วันที่ เสาร์ กุมภาพันธ์ 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ความรักของนายกอภิสิทธิ์ เนื่องในวันแห่งความรัก


 หลังจากที่นายกอภิสิทธิ์ได้เป็นนายกคนที่ 27 ของประเทศไทยข่าวเรื่องความรักของท่านจะเป็นอย่างไร จะเหมือนในบทภาพยนตร์รัก ๆ หรือเปล่าติดตามได้ว่า ความรักของนักเรียนนอกที่ ได้กลับมาเยี่ยมบ้านเกิดที่ประเทศไทย จนกระทั่งได้พบเพื่อนนักเรียนสมัยเรียนประถมแต่เรียนกันคนละห้อง เรื่องราวจะเป็นอย่างไรเชิญติดตามข้อมูลได้ดังต่อไปนี้ และขอชื่นชมคู่ชีวิตของท่านนายกที่รักการเรียน จนได้เป็นอาจารย์มีลูกศิษย์มากมายครับ  สยาม 1932 รายงานอีก 37 นาทีจะถึงวันแห่งความรักขอให้นายกอภิสิทธิ์มีความสุขเนื่องในวันแห่งความรัก และวันขึ้นปีใหม่จีนครับ สยาม 1932 รายงาน


          พิมพ์เพ็ญ เวชชาชีวะ

 

Pimpen Vejjajiva - The Marriott Courtyard Hotel, Pittsburgh.jpg

เกิด

5 สิงหาคม พ.ศ. 2507 (อายุ 45 ปี)

สัญชาติ

ไทย

อาชีพ

อาจารย์

คู่สมรส

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

บุตร

ปราง เวชชาชีวะ
ปัณณสิทธิ์ เวชชาชีวะ

บิดา มารดา

ศ. (พิเศษ) พงศ์เพ็ญ ศกุนตาภัย
นางประพาพิมพ์ ศกุนตาภัย


เกิด 5 สิงหาคม พ.ศ. 2507 (อายุ 45 ปี)
 
สัญชาติ ไทย
อาชีพ อาจารย์
คู่สมรส นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
บุตร ปราง เวชชาชีวะ
ปัณณสิทธิ์ เวชชาชีวะ
บิดา มารดา ศ. (พิเศษ) พงศ์เพ็ญ ศกุนตาภัย
นางประพาพิมพ์ ศกุนตาภัย
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พิมพ์เพ็ญ เวชชาชีวะ (5 สิงหาคม พ.ศ. 2507 - ) สกุลเดิม ศกุนตาภัย ภริยานายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี คนที่ 27 ของประเทศไทย และ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

                                              เนื้อหา
1 ประวัติ
2 ผลงาน
3 อ้างอิง
4 ดูเพิ่ม
 

                                               ประวัติ
                พิมพ์เพ็ญ มีชื่อเล่นว่า "แตงโม" (แต่มักเรียกสั้น ๆ ว่า แตง) เป็นบุตรสาวของ ศาสตราจารย์ (พิเศษ) พงศ์เพ็ญ ศกุนตาภัย อดีตอาจารย์ประจำภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กับนางประพาพิมพ์ ศกุนตาภัย (สกุลเดิม: สุวรรณศร) อดีตผู้ช่วยผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย จบการศึกษาระดับประถมศึกษาจากโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระดับปริญญาตรี จาก คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระดับปริญญาโทและปริญญาเอก สาขาวิชาคณิตศาสตร์ จาก คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

                ในปี พ.ศ. 2531 หลังจาก พิมพ์เพ็ญ สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี เธอได้สมรสกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งเป็นเพื่อนนักเรียนชั้นประถมศึกษาที่โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเธอได้ติดตามนายอภิสิทธิ์ไปยัง เมืองออกซ์ฟอร์ด ประเทศอังกฤษ ในช่วงที่นายอภิสิทธิ์ ศึกษาต่อในระดับปริญญาโท สาขาเศรษฐศาสตร์ โดยใช้ชีวิตอยู่ในประเทศอังกฤษเป็นระยะเวลา 2 ปี หลังจากกลับมาใช้ชีวิตในประเทศไทย ทั้งคู่มีบุตรด้วยกัน 2 คน คือ ปราง เวชชาชีวะ (บุตรสาว) กับ ปัณณสิทธิ์ เวชชาชีวะ (บุตรชาย)

