วันที่ ศุกร์ กุมภาพันธ์ 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

...รักแคบๆ และรักกว้างๆ...


ความรักแบบไหนหนอจึงเรียกว่า "รักแคบๆ" และ "รักแบบกว้างๆ" ?

ติดตามอ่านไปเรื่อยๆ แล้วจะเข้าใจว่า ทำไมผู้เขียนกล่าวแบบนี้



ความรักแบบสิเนหาราคะ
รักแบบปรารถนาอยากได้มาครอบครองไว้นั้น
ถ้าพิจารณาให้ดีจะเห็นว่า เป็นความรักที่คับแคบและเห็นแก่ตัวอย่างยิ่ง

หากมองถึงจุดประสงค์ของธรรมชาติ
เราก็จะพอเข้าใจว่า ธรรมชาติได้สร้างความรักแบบนั้นไว้
เพื่อเชื่อมโยง "ใจ" เพศทั้งสองเพศของมนุษย์เข้าหากัน
ซึ่งจะนำไปสู่การสืบเผ่าพันธุ์มนุษย์เอาไว้ในที่สุด
เพราะถ้าธรรมชาติไม่ทำแบบนี้
เผ่าพันธุ์มนุษย์ ก็จะไม่ได้รับการสืบทอดเอาไว้
มนุษย์ก็อาจจะหมดไปจากโลกในไม่ช้า

และถ้าโลกต้องว่างเปล่าจากมนุษย์เสียแล้ว
มนุษย์ก็ไม่จำเป็นต้องมีอยู่บนโลกใบนี้ให้ลำบากมาแต่ต้นกำเนิดโลก 
แต่นี่ไม่ได้เป็นเช่นนั้น มนุษย์อยู่คู่กับโลกมานานแล้ว
ธรรมชาติจึงสร้าง "ความรัก" แบบสิเนหาราคะกำกับเอาไว้ด้วย

อย่างไรก็ตาม ธรรมชาติได้สร้าง "ความรักแบบสิเนหาราคะ"
ซึ่งเป็นความรักแบบแคบๆ เอาไว้ก็จริง
แต่ในขณะเดียวกัน พัฒนาการแห่งปัญญาในจิตใจของมนุษย์
ก็งอกงามขึ้นตามลำดับ ซึ่งเป็นผลมาจาก "ความเชื่อ" ที่แตกต่างกัน
ความเชื่อที่แตกต่างกันนั่นเอง นำไปสู่การพัฒนาปัญญาที่แตกต่างกัน

ในหมู่มนุษย์บนโลกใบนี้
มนุษย์บางกลุ่มมีปัญญาเพียงพอที่จะจัดการเรื่องราวบนโลก
มีปัญญาเพียงพอที่จะพัฒนาวัตถุเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ตนเอง
แต่ไม่มีปัญญาเพียงพอที่จะกำจัดปัญหาภายในใจของตนเองให้หมดสิ้นไป
ทั้งนี้เพราะ พวกเขาค้นไม่พบ "ต้นตอหรือรากเหง้า" ของปัญหาอย่างแท้จริง
ดังนั้น  ความรักในใจของพวกเขา จึงเป็นความรักที่ยัง "แคบๆ" อยู่
เมื่อเป็นความรักที่คับแคบ ปัญหาที่เกิดเพราะความรักจึงมีมากมาย

แต่ยังมนุษย์อีกกลุ่มหนึ่งมีปัญญามากกว่าที่กล่าวมานั้น
ปัญญาระดับสูงที่พวกเขามี ทำให้พวกเขา
ค้นพบ "ต้นตอหรือรากเหง้า" ของปัญหาในชีวิตจริงๆ
นั่นหมายความว่า พวกเขาค้นพบวิธีจัดการกับความรักแบบสิเนหาราคะ
แม้ว่ามันจะเป็นความจำเป็นพื้นฐานสำหรับมนุษย์ที่จะต้องมีความรักแบบนั้น
แต่พวกเขาก็รู้ดีถึง "ข้อเสีย" ที่ร้ายกาจของมันด้วยเช่นกัน
พวกเขาจึงต้องหาวิธีควบคุมมันให้อยู่ขอบเขตที่จะไม่สร้างปัญหาให้
พวกเขาค้นพบนานแล้ว นานนับเกือบสามพันปีทีเดียว
วิธีควบคุมความรักแบบอยากได้มาครอบครองนั้นให้อยู่ในขอบเขต
ที่พวกเขาค้นพบนั้น เป็นวิธีง่ายๆ แต่มนุษย์หลายคนก็ทำอยาก
วิธีง่ายๆ เหล่านั้นได้แก่
 
๑) จริงใจต่อกัน  ๒) ปรับตัวเข้าหากัน ๓) อดทน และ ๔) เสียสละเพื่อกันและกัน

พร้อมกันนั้น พวกเขาก็ค้นพบ "ความรักแบบกว้างๆ"
ที่เราเรียกกันว่า "รักสากล"
ที่จะช่วยเชื่อมโยง "ใจ" ของสัตว์มนุษย์เข้าด้วยกัน
วันใดที่ "ความรักสากล" นั้นงอกงามขึ้นในใจของมนุษย์ทุกคนได้
วันนั้น โลกนี้จะเป็นโลกที่ "สันติภาพ" หอมกรุ่นกำจาย
มนุษย์เดินทางไปไหนจะไม่ถูกรังแกหรือเบียดเบียนจากมนุษย์ด้วยกัน

สัตว์โลกทุกชนิดทุกประเภท ก็จะปลอดภัยไปด้วย
ความรักสากลนี้ เป็นความรักที่ไม่อยากได้มาครอบครอง
แต่เป็นความรักที่เพียงแค่...มอบไมตรี..ให้อย่างจริงใจเท่านั้น
คำว่า "ไมตรี" ในที่นี้ หมายถึง การอยากให้ผู้ที่ตนเองรักนั้นมีความสุข

เมื่ออยากเห็นหรืออยากให้เขามีความสุข
จึงพร้อมที่จะทำทุกอย่างเพื่อให้เขามีความสุข
เช่นว่า ถูกปฏิเสธเมื่อไปเกิดรักใครแบบสิเนหาราคะเข้า
พอถูกปฏิเสธ แทนที่จะ "ทุกข์อกตรมใจ" วิ่งหาเหล้ามาแก้ทุกข์
เขากลับใช้ยางลบยี่ห้อง่ายๆ คือ "เสียสละ" (เหมือนที่เพลงบางเพลงร้องไว้)
มาสร้างความปกติให้แก่หัวใจของตนเอง

แล้วก็ยินดีกับคนที่ตนรักนั้นไปด้วยใจที่เบิกบาน
ไม่คิดไปแย่งชิง หรือ สร้างกลลวงอุบายใดๆเพื่อให้ได้มา
แต่ยอมรับความจริงว่า ความรักบังคับใจกันไม่ได้
แล้วก็ทำหน้าที่ของตนเองที่มีอยู่ต่อไปด้วยใจเป็นสุข  
อย่างนี้เรียกว่า มีรักแบบกว้างๆ ในดวงใจ

เป็นไงบ้าง อ่านเรื่อง "รักแคบๆ รักกว้างๆ" ของผู้เขียนแล้ว
พอตามความคิดทันใช่ไหม ?
พอเข้าใจความหมายของสองรักนั่นใช่ไหม?

สรุปในตอนท้ายนี้ง่ายๆว่า
รักแคบๆ (สิเนหาราคะ)แม้ว่าจะจำเป็นต่อเผ่าพันธุ์มนุษย์บนโลก
แต่รักกว้างๆ (ไมตรีจิตแท้ๆ) จำเป็นต่อโลกนี้มากกว่า
มีรักแบบแคบๆ ได้ แต่ในขณะเดียวกัน ก็ต้องมีรักแบบกว้างๆให้มากด้วย


ถ้าท่านเห็นแก่ความรักแบบสิเนหาราคะ โดยไม่ควบคุม
ความรักของท่านจะคับแคบและเห็นแก่ตัว
แต่ถ้าท่านมีวิธีการควบคุมไว้ด้วย
ความรักแบบกว้างๆ ท่านก็สร้างมันขึ้นได้ไม่ยาก

...มนพล...

๑๒  กุมภาพันธ์  ๒๕๕๓
 

โดย มนพล

 

กลับไปที่ www.oknation.net