วันที่ พุธ กุมภาพันธ์ 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เห็ดหน้าบ้าน....เรื่องสั้น


เห็ดหน้าบ้าน

            แก้มหอม

 

เห็ดงอกออกมาจากกองดินที่อยู่หน้าบ้าน

เห็ดสีขาวกอใหญ่   อวบอ้วนน่ากิน    ไม่รู้ว่าเป็นเห็ดอะไร   แต่แม่บอกว่ากินได้    เอามาแกงกินรสชาติหวานอร่อย

กองดินที่อยู่หน้าบ้านเป็นกองดินที่ทางหมู่บ้านเอามาถมโคนตอต้นโพธิ์   ที่ตรงนั้นเคยมีต้น

โพธิ์สองต้น   บ้านของเราตั้งอยู่หน้าวัด  มีลานโล่ง   แต่ก่อนเคยเป็นลานดิน   เด็กวัยรุ่นใช้เป็นสนามตะกร้อ   บางคนก็มาออกกำลังกายอย่างอื่น  คนมีอายุหน่อยจูงหมามาเดินเล่น  เด็กวัยรุ่นมาดูสาว ๆออกกำลังกาย   บางคนก็มามั่วสุมกันสูบบุหรี่  บางคนเอารถมอเตอร์ไซค์ที่แต่งเสร็จใหม่ ๆมาอวดเพื่อน    

ถัดจากลานหน้าวัดเป็นโรงเรียน   หรือจะกล่าวอีกอย่างว่า   ตรงหน้าบ้านของเราเป็นโรงเรียน    ทุกเย็นจะมีนักกีฬาฟุตบอลมาเตะบอล  วิ่งไล่กันเสียงดังอยู่กลางสนามอย่างสนุกสนาน  บางคนมาออกกำลังกายวิ่ง  เดิน    รอบสนามฟุตบอล    

ลานโล่งกินเนื้อที่เกือบเท่า ๆกับครึ่งหนึ่งของสนามฟุตบอล     ตรงหน้าสุดติดถนนใหญ่  แต่ก่อนเป็นอาคารเอนกประสงค์ใช้เก็บอุปกรณ์เครื่องใช้ของหมู่บ้าน    ถัดมาเป็นต้นโพธิ์สองต้นอย่างที่บอก   อายุของมันคงมากกว่าหกสิบปี   แม่เล่าว่า   ตั้งแต่แม่เกิดมาก็เห็นมันอยู่ตรงนั้นแล้ว    ถัดไปติดกับหน้าวัดเป็นบ่อน้ำบาดาลแบบโยก   ตั้งแต่การประปาหมู่บ้านเจริญแล้วก็ไม่ค่อยมีใครมาใช้นอกจากเด็กวัยรุ่นที่ชอบมาอาบหลังจากเล่นกีฬาเสร็จ

หลายปีก่อน     ทางหมู่บ้านนำงบพัฒนาหมู่บ้านมาเทคอนกรีตทั่วลานโล่งนี้    เวลามีกิจกรรมที่วัด   ลานโล่งจึงกลายเป็นลานจอดรถที่สามารถรองรับรถได้หลายสิบคัน  

อาจจะเป็นเพราะลานคอนกรีตนั่นก็เป็นได้จึงทำให้ต้นโพธิ์เริ่มเฉา   และมีทีท่าว่าจะตาย   มันคงอึดอัด    รากไม่ได้สัมผัสอากาศ   ดินแน่นเกินไปทำนองนั้น

แต่มันก็ยังไม่ตายเสียทีเดียว   มันเพียงแต่เฉาลงไปบ้างเท่านั้นเอง

ปีหนึ่ง   มีลมแรงมาก   พัดกิ่งต้นโพธิ์จนหัก  ดีที่ไม่ใช่กิ่งที่ยื่นมาทางบ้านเรา   แต่เป็นกิ่งที่ยื่นไปทางอาคารเอนกประสงค์    หลังคาพังไปทั้งแถบ   ถ้าตกลงมาบ้านเรา   บ้านคงไม่เหลือ

ทางหมู่บ้านมีมติให้ทุบอาคารเอนกประสงค์แล้วย้ายไปอยู่ที่ข้างอนามัยแทน   ส่วนต้นโพธิ์เพื่อความปลอดภัยจึงให้คนใช้เลื่อยมาทอน    เหลือตอต้นโพธิ์สูงแค่เอวทิ้งเอาไว้    ไม่มีใครรู้ว่าเพราะเหตุใดจึงเหลือทิ้งไว้แค่นั้น    คงปล่อยให้ตกเป็นเรื่องพิพากษ์วิจารณ์ของชาวบ้านอย่างสนุกปากต่อไป

 

ต้นโพธิ์ไม่ได้ตายไปเสียทีเดียว   ปีต่อมาใบเล็ก ๆก็งอกออกมาจากตอต้นโพธิ์นั้น     รอบ ๆตอนั้นกลายเป็นที่ปลูกพริกปลูกผักของแม่   และมันก็งามดีเสียด้วย  คงเพราะได้รับการดูแลเอาใจใส่จากแม่   แม่รดน้ำทุกเช้าเย็น  ลากสายยางจากในบ้าน  รดน้ำพริกและผักที่ปลูกได้อย่างสะดวกสบาย

วันหนึ่งเห็ดก็งอกออกมา     โผล่พ้นจากดินที่แม่รดน้ำมันทุกวัน   เปรียบประดุจดังก้อนเงินที่มุดขึ้นมาเพื่อให้แม่ได้เก็บกิน   เพียงแต่แม่เท่านั้นที่มีสิทธิ์ได้รับของขวัญจากผืนดิน   แม่ใช้สุ่มไก่ของพ่อไปครอบไว้    แม่บอกว่ายิ่งรดน้ำเห็ดยิ่งงอกแตกกอดี   บนสุ่มไก่แม่เอาผ้าเก่า ๆ คลุมไว้อีกที

วันหนึ่ง  แม่ตื่นตั้งแต่ตีสี่   ชวนพ่อไปเก็บเห็ดที่หน้าบ้าน   แล้วก็พากันไปขายที่ตลาด   แม่บอกว่าแบ่งขายเป็นกอง ๆ   กองละยี่สิบบาท    แม่ได้เงินเกือบสามร้อย  

มันเป็นโชควาสนาของแม่   แม่พร่ำบอกใครต่อใครว่าอย่างนั้น

หลังจากสำรวจรอบตอต้นโพธิ์อีกต้นแล้ว   แม่จึงพบว่าเห็ดกำลังจะงอกขึ้นมา   แม่ดีใจใหญ่   หลังจากเอาปุ๋ยคอกไปใส่กอเห็ดกอแรกที่เด็ดไปขายแล้ว   แม่จึงไปหาสุ่มอีกอันมาครอบเห็ดที่พบใหม่  

แม่รดน้ำเช้าเย็น    อีกสามสี่วันต่อมา     กอที่เก็บไปขายคราวก่อนก็มีเห็ดขึ้นมาอีก    ส่วนกอใหม่นั้นแม่บอกว่ารออีกวันให้มันบานเต็มที่ก่อนค่อยเก็บไปขาย   เพราะเห็ดบานนั้นขายได้เยอะดี

แม่ใจจดจ่อรอที่จะเก็บเห็ดไปขายในวันพรุ่ง

ห้าโมงเย็นหลังจากรดน้ำเสร็จ   แม่ออกไปปั่นจักรยานเล่นรอบ ๆลานวัด    เด็กวัยรุ่นเล่นกันเต็มสนามฟุตบอลในโรงเรียน   รวมทั้งเตะตะกร้อที่ลานหน้าวัด

 

เสียงแม่เอะอะตั้งแต่เช้า     จับความได้ว่า   มีคนมาเก็บเห็ดไปหมด      ทั้งแม่และพ่อเดินไปเดินมารอบโคนต้นโพธิ์    ราวกับนักสืบที่กำลังหาร่องรอยของขโมย  ลักษณะการเก็บน่าจะเป็นวัยรุ่น   เพราะเด็ดไปทั้งรากทั้งโคน  

“มันมาเก็บเห็ดของเราได้ยังไงกัน  อุตส่าห์เอาสุ่มมาครอบไว้แล้ว ”

“ลูกหลานใครกันนะ   ถ้ารู้ตัวล่ะก็  ฮึ่ม

พ่อกับแม่ด่าทอผู้ที่มาขโมยเห็ด    นึกเสียดายลาภที่หลุดลอยไปของตน   แล้วก็มานั่งหาวิธีแก้ปัญหาอยู่หน้าบ้าน   แม่บอกว่าจะลองไปสืบที่ตลาดดูว่ามีใครเอาเห็ดมาขายมั่ง   ส่วนพ่อก็ออกไปถามเพื่อนบ้านแถวนั้นว่ามีใครเห็นเด็กวัยรุ่นคนไหนเก็บเห็ดบ้าง   หรือบางทีพ่ออาจจะลองไปเลียบๆเคียงๆดูว่าบ้านไหนกำลังแกงเห็ดก็เป็นไปได้

เจ็ดโมงกว่า   แม่กลับมาบ้าน   ไม่มีใครเอาเห็ดมาขายในเช้าวันนี้   ส่วนพ่อก็ผิดหวังกับคำตอบของเพื่อนบ้านเช่นกัน   ได้รับแต่คำปลอบใจและเห็นใจเท่านั้น

หลังจากผิดหวังและน้อยใจในวาสนาของตน   แม่ปลีกตัวไปทำกับข้าวอยู่หลังบ้าน    พ่อครุ่นคิดอยู่คนเดียว   สักพักก็เดินเข้าไปในห้องเก็บของ   หยิบกระดาษแข็งกับปากกาเมจิก  เขียนข้อความลงไป    มัดด้วยลวดติดกับไม้  เดินเอากระดาษแผ่นนั้นไปปักไว้ที่กอเห็ดที่หน้าบ้าน   ข้อความที่อยู่บนกระดาษนั้นมีว่า

“ห้ามเก็บเห็ด   เห็ดมีเจ้าของ”

โดย แก้มหอม

 

กลับไปที่ www.oknation.net