วันที่ จันทร์ กุมภาพันธ์ 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

Open Diary : มนต์รักแม่กลอง



15-16 JAN. 2010, 25 JAN. 2010


สิ้นแสงดาวดุเหว่าเร้าร้อง  จากสุ่มทุมลุ่มน้ำแม่กลอง
พี่จำจากน้องคนงาม แว่วหวูดรถไฟพี่แสนอาลัย สมุทรสงคราม
คงละเมอเพ้อพร่ำ คิดถึงคนงามที่อยู่แม่กลอง.....




เอ๊...เอ่....เอ...ไม่ใช่แล้ว...ไม่ใช่แล้ว แม่น้ำแม่กลองที่ฉันจะพูดถึงไม่ใช่ที่ จ.สมุทรสงครามจั๊กหน่อย  สงสัยว่าจะเปิดเรื่องด้วยเพลง “ลาสาวแม่กลอง” นี้ไม่ได้แล้วละมัง คำสอนท่านอาจารย์แว่วมาในหัว “จะเปิดเรื่องสารคดี
คำขึ้นต้นต้องเอาให้อยู่ ทำให้น่าสนใจ อาจจะใช้คำพูด หรือว่าจะเป็นเพลง บทกลอน ที่แสดงถึงความเป็นถิ่นนั้นๆ ก็ได้....” แซมเปิลๆ

คราวนี้ดีเจเปิดผิดถิ่นไปนิด แต่แม่น้ำแม่กลองก็ไหลผ่านที่นี่เหมือนกันนะ บ้านเจ็ดเสมียน อ.โพธาราม จ.ราชบุรี  ฉันไปหลงเสน่ห์แม่กลองมาแล้ว อยากมาเล่าสู่กันฟังว่าช่วงที่หายๆ ได้ไปทำอะไรที่น่าประทับใจ (ตัวเอง) มาบ้าง เล่าละนะเกริ่นมานานแย้วว  ^ ^


อ.สงคราม / อ.สมปอง / พี่เกน / อ.ธีรภาพ  กำลังผลัดกันเล่า ที่สวนศิลป์บ้านดิน เจ็ดเสมียน

เมื่อช่วงกลางเดือนมกราคม ฉันมีโอกาสได้เข้าอบรมเขียนและถ่ายภาพสารคดีให้มีชีวิต กับทางโครงการ..........สำนักงานโครงการพัฒนาวิชาการ สสส. โดยการอุปการะคุณของพี่เกน พี่แขก ทีมงานโครงการแบบฟลุ๊กๆ เช่นเดิม ก็ฉันออกแบบโบชัวร์ประชาสัมพันธ์เรื่องนี้ให้แกพอดี เลยถือโอกาสขอแจมแบบหัวใจเต็มร้อย พี่แกก็ยินดีรับเข้าร่วมต้องกราบขอบพระคุณมาตรงนี้ด้วยค่ะ

งานครั้งนี้จัดอบรมขึ้นที่ สวนศิลป์บ้านดิน บ้านเจ็ดเสมียน จังหวัดราชบุรี เราได้ อ.ธีรภาพ โลหิตกุล อ.สมปอง ดวงไสว มาให้คำแนะนำเรื่องงานเขียน และอ.สงคราม โพธิวิไล มาให้คำแนะนำเรื่องการถ่ายภาพสารคดี ทั้งสามท่านก็ถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์อย่างเต็มที่ ฉันรู้สึกว่าตัวเองมีแรงบันดาลใจจะลองเขียนโน่น ถ่ายนี่ขึ้นมาอีกเยอะทีเดียวเชียว ส่วนผู้เข้าร่วมอบรมส่วนใหญ่จะเป็นบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับงานสุขภาวะ งานด้านสาธารณสุข งานองค์กรพัฒนาชุมชน ที่หลากหลาย จะมีก็แต่ฉันกับเจ้าตา (บัดดี้ฉันเอง) ที่ไม่ได้สังกัดอะไรเป็นตัวเป็นตนเหมือนชาวบ้าน อ้อ...อิอิ ดีที่เขียนบล็อกบ้านโอเค เฮ้อ ค่อยๆ เข้าธีมคนอยากเขียนกะเขามั้ง  




วันแรกที่ไปถึง เราสองคนเดินทางไปกันเอง ก็เลยล่าช้ากว่าชาวบ้านชาวช่อง หลงไปนิด สายตั้งแต่วันแรก และยังคงสายตลอดเวลาที่นั่น กินข้าวเย็นก็ออกมาช้า ตื่นก็สาย กินข้าวเช้าไม่ทัน เขาเริ่มคุยกันแล้ว นับว่าเป็นผู้ร่วมสัมมนาที่สายเสมอจริงๆ แอบอายๆ ไม่น้อย

วันนั้นหลังจากรับฟัง คำแนะนำเบื้องต้นของอ.ทั้งสามท่าน เราก็ได้โจทย์ให้ออกไปถ่ายภาพ ตามที่รับมอบหมาย ก็จะแตกต่างกันไป เช่น ให้ไปถ่ายเด็ก คนแก่  ขนมหวาน หัวไชโป๊หวาน ฯลฯ ที่หนักไปทางถ่ายภาพก่อนเพราะว่าทางผู้จัด และอ. ทั้งสามท่านเห็นมาคนที่เข้ามาอบรมครั้งนี้ส่วนใหญ่จะเขียนหนังสืออยู่แล้ว จากตัวอย่างงานที่ส่งมาก่อนล่วงหน้าของแต่ละคน ค่อนข้างมีพื้น ได้รับคำแนะนำอีกนิดหน่อยก็น่าจะเขียนได้อยู่แล้ว ดังนั้นบ่ายวันแรกไปถ่ายรูปกันดีกว่า......แล้วมาคุยกันค่ำๆ วิจารณ์รูปที่ไปถ่ายกันมา



ฉันกับเจ้าตาได้โจทย์เป็นคุณยายทอผ้า ต้องแยกเดินทางด้วยรถซาเล้งไปบ้านยาย ยายชื่อยายสุนันทา บัวจีน อายุ 77 ปีแล้ว แต่คุณยายที่ฉันเห็นแกคล่องแคล่วมากยังแข็งแรง อารมณ์ดี ยายให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี สาธิตให้เราดูโน่นนี่ เนื่องจากว่าโจทย์เป็นการถ่ายภาพ ฉันก็เลยพูดคุยกับยายน้อย ๆ เน้นไปที่ขอถ่ายภาพ แต่ภาพที่พบเห็นก็ดูจะไม่เป็นไปตามที่คาดเท่าไหร่  ฉันเห็นยายอยู่คนเดียว  โรงหม่อนของยายก็ดูร้างๆ มีหนอนไหมอยู่นิดหน่อยตัวเล็กๆ ยายบอกมันอยู่ระยะสอง  ใบหม่อนเหี่ยวๆ  ฝุ่นในโรงเรือน สภาพเหมือนมีการใช้งานน้อยๆ ที่สำคัญฉันสงสัยว่ายายยังทำอยู่หรือเปล่า  แต่จากกี่ที่ยังคงมีผ้าที่ทอไม่เสร็จค้างไว้  มีเส้นไหมที่กำลังรอล้างทำความสะอาด  ยายคงมีคนช่วยว่าแต่เขาไปไหนกันนะ   ระหว่างที่คุยๆ เล็กๆ ยายชอบพูดประโยคหนึ่ง “ช่วยยายด้วยนะ” ตอนนั้นคำพูดของยายเหมือนไม่ได้รอคำตอบ หรือคำถามอะไรจากฉัน เหมือนเปรยๆ ออกมาแบบไม่จริงจัง เพียงแต่ว่าฉันได้ยินราวๆ สองสามครั้ง มันติดค้างใจฉันอยู่ลึกๆ ยายมีอะไรอยากให้ช่วยนะ  แต่ปากหนักยังไม่กล้าถามออกไปในตอนนั้นเรื่องของยายมันน่าจะยาว


ก่อนกลับยายชวนเราไปชิมลูกหม่อนที่ไร่ของยาย รถซาเล้งพาเราออกไปไกลจากบ้านริมคลองเกือบสามโลได้ ไกลเหมือนกันนะนั่น แรกๆ เราก็ห่วงว่าเราจะไปดูตลาด 119 ปีที่วัดเจ็ดเสมียนไม่ทัน แต่พอชิมได้ชิมลูกหม่อนของยายแล้ว นี่ถ้าไม่ตามยายมาคงเสียใจแย่ อร่อยเป็นบ้า เห็นแก่กินเล็กน้อย ยายยังเก็บใส่ถุงให้เราเอากลับกลับมาฝากเพื่อนๆ ชิม น่ารักมากๆ แถมเช้าวันต่อมาฉันแอบเห็น อ.สงครามหยิบลูกหม่อนเข้าปากหลายลูก รู้สึกดีมากๆ เลย





จากบ้านยายเรามุ่งสู่ตลาด 119 ปีเจ็ดเสมียน เมื่อก้าวเข้าตลาด ความอยากจะกินก็เข้าครอบงำเราสองคน อยากกินไปหมด ขนมถังแตก ทอดมันหัวปลี ยำนานๆชนิด หมูปิ้ง กับข้าวน้ำพริกผักสด แกงสารพัด ปลาทอดพริก เดินเพียงรอบเดียว ถุงของกินก็เต็มมือเราสองคน จะช้าอยู่ไยงานก็เรียบร้อยแล้ว มาตลาดกวาดอย่างเดียวงานนี้ เราไปนั่งกินชิวๆ ริมน้ำแม่กลอง สั่งกาแฟโบราณฝีมือคุณก๊อปร้านของสวนศิลป์บ้านดิน แขกไปใครมาตรงนั้นเราก็เอ่ยชวนมาแจมของบนโต๊ะะด้วยกัน  “นี่กินกันสองคนเหรอนั่น” คำถามแว่วๆ มา (555)  เพื่อนๆ พี่ๆ ร่วมทีมอบรมก็เห็นทยอยๆ กันมาชักภาพกันแถวนั้น ยิ่งเย็นย่ำบรรยากาศก็ยิ่งงดงาม ดูภาพกันดีกว่านะค่ะ บรรยายไม่ถูกว่ามัน
สุนทรีย์แค่ไหน คงต้องบอกให้ลองไปสัมผัสเอง เพียงชั่วโมงกว่าๆ จากบางกอกเท่านั้น




จากวันนั้นกลับมา เรามีการบ้านที่ต้องส่ง เขียนสารคดีหนึ่งเรื่องอะไรก็ได้ ส่งภายใน สองอาทิตย์จากวันนั้น เมื่อฉันเริ่มเขียน ฉันตั้งใจจะเขียนถึงยายสุนันทา คุณยายทอผ้า แต่ก็เขียนไม่ออก เพราะยังมีคำถามที่ติดค้างคาใจอยู่ ฉันตัดสินใจจะกลับไปคุยไปยายอีกครั้ง เอ่ยปากชวนสามสาว ตา แอ้ม ศัลย์ ไปตะลุยเจ็ดเสมียนด้วยกันอีกรอบมั้ย พวกเธอก็ไม่ปฏิเสธ น่ารักมาก (จุ๊บๆ) เป็นวันอาทิตย์ที่แสนจะร้อนจัด ฉันได้คุยกับยาย และผู้ช่วยคนสำคัญของยาย พี่ประสงค์ หลานชายถึงเรื่องราวผ้าทอที่ยายเริ่มต้น  เรื่องราวจะเป็นไง รอฉันแก้ไขให้ลงตัวก่อนนะ คงได้เอามาแบ่งปันทีหลัง นับเป็นผลงานเขียนสารคดีที่ดูจะจริงๆ จังๆ ครั้งแรกของฉันเลย (รอหน่อยนะ ^ ^)



ถ้าอยากจะแวะเวียนเยี่ยมยายสุนันทา บัวจีนที่บ้าน อยากดูหนอนไหมตัวเป็นๆ อยากรู้ว่าเส้นไหมก่อนจะกลายเป็นผืนผ้ามันมายังไง หรืออยากจะไปชิมลูกหม่อนที่ไร่ยาย อยากช่วยอุดหนุนผ้าทอเป็นกำลังใจกำลังทรัพย์ ก็โทรสอบถามช่วงเวลาก่อนนะค่ะ ที่ ยายสุนันทา 087-0617053  เพราะการเลี้ยงไหม ปลูกหม่อน ต้องอาศัยจังหวะช่วงเวลาธรรมชาติ ไปจังหวะเหมาะก็อาจจะได้เห็นกรรมวิธีที่น่าสนใจ

การไปครั้งที่สองของเรา นอกจากฉันจะรู้เรื่องราวของคุณยายใจเพชรแล้ว ฉันยังรู้อีกว่าหมาแถวสวนยายมันชอบ
ลูกหม่อนมาก เหมือนฉันเลย (555)  แล้วก็รู้ว่าก้านหม่อนเผาไฟหอมๆ เอาทำชาอร่อยกว่าใบหม่อน อันนี้ต้องไปลองดูเองนะค่ะ ยายเขาบอกมา เสร็จจากยายเราตั้งใจจะแวะไปกินก๋วยเตี๋ยวโบราณของร้านกาแฟ 11-3 เสียดายหมดซะก่อน เลยนั่งกินกาแฟโบราณกัน ได้รับรู้เรื่องราวการต่อสู้ของชาวสวนศิลป์บ้านดินร่วมกับชุมชนเพื่ออนุรักษ์วิถีของตลาด 119 ปี อีกต่างหาก จากคุณก๊อปหนุ่มน้อยที่ทั้งชงและเสริฟกาแฟเราทั้งคราวนี้และคราวก่อน




 อ้อ....ที่ตลาดจะมีการแสดงของศิลปินระดับครู ครูนาย (เจ้าของสวนศิลป์ฯ) บางทีครูเล็กก็แจมด้วย รวมไปถึงเด็กเล็กเยาวชน คุณยายคุณตา ที่ออกมาร่ายมารำ ร่วมกันสร้างงานศิลปะในรูปแบบของการแสดงต่างๆ เรียกว่างาน ALL ABOUT ART จะมีทุกศุกร์เสาร์อาทิตย์สิ้นเดือน ร้านกาแฟ 11-3 ที่เรานั่งอยู่ก็เป็นโรงละครโรงเล็ก น่าทึ่งมาก ว่างๆ สามารถเข้าไปหารายละเอียดใน www.banmai 11-3.com หรือจะโทรคุยกับคุณก๊อปโดยตรง 032-397668/083-3066772  จะแวะไปนอนเล่น กินกาแฟ ชมสายน้ำแม่กลอง เดินตลาด 119 ปีเจ็ดเสมียน ถ่ายรูปก็สนุกสนานไม่ใช่เล่นค่ะ เป็นตลาดยิ้มแย้มที่คอยต้อนรับทุกๆ คนที่มาเยือน ฉันก็ยังไปไม่ถูกจังหวะ แต่คิดว่าคงหาโอกาสสักวัน



...........ที่ริมน้ำแม่กลองวันนั้นอาทิตย์อัสดง  วิถีของของผู้คนที่นั่นยังคงดำเนินไปอย่างช้าๆ แต่เปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวา ยังคงสืบสานตำนานตลาดพื้นบ้าน สถานีรถไฟเจ็ดเสมียนให้คงอยู่คู่กับชุมชนไปตราบนานเท่านาน

........................
........................
........................

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ฉันได้พบกับอาจารย์ และพี่ๆ ทีมงานรวมทั้งพี่ๆ เพื่อนร่วมอบรมอีกครั้ง คราวนี้ทุกคนมาฟังคอมเม้นท์กับงานที่เขียนส่งไป สนุกสนานมาก ถึงงานจะต้องกลับมาแก้ไขต่อเพื่อความสมบูรณ์แบบ และฉันยังต้องพยายามต่อไป ในใจยังเสียดายน่าจะมีการจัดอบรมแบบนี้อีกเรื่อยๆ คราวหน้าถ้าไม่ติดอะไรหนักหนาต้องขอไป
แจมอีกซะแล้ว ^ ^

ขอบคุณมานะโอกาสนี้ด้วยค่ะ...
ขอบคุณเพื่อนๆ ที่ยังแวะมาค่ะ ^ ^

ขอบคุณ TATA  สำหรับภาพถ่ายบางส่วนด้วยจ๊ะ

ขอบคุณเพลงลาสาวแม่กลองเพราะๆ เพลงนี้ด้วย


โดย ปุณณดา

 

กลับไปที่ www.oknation.net