                พิมพ์เพ็ญ ได้ประกอบอาชีพทันตแพทย์ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง หลังจากนั้นในปี 2539 เธอได้เข้าศึกษาต่อระดับปริญญาโท สาขาคณิตศาสตร์ ณ ภาควิชาคณิตศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นวิชาที่เธอรักมาตั้งแต่เยาว์วัย เธอสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทนี้ด้วยผลการเรียนเฉลี่ย 4.00 ซึ่งทำให้เธอได้รับรางวัลมูลนิธิศาสตราจารย์ ดร.แถบ นีละนิธิ เนื่องจากเป็นผู้สอบได้คะแนนยอดเยี่ยมในหลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาคณิตศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประจำปี 2541 และได้รับการบรรจุให้รับราชการ ตำแหน่งอาจารย์ สังกัดภาควิชาคณิตศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในปีเดียวกัน และสำเร็จการศึกษา ระดับปริญญาเอก สาขาคณิตศาสตร์ เมื่อปี 2546

              ปัจจุบัน ดร. พิมพ์เพ็ญ เวชชาชีวะ ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ สาขาคณิตศาสตร์ ประจำภาควิชาคณิตศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

                                            ผลงาน
 ส่วนนี้รอเพิ่มเติมข้อมูล คุณสามารถช่วยวิกิพีเดียไทยได้โดยการเพิ่มเติมข้อมูลในส่วนนี้

A Lambda-Calculus with Patterns, with Dr. Mark E. Hall: Proceedings of the International Conference on Algebra and Its Applications (2002).
A Direct Proof of Strong Normalization for Full Constructive Second-Order Logic: Southeast Asian Bulletin of Mathematics (2004) 28: 887-902.
Abbreviation Templates: Southeast Asian Bulletin of Mathematics (2006).
A Note on the Existence of the Integers and Rationals, with Athipat Thamrongthanyalak: ScienceAsia (2009) 35: 386-399.
A Simple Proof of Silver’s Theorem, with Athipat Thamrongthanyalak: Journal of Mathematics Research (2010), to appear.

           หลังเพื่อนนักเรียนประถมฯ ต่างห้อง อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กับพิมพ์เพ็ญ ศกุนตาภัย ได้มาเจอกันในงานเลี้ยงรุ่นเพื่อนสาธิตจุฬาฯ ขณะนั้นหนุ่มมาร์คอยู่ในช่วงพักรอมหาวิทยาลัยเปิด ข้างสาวพิมพ์เพ็ญกำลังเรียนอยู่ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แค่มองตาทั้งคู่ก็รู้ใจและตัดสินใจคบหากันผ่านจดหมายข้ามทวีป ถึงขนาดส่งกันวันเว้นวันเลยทีเดียว และได้โทรศัพท์คุยกันสัปดาห์ละครั้ง (เพราะค่าโทรแพง) เมื่อเรียนจบปริญญาตรีจากเมืองนอกหนุ่มมาร์คก็มาเป็นทหาร (เป็นอาจารย์สอนโรงเรียนนายร้อย) รอสาวพิมพ์เพ็ญซึ่งกำลังเรียนทันตแพทย์อยู่ชั้นปีที่ 6 ก่อนจะตัดสินใจแต่งงานกันหลังสาวเจ้าเรียนจบ และหนุ่มมาร์คกำลังจะเดินทางไปเรียนปริญญาโทต่อที่ต่างประเทศ ทั้งคู่สมรสกันเมื่อปี พ.ศ. 2531 มีทายาท 2 คน คือ ปราง เวชชาชีวะ (บุตรสาว) กับ ปัณณสิทธิ์ เวชชาชีวะ (บุตรชาย) ครั้นเอ่ยถามว่า "จดหมายรัก" ทั้งหลายยังอยู่ไหม นายกฯ หนุ่มตอบเขินๆ ว่า "เก็บอยู่ แต่ว่าบ้านรกมาก ไม่รู้จะหาเจอหรือเปล่า (หัวเราะ)" ไปช่วยกันหาดีไหมเนี่ย...

ในที่สุดก็ได้แต่งงานกัน  นะครับ และได้ลูกที่น่ารัก เรียนหนังสือเก่งเหมือนคุณพ่อคุณแม่ครับ  เยาวชนไทยน่าเอาเป็นตัวอย่าง ครับ  ร่วมยินดีกับความสุขครับ

 ภาพครอบครัวที่สมบูรณ์และน่ารักครับ
 

 

มารู้จัก..ลูกสาวนายกฯ มะปราง เวชชาชีวะ กันเถอะ

ผิดกันชนิดที่เรียกว่าหน้ามือเป็นหลังมือสำหรับเจ้าของตำแหน่งลูกสาวนายกรัฐมนตรีคนล่าสุด ซึ่งที่ผ่านๆ มาบรรดาลูกสาวลูกชายของนายกรัฐมนตรีต่างดูเริ่ดหรู ไฮโซเสียเป็นส่วนใหญ่ แต่สำหรับลูกสาวของนายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มะปราง นางสาวปราง เวชชาชีวะ อายุ 18 ปี ดูจะไม่เข้าคอนเซ็ปท์ข้างต้นเพราะตัวตนของเธอเรียบง่าย แต่ก็น่าสนใจไม่น้อย

สัมภาษณ์ลูกสาวคนเก่งของท่านนายกอภิสิทธิ์

มะปราง เวชชาชีวะ ลูกสาวนายกอภิสิทธิ์


มะปราง เวชชาชีวะ

1 วันเต็มๆ ที่ขอเป็นเงาของลูกสาวนายกฯ ทำให้ได้รู้จักเธอมากขึ้น

เริ่มตั้งแต่เช้า ปรางในชุดนิสิต เสื้อสีขาวตัวโคร่ง กระโปรงพลีทสีกรมท่ายาวเลยเข่า รองเท้าสีขาว ไหล่ขวาสะพายกระเป๋าใส่ของสีดำ ไหล่ซ้ายสะพายกระเป๋าใส่กระดานสเก๊ตช์ ก้าวเข้ามาในตึกคณะศิลปกรรมศาสตร์ คณะเรียนที่ปรางบอกด้วยรอยยิ้มเล็กๆ ว่า "ดีใจที่ได้เรียนในสิ่งที่ชอบ อีกทั้งยังเป็นสิ่งที่สามารถเอาชนะพ่อกับแม่ได้" แล้วก็หัวเราะออกมาอย่างสดใส

จากวันแรกที่ใช้ชีวิตนิสิตในรั้วจามจุรี ผ่านมา 4 อาทิตย์ "เฟรชชี่คณะสินกัม" สาขาทัศนศิลป์คนนี้ปฏิบัติตัวไม่ต่างไปจากนิสิตคนอื่น กลางวันตั้งอกตั้งใจเรียนหนังสือ พอตกเย็นก็เข้าร่วมกิจกรรมรับน้องกับเพื่อนๆ ในคณะ

"ช่วงนี้เหนื่อยสายตัวแทบขาด" ปรางบ่นอุบแบบติดตลก "ที่นี่เรียนหนักมาก งานเยอะ แต่ทำไงได้ ก็ชอบวิชานี้" เธอสรุปสั้นๆ

แค่คำว่า "ชอบ" คงบอกความเป็น "เด็กอาร์ต" ของสาวคนนี้ไม่ได้ทั้งหมด

ในวิชาดรออิ้ง ปรางนั่งขัดสมาธิอยู่กลางห้อง ตั้งหน้าตั้งตาวาดภาพเหมือนหุ่นนิ่ง ที่จัดวางอยู่บนโต๊ะ มีทั้งผลไม้และสิ่งของต่างๆ เธอยกดินสอไม้ขึ้นเล็งเพื่อวัดสัดส่วนของหุ่นนิ่งที่จะวาด แล้วบรรจงจรดปลายดินสอวาดลงบนกระดาษด้วยความมั่นใจ เพียงไม่นาน ภาพร่างคร่าวๆ ก็เสร็จสมบูรณ์

"ไม่คิดว่าตัวเองเป็นเด็กอาร์ตอะไร ก็เหมือนเด็กธรรมดาทั่วไป ที่รักความเป็นส่วนตัว ไม่ชอบเป็นจุดสนใจ ยิ่งตอนนี้ ยิ่งวางตัวลำบาก เพราะพ่อเป็นนายกฯ ไปไหนมาไหนก็มีแต่แสงแฟลชจากกล้องนักข่าว มีแต่คนสนใจ รู้สึกกดดันพอสมควร แต่ก็พยายามเป็นตัวของตัวเอง"

เข้าทำนอง "ทำใจได้" ??

"ทำใจไม่ได้ก็ต้องทำใจ เขาเรียกปลง! (หัวเราะ) แต่ถ้าไม่มีใครสนใจเลยก็ดีเหมือนกัน" สรุปแบบกระชับๆ บนโต๊ะอาหารในโรงอาหารคณะอักษรฯที่เธอมักจะจูงมือเพื่อนสนิท 2-3 คนไปรับประทานอาหารเที่ยงทุกวัน เมนูโปรดของลูกสาวนายกฯ คือ ข้าวเหนียวไก่ทอด ปรางบอกว่า "อร่อยเด็ด กินได้ทุกวันไม่มีเบื่อ"


มะปราง เวชชาชีวะ

เพราะรักความเป็นส่วนตัว ในมหาวิทยาลัยเธอจึงพยายามทำตัวให้กลมกลืนกับนิสิตคนอื่นๆ ที่สุด
"ถ้าไม่มีใครบอกว่า มะปรางเป็นลูกนายกฯ พวกเราก็ไม่รู้ค่ะ มะปรางไม่เคยพูดเรื่องครอบครัวให้พวกเราฟังเลย แถมยังเรียบร้อย คุยเก่ง บ้าเกาหลี โดยเฉพาะวงดงบังชิงกิ วาดรูปเก่งมากด้วย ให้ความร่วมมือทำกิจกรรมทุกอย่าง ไม่เคยถือตัวว่าเป็นลูกนายกฯเลย" แพรและแนนเพื่อนห้องเดียวกันบอก

รวมทั้งกิจกรรมรับน้อง!! ที่ทุกเย็นเธอต้องมารวมตัวกับเพื่อนๆ ทำกิจกรรมด้วยความเต็มใจ ทั้งที่ออกปากยอมรับว่า...

"เหนื่อยมาก แต่คิดว่าเป็นการฝึกความอดทนในตัวเรา เมื่อก่อนเบื่อ เพราะโหดเกินไป แต่พอเปรียบเทียบกับที่อื่น ที่นี่เบากว่าเยอะรับน้องเป็นกิจกรรมที่ดี ทำให้รุ่นน้องรักกัน แต่ในความคิดปราง การทำให้คนรักกันไม่จำเป็นต้องโหด ต้องดุมากๆ ก็ได้ เพราะถึงไม่ทำแบบนี้ น้องๆ ก็รักกันได้"

แม้เกือบทั้งวันจะแน่นเอี้ยดไปด้วยการเรียนและกิจกรรม แต่พ่อลูกก็ยังรักกันเหนียวแน่น

"เราจะโทรศัพท์คุยกันบ่อยๆ และถ้าวันไหนว่าง เราก็จะไปรับประทานอาหารนอกบ้านด้วยกัน เวลาปรางเหนื่อยหรือท้อ พ่อก็จะให้กำลังใจว่า สู้ๆ นะลูก สู้ๆ กับทุกเรื่อง ปรางก็พยายามสู้นะ ไม่อยากเอาภาระไปให้พ่อเหนื่อยมากอีก เพราะงานที่พ่อทำ พ่อก็เหนื่อยมากแล้ว"

เห็นคุณพ่อทำงานเหนื่อยอย่างนี้ ไม่รู้จะยังอยากให้คุณพ่อเป็นนายกรัฐมนตรีต่อไปอีกไหม?

"แล้วแต่พ่อ...เพราะตอนนี้พ่อกำลังทำงานเพื่อประเทศ ก็อยากให้กำลังใจพ่อว่า สู้ๆ กับทุกเรื่อง เหมือนที่พ่อให้กำลังใจปราง" แววตาและน้ำเสียงมุ่งมั่น

ส่วนเธอ..."ขอเป็นลูกไม้ไกลต้น" ไม่ขอเจริญรอยตามอาชีพนักการเมืองเหมือนคุณพ่อ ส่วนจะเดินตามรอยคุณแม่แตงโม หรือนางพิมพ์เพ็ญ เวชชาชีวะ เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยหรือไม่นั้น ขอคิดดูก่อนอีกหลายตลบ แต่ที่แน่ๆ ต่อไปนี้อีก 4 ปีจะขอตั้งใจเรียนให้ดีที่สุดก่อน เพื่ออนาคตที่ดีในวันข้างหน้า

เป็น 1 วันที่ทำให้ได้รู้จักนางสาวปราง เวชชาชีวะ มากยิ่งขึ้น เธอน่ารักไม่เบาทีเดียว!

ที่มา-วิกิพีเดีย  และภาพจากอินเตอร์เน็ต ขอบคุณครับ

โดย SIAM1932

 

กลับไปที่ www.oknation.net