วันที่ อังคาร กุมภาพันธ์ 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

... ๑ เพื่อ ๖๓.๓ แล้ว ๖๓.๓ เพื่อ ๑ ?....


..สถิติประชากรไทย ปี ๒๕๕๑ บอกว่า

คนไทยมีจำนวน ๖๓.๓ ล้านคน...

 

(แหล่งข้อมูล เว็บไซต์กรมการปกครอง http://www.dopa.go.th/stat/y_stat.html

ข้อมูล ณ วันที่ 30 ธค.51

วิเคราะห์โดย ศูนย์สารสนเทศ กรมส่งเสริมการเกษตร เมื่อมีนาคม 2552)

รู้สึกตัวตื่นมาเช้านี้
มีเรื่องเรื่องหนึ่งผุดขึ้นในสมองของผู้เขียน
นั่นก็คือ ชื่อเรื่องที่ผู้เขียนตั้งไว้ในวันนี้แหละ

ดังนั้น เนื่องในสัปดาห์แห่งความรักตามสมัยนิยมของเดือนนี้
ผู้เขียนขออุทิศบทความที่จะเขียนดังต่อไปนี้
แด่...บุคคลผู้หนึ่ง...
ซึ่งผู้เขียนจะค่อยๆบอกเล่าต่อไปว่าท่านเป็นใคร

...
...


โดยธรรมชาติของมนุษย์ทั่วไป
มักรักตัวเองและพวกพ้องของตนเองมากกว่าคนอื่นพวกอื่น
ไม่ว่าจะทำ พูด คิด อะไรออกมา
มักพูด คิด และทำเพื่อตัวเองไว้ก่อนเป็นอันดับแรก
ส่วนการทำ พูด คิดอะไรเพื่อคนอื่นนั้น จะเป็นสิ่งรองลงมา
และขึ้นอยู่กับปริมาณมโนธรรมในใจด้วย
คนมีมโนธรรมหรือมโนสำนึกในใจมากหน่อย
ก็จะเห็นแก่ตัวน้อยหน่อย และเห็นแก่คนอื่นมากหน่อย
ส่วนคนที่มีมโนสำนึกในใจน้อยก็มีลักษณะตรงกันข้าม

กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ
เวลา ๒๔ ชั่วโมงในแต่ละวันของใครก็ตาม
ถูกใช้ไปในการคิด พูด และทำเพื่อคนอื่นก่อน
นั่นแหละเรียกว่า "คนที่มีชีวิตอยู่เพื่อคนอื่น"

ในทางตรงกันข้าม
เวลา ๒๔ ชั่วโมงในแต่ละวันของใครก็ตาม
ถูกใช้ไปในการคิด พูด และทำเพื่อตนเองก่อนคนอื่น หรือไม่ทำเพื่อใครเลย
นั่นแหละเรียกว่า "คนที่มีชีวิตอยู่เพื่อตนเอง" 


อย่างไรก็ตาม คนเราที่ยังมีกิเลสเป็นฝ้าบังใจอยู่
ย่อมมีความเห็นแก่ตัวบ้างเป็นธรรมดา
และมีมากน้อยต่างกัน ขึ้นอยู่กับเหตุปัจจัยแวดล้อม
ใจของใครที่ถูกปลูกฝังให้เห็นแก่ผู้อื่นก่อนเห็นแก่ตนเอง
หรือมีตัวอย่างในลักษณะนี้ให้ดูอยู่เป็นประจำ
ใจของเขาจะซึมซับเรื่องเหล่านั้นไว้เป็น "เข็มทิศชีวิต"
ในทางตรงกันข้าม ใจของใครที่ถูกปลูกฝังให้เห็นแก่ตนเองก่อน
และมีตัวอย่างให้ดูอยู่เป็นประจำ
เขาก็ซึมซับเอาเรื่องเหล่านั้นแหละเป็น "เข็มทิศชีวิต" เช่นกัน

กล่าวโดยสรุป
คนเราโดยทั่วไปเมื่อจะพูด คิด และทำอะไรก็ตาม
มักจะทำเพื่อตนเอง ญาติของตนเอง และพวกของตนเองก่อน
มีจำนวนไม่มากนักที่จะคิด พูด และทำอะไรๆ เพื่อคนอื่นก่อน


แต่มีบุคคลสำคัญอยู่ท่านหนึ่ง
ท่านมีความสุขที่ได้ทำอะไรเพื่อผู้อื่น
ที่ไม่ได้เป็นญาติสายโลหิตฝ่ายใดของท่านเลย
หากแต่เป็น "กำลังใจชั้นดี" ของท่าน
และเป็นคนที่รักท่าน และท่านก็รักพวกเขาเช่นเดียวกัน

๒๔ ชั่วโมง ของท่านในแต่ละวัน
๓๐ วันของท่านในแต่ละเดือน
๓๖๕ วันของท่านในแต่ล่ะปี
การคิดอะไรก็ดี การพูดอะไรก็ดี การทำอะไรก็ดี
ท่านทำเพื่อคนหมู่มาก ทำเพื่อคน ๖๓.๓ ล้านคนในประเทศ
ความรักที่ท่านมีต่อคนไทยตั้งแต่จำนวนยังไม่มากขนาดนี้
จนมีจำนวนมากมายเหมือนทุกวันนี้
เป็นความรักที่สากลอย่างยิ่ง
เป็นความรักที่ไม่ได้มุ่งหวังการตอบแทนอะไรทั้งสิ้น
หรือถ้าหากจะมี ก็เห็นจะได้แก่ "ความอยู่ดี กินดีอย่างพอเพียง"
ของคนที่ท่านรัก
ความรักของท่านไม่ได้จำกัดเฉพาะคนไทยเชื้อสายไทยเท่านั้น
หากเป็นแต่คนไทยเชื้อสายอะไร ถ้าใช้ชีวิตอยู่ในผืนแผ่นดินไทย
ท่านก็รักและปรารถนาดีเช่นกันหมด
แม้แต่คนเชื้อชาติอื่น ที่เข้ามาทำงานในผืนแผ่นดินไทย ท่านก็รัก

เรียกได้ว่า "พระทัยหนึ่งดวงของพระองค์ท่าน"
ได้แผ่กระจายความรักที่มีอยู่ไปสู่ผู้คน ๖๐ กว่าล้านคน
และได้แผ่กระจายไปทั่วแผ่นดินไทยทุกตารางนิ้ว
ไม่ว่าจะเป็นถิ่นทุรกันดารหรือเมืองศิวิไลซ์
ความรักของพระองค์มีเพื่อพสกนิกรทุกหมู่เหล่าโดยไม่ต้องสงสัย

สมดังที่พระองค์เคยตรัสไว้ว่า

"ที่ของข้าพเจ้าในโลกนี้ 
คือ การได้อยู่ท่ามกลางประชาชนของข้าพเจ้า 

นั่นคือคนไทยทั้งปวง ”

(ที่มา:http://www.thaireadyweb.com/ecommerce/arawan/ArticleDisplay.asp?urlID=65)


มาถึงตรงนี้ ผู้อ่านทุกท่านคงได้ทราบแล้วว่า
ผู้เขียนอุทิศบทความในวันนี้เพื่อท่านผู้ใด

ใช่แล้ว รุ่งเช้าของวันนี้ผู้เขียนรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาก็คิดถึง
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หรือในหลวงของเรา
คิดถึงว่า ตลอดระยะยาวนานแห่งการครองราชย์ของพระองค์
หนึ่งพระทัยเพื่อ ๖๐ กว่าล้านชีวิต
แล้วหกสิบกว่าล้านชีวิต ณ เวลานี้
มีกี่ล้านดวงใจ ที่คิด พูด และทำเพื่อพระองค์บ้าง
อย่างน้อย เพื่อเป็นกำลังใจ ถวายแด่พระองค์
ซึ่งกำลังใจที่พสกนิกรถวายนั่นแหละ
คือ "พระชนมายุ" แห่งพระองค์ท่าน


วันแห่งความรักของเดือนนี้
สำหรับวัยรุ่นที่กำลังเรียนรู้เรื่องความรักระหว่างเพศ
วันแห่งความรักนี้คงผ่านไปตามธรรมดา

แต่สำหรับในหลวงของเรา
ผู้เขียนเองก็ไม่ทราบหรอกว่า
จะผ่านไปด้วยอาการเช่นไร....

มีอยู่อย่างหนึ่งที่แน่ใจก็คือ
ไม่ว่าพระองค์จะทรงพระชราภาพเพียงใด
หนึ่งพระทัยของพระองค์
ก็ยังคง "คิด พูด และทำ" เพื่อคนไทยตลอดกาล


ณ เวลาปัจจุบัน คนไทยทุกคน
น่าจะมองออก และคิดได้ว่า
ควรทำอย่างไร ? เพื่อเป็นการแสดงถึง
"ความรักที่มีต่อพระองค์"


...มนพล...

๙  กุมภาพันธ์  ๒๕๕๓

โดย มนพล

 

กลับไปที่ www.oknation.net