วันที่ อาทิตย์ กุมภาพันธ์ 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ฝนหนาวสาวครวญ (ตอบ tag น.ส.คะน้า วันแห่งความรัก)


                                  ปกแผ่นเสียง  ใช้รูปคุณเพชรา เชาวราษฎร์

          ผมถูก tag เพลงรักลูกทุ่ง  ต้อนรับเดือนแห่งความรัก  จากทั้งหมด 3 ท่าน  ผมทยอยทำการบ้านเรียงตามคิวไปแล้วสอง..เหลืออีกหนึ่งที่เคยรับปากจากต้นทาง "น.ส.คะน้า" ว่า  เพลงนี้จะมาตรงวันแห่งความรักเลย  บังเอิญวันนี้  ติดภารกิจ "เดินสายแต๊ะเอีย" (เป็นช่วงที่รู้สึกเรามีหลานเยอะดีจัง) และนำส้มไปอวยพรท่านผู้อาวุโสอยู่หลายบ้าน  กว่าจะเข้าบ้านก็จวน 3 ทุ่ม  เหลือเวลาอีกไม่กี่นาทีแล้ว..

          เพลงนี้ผมมีข้อมูลไม่มากนัก  แต่เป็นเพลงที่คิดถึงเป็นเพลงแรกหลังจากได้รับ 3 tag ไปไหว้วานคุณลูกเสือหมายเลข 9 ช่วยเตรียมเพลงให้หลายวันแล้ว  กะเก็บไว้ให้คุณคะน้าคนเดียว

          ในบรรดาเพลงลูกทุ่งหญิงที่ตัวเองมักร้องติดปาก  มีอยู่ไม่กี่เพลง เช่น เหมือนข้าวคอยเคียว (เพลินพิศ พูนชนะ),  ชาตินี้เรารักกันไม่ได้ (เรียม ดาราน้อย) และ "ฝนหนาวสาวครวญ" (ผ่องศรี วรนุช) ซึ่งเป็นเพลงเศร้าทั้งหมด  แต่เพลงของป้าผ่องนั้น  มีจังหวะไม่บีบรันทดเหมือน 2 เพลงแรก  จะให้สาวรุ่นอย่างคะน้าทั้งที  ก็ไม่อยากให้ฟังแล้วระทดท้อจนอกตรม  เนื้อหาในเพลง..ชัดเจนว่าระบายถึง "ความหนาวจากข้างใน" ที่เกิดจากยังไร้คู่ครองตอนหน้าฝน  ถ้าคุณคะน้า "มีหวานใจแล้ว" ก็คิดเสียว่าฟังหนุกๆนะ

          "หรือจะต้านความหนาวข้างใน" ..ผมไม่เคยเป็น  แต่คงทรมานกว่าหนาวจากภายนอก  "ครั้งเมื่อเราเคล้าคู่อยู่สอง ไม่คิดหมองหม่นเลย" ..หนาวที่เคยมีคู่  จะหนาวกว่าสาวที่ไม่เคยมีคู่เลย  "ท้องฟ้าคงมัวและมืดไป มองแล้วเรายิ่งเศร้าฤทัย" ..อกฉันมืดมัวกว่าท้องฟ้า..ว่างั้นเถอะ  "ยามหนาวไม่มีใครตระกอง"..คนเหงามองดอกไม้สีสดแย้มบาน..หน้ายังเฉา

          ทุกช่วงหน้าฝนผมจะหยิบเพลงนี้มาฟัง (ขออภัยมาเขียนในหน้าร้อน)  ฟังแล้วนึกถึงเสียงอึ่งเสียงเขียดคราหน้าฝน  คิดถึงเสียงนั้นมาก  เสียงที่ถูกพื้นคอนกรีตกลบหายไป  เป็นเพลงที่ฟังแล้ว "กัดเซาะ" ถึงใจสาวเปลี่ยว  หรือสาวอย่างนางเอกใน "รถไฟฟ้ามาหานะเธอ" ..สาวที่จำนอนคุยกับหมอนข้าง  เริงร่ากับผ้าห่มวันแล้ววันเล่า..โดยที่มันไม่อาจช่วยอะไรได้  เมื่อถูกลมหนาวโจมตี..ถึงแก่นใจ

          ของแบบนี้ไม่โดนเข้ากับใครไม่รู้สึก นั่งฟังเพลงเคลิ้มๆ โยกตัวอยู่ดีๆ  บางทีน้ำตาไหลไม่รู้ตัว.. สงสารตัวเองน่ะ!

          "ขอให้ทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมบล็อกนี้  สุขสันต์วันแห่งความรักนะครับ  จะมีคนรู้ใจหรือไม่..ก็ขอให้ไปไหนๆมีแต่คนรักคนชอบ"

          ปล. มีข่าวหนึ่งซึ้งสะเทือนใจมาก  ตา-ยายขายกล้วยปิ้งอยู่แถวตลาดเจ้าพรหม  เทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา  ตาจรูญ แสงอินทร์ อายุ 85 ปี  เข็นรถที่ยายทวน แสงอินทร์ อายุ 80 ปี เมียรักที่เส้นโลหิตในสมองแตก  เป็นอัมพาตมา 6 ปี  มาช่วยกันขายกล้วