วันที่ เสาร์ มิถุนายน 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

IGLOO นาฬิกาแฟชั่นสายพันธุ์ Retro


กระแสแฟชั่นย้อนยุค แผ่สีสันให้พอจี๊ดจ๊าดอยู่ทุกหัวระแหง แม้จะผ่านมากี่ยุคกี่สมัย แต่แฟชั่นยุค 60-70 ยังคงความคลาสสิกไม่เสื่อม จุดไอเดียผู้ประกอบการเลือดใหม่ ดีไซน์นาฬิกา "IGLOO" เอาใจสาวก Retro ขนานแท้

กองทัพนาฬิกาตกแต่งผนัง สีสันสดใส ดีไซน์เฉียบ ของร้าน "IGLOO" (อิ๊ก-กลู) สวนลุมไนท์บาซาร์ ดึงดูดสายตาขาช้อปกระเป๋าหนัก และนักท่องเที่ยวต่างชาติ  ได้ชะงัก ตั้งแต่แวะเยี่ยมชม ซื้อติดไม้ติดมือ เป็นของขวัญของฝาก จนถึงรับไปขายต่อในต่างประเทศ สร้างตลาดใหม่ได้งดงาม ทั้งในเอเชียและยุโรป

      หากใครจะไปคิดว่า เบื้องหลังความไม่ธรรมดาของ "IGLOO" จะมีที่มาจากวัสดุที่ไม่คาดคิด อย่าง “ฝาหม้อแก้วเนื้อแข็ง” ไอเดียล้วนๆ ที่สร้างแวลูให้ของใช้ในครัวกลายเป็นเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้านได้อย่างเยี่ยมยอด

"พชร ธนพัชรศิริ" เจ้าของร้านนาฬิกา แบรนด์ "IGLOO" เปิดกรุความลับให้เราฟังว่า นาฬิกาทรงโค้งที่เห็น เป็นแก้วเนื้อแข็ง ที่ใช้สำหรับทำฝาหม้อ ผลิตภัณฑ์จากธุรกิจของครอบครัว ที่ขายพวกอะไหล่ฝาหม้อเป็นทุนเดิม 

      จนประมาณ 3 ปี ที่ผ่านมา พี่ชายซึ่งเป็นนักออกแบบตกแต่งภายใน นึกครึ้มอกครึ้มใจ ลองเอาฝาหม้อมาทำเป็นนาฬิกาตกแต่งบ้าน ด้วยการพ่นสี ใส่ลวดลาย Retro ตามแฟชั่นยุค 60-70  ในแบบที่เขาชอบ จนได้ผลงานที่โดดเด่นด้วยการเล่นสีสันแปลกตา

      ผลงานเก๋ไก๋ ไม่ได้ถูกเก็บไว้ชื่นชมแต่ในบ้าน เมื่อ “พชร” ซึ่งเปิดร้านขายเสื้อผ้าอยู่ที่สวนลุมไนท์บาซาร์ ได้นำนาฬิกาของพี่ไปแขวนโชว์ที่ร้าน สิ่งที่พบหลังจากนั้น คือความสนใจของผู้คน ที่แวะเวียนมาไถ่ถาม และขอซื้อกันเยอะมาก  โอกาสจากปลายเข็มนาฬิกา จุดไอเดียธุรกิจใหม่ขึ้นทันที

      “สิ่งที่เราพบคือ ช่องทางตลาด ถ้าความสนใจมี สามารถทำเป็นธุรกิจได้”

     หลังพบโอกาสใหม่ พวกเขาก็กลับมาพัฒนาตัวสินค้าอีกครั้ง เพื่อสร้างให้มันเป็นผลิตภัณฑ์ที่แตกต่าง ไม่เหมือนใคร หลังจากที่นาฬิกาจากประเทศจีน เข้ามารุกรานตลาดไทยมากขึ้น แนวทางสำคัญคือทำอย่างไรก็ตาม ให้ผลงานมี "ความยาก"  ไม่ง่ายที่ใครจะเลียนแบบ

      "ชิ้นงานของเราจะมีความยากมาก เลียนแบบได้ยาก โดยเฉพาะขั้นตอนการทำสี ซึ่งเราเน้นการเล่นสี มันต้องค่อยๆ ทำทีละสี โดยใช้แอร์บรัสท์ พ่นเหมือนทาสีรถยนต์ โดยมันจะเป็นงานแบบชิ้นต่อชิ้น ไม่มีการทำบล็อก เพราะมันเป็นแก้วลักษณะโค้งทำยาก และความยากของงานนี่แหล่ะ ที่ทำให้นาฬิกาของเราไม่เหมือนใคร”

      ความยากของเนื้องานทำให้ต้องใช้เวลาทำต่อชิ้นหลายชั่วโมง ซึ่งปัจจุบันมีคนทำอยู่เพียง 2 คน  ทำได้วันละ 12 เรือน  หรือเดือนละประมาณ 260 เรือน เท่านั้น

      แม้จะใช้เวลาในการทำนาน แต่กับราคาขายที่เรือนเล็ก 950 บาท  เรือนใหญ่ 1,500 บาท  ขายในห้างก็อัพราคาเป็น 1,200 บาท สำหรับเรือนเล็ก และเรือนใหญ่ 1,800 บาท จากต้นทุนรวมค่าแรงอยู่ที่ประมาณ 40-50%

      ในระดับของราคาที่เน้นขายงานดีไซน์เป็นหลักเพื่อรองรับลูกค้าต่างชาติ โดยเฉพาะขาช้อปจากสวนลุมไนท์บาซาร์ ที่หลั่งไหลมาจากทั้งยุโรปและเอเชีย รวมถึงลูกค้าคนไทยกระเป๋าหนักที่ชื่นชอบงาน Retro เลือกซื้อหาเพื่อไปตกแต่งบ้าน ร้านอาหาร ห้องพัก ให้สวยเก๋ไม่ซ้ำแบบใคร

      สำหรับคนที่อยู่ในวงการ Retro  "พชร" บอกเราว่า ทุกวันนี้กลุ่มคนที่ชอบแฟชั่นย้อนยุค ยังมีอยู่กว้างมาก ตั้งแต่ "รุ่นเด็ก" ไปจนถึง "รุ่นดึก" โดยดูได้จากกระแสตอบรับหลังนำชิ้นงานออกวางขาย ซึ่งได้รับการต้อนรับจากลูกค้าอย่างดี โดยเฉพาะลวดลายที่เป็นลายจุดและ แบบใส ที่ลูกค้าจะให้ความนิยมสูงสุด ส่งผลให้ยอดขายในเดือนที่ขายดี  ขึ้นไปถึงกว่า 100 ชิ้น

      ขณะที่ลูกค้าบางคนเริ่มเห็นโอกาสที่จะนำสินค้าประเภทนี้ไปขายในต่างประเทศ จึงติดต่อกันเป็นธุรกิจ ซึ่งเขาบอกว่า ที่ผ่านมามีลูกค้านำสินค้า  "IGLOO" ไปขายในหลายประเทศแล้ว ทั้งแถบเอเชีย และยุโรป เช่น สิงคโปร์, มาเลเซีย และ ไต้หวัน ส่วนฟากยุโรป ได้แก่ ฝรั่งเศส และ เยอรมนี รวมถึงโอกาสในประเทศใหม่ๆ ที่ยังมีมาอย่างต่อเนื่องด้วย 

      ขณะที่ตลาดต่างประเทศยังงดงาม แต่ในบ้านเราเองหลังเผชิญหน้ากับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ ทำให้ยอดขายในร้านได้รับผลกระทบตามไปด้วย

      สิ่งที่พวกเขาทำคือหาช่องทางใหม่สร้างโอกาสให้ตัวเอง โดยการเข้าไปในช่องทางขายใหม่ๆ อย่าง ห้างสรรพสินค้า ที่รวมบรรดาคนมีกำลังซื้อ และนักท่องเที่ยวต่างชาติ ไว้มากมาย ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของพวกเขา โดยเริ่มที่เซ็นทรัลเวิลด์ และจะนำเข้าร้าน ลอฟท์ โดยราคาจะสูงขึ้นอีก เป็น เรือนเล็ก 1,800 บาท เรือนใหญ่ 1,200 บาท

      “ตลาดทุกอย่างในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ต้องปรับตัว เราเองเลือกที่จะเพิ่มช่องทางจำหน่ายใหม่ๆ ขึ้นมา  จะไปยึดหน้าร้านที่เดียวไม่ได้แล้ว เป้าหมายของเราคือเข้าห้างเป็นหลัก โดยการเลือกห้างนั้น ก็ดูว่าเราจะขายใคร ซึ่งเราเล็งลูกค้าต่างชาติ และกลุ่มคนที่มีกำลังซื้อ”

     ผลพลอยได้จากการขยายช่องทางจัดจำหน่าย คือโอกาสที่จะทำให้แบรนด์  “IGLOO” ติดหูติดตาคนมากขึ้น ซึ่งนั่นจะส่งผลต่อการเป็นแบรนด์ในตัวเลือก เป้าหมายของทุกผลิตภัณฑ์ สำหรับ “พชร” เขาบอกเราว่า การเลือกสร้างแบรนด์ขึ้นมา พร้อมๆ กับการขายสินค้า ก็เพื่อให้คนเลือกซื้อสินค้าของพวกเขาได้ “ถูกตัว” นั่นเอง

      “ตอนจะตั้งชื่อก็อาศัยเปิดดิกชันนารีเอา แล้วเจอคำนี้ “IGLOO” (อิ๊ก-กลู) มันแปลว่า กระท่อมน้ำแข็ง ของพวกเอสกิโม ซึ่งก็ไม่ได้มีความหมายอะไรเกี่ยวกับสินค้าหรอก แต่แค่ชอบชื่อนี้ ซึ่งผมมองว่า แบรนด์มันมีความสำคัญกับตัวสินค้านะ เพราะถ้าสินค้าไม่มีแบรนด์ ก็เหมือนผงชูรส เหมือนน้ำตาลที่ขายใส่ถุง แต่ถ้าเรามีแบรนด์ ลูกค้าก็จะสามารถเลือกซื้อสินค้าเราได้ถูก โดยเฉพาะของพวกนี้มันเป็นการเจาะจงซื้อ ไม่ใช้ของที่เขาจะซื้อได้บ่อยๆ เรื่องแบรนด์จึงมีความสำคัญมาก”

      นอกจากแผนการขยายตลาด ตอกย้ำแบรนด์ให้คุ้นหู พวกเขายังมองที่จะพัฒนาสินค้า โดยจะเพิ่มไลน์โปรดักท์ คือยังคงคอนเซปต์ลายเรโทไว้ แต่แตกไปทำพวกของตกแต่งบ้านอื่นๆ ด้วย เช่น  หมอน โซฟา เฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้าน เป็นต้น

      กับเงินลงทุนในธุรกิจประสามือใหม่ที่ ประมาณ 100,000 บาท และแม้ปัจจุบันยังต้องมีการลงทุนอย่างต่อเนื่อง แต่เมล็ดพันธุ์ที่หว่านไว้ ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ก็ทำให้พวกเขา "ตั้งหลัก ปักฐาน" ได้ด้วยผลจากไอเดียย้อนยุค “IGLOO”

...........................

Key to success

นาฬิกาแฟชั่นสายพันธุ์ Retro

๐ ทำชิ้นงานให้ยาก แตกต่าง ไม่ซ้ำใคร

๐ เจาะลูกค้ากระเป๋าหนัก ขาช้อปต่างชาติ

๐ "เข้าห้าง" ขยายช่องทางขายใหม่

๐ ปั้นแบรนด์ "IGLOO" ให้ติดหู

๐ หาโอกาสแตกไลน์โปรดักท์ ขยายตลาด

จีราวัฒน์ คงแก้ว

โดย BizBlog

 

กลับไปที่ www.oknation.net