว อาการทุกอย่างก็ทุเราลง

                              เราจอดเรือพักรับประทานอาหารกลางวันกันบนเกาะกระดาน

เป็นบรรยากาศที่น่าประทับใจอีกแบบหนึ่ง แต่ผมไม่เอาด้วยละครับ ยังไม่อยากกินอะไรเลย กลัวจะเสียของ เอาเวลาไปถ่ายรูปดีกว่า 

                     ทุกคนรับประทานอาหารกลางวันกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ไกด์ก็มาแนะนำการใช้ หน้ากากดำน้ำ ทุกคนพอใส่หน้ากากดำน้ำได้ ก็หัวเราะเยาะกันใหญ่ เพราะใบหน้าที่เปลี่ยนไป ผมน่ะเคยใส่แล้ว ก็เลยเฉยๆ ไม่ต้องไปดูการสาธิต 

                     พอออกจากเกาะกระดาน เราก็มุ่งหน้าสู่ เพราะเชือก เพื่อลงดำน้ำดูปลา และปะการัง

แล้วก็ไปต่อที่เกาะม้า อย่างที่บอกไว้ตอนแรก ว่าเพิ่งจะผ่านวันที่ฝนตกมาได้ไม่ได้กี่วัน คลื่นลมก็ยังแรงอยู่ ทำให้สภาพน้ำค่อนข้างขุ่น ก็เลยพอที่จะได้ดูปะการังบ้าง แต่ไม่ค่อยสวยเท่าไหร่

 

อาศัยว่าได้ฝูงปลามาคอยว่ายน้ำอวดสีสันให้เราได้เห็นบ้าง ก็ โอ...ครับ 

สรุปแล้วก็คงต้องเลือกช่วงเวลาที่เหมาะกว่านี้เพื่อไปเที่ยวทะเลตรังกันใหม่ ไกด์เค้าก็แนะนำว่า ช่วงเดือนที่เหมาะที่สุด ก็เห็นจะเป็น ช่วงเดือน มกราคมถึง มีนาคม น้ำทะเลจะนิ่ง ว่ายน้ำเข้าถ้ำก็ไม่เหนื่อยมาก คงจะได้สัมผัสกับภาพความสวยงามของถ้ำมรกต และแนวปะการังน้ำตื้นได้ แต่ขอเตือนนะครับว่า อย่ายืนใส่เสื้อชูชีพบนเรือ พยายามนั่งกับพื้นเรือเข้าไว้ จะได้ไม่เป็นแบบผม

แถมภาพเรือใบให้ จะได้ตรงกับเพลงที่เค้าร้องกัน

โดย SHUTTERTD

 

กลับไปที่ www.oknation.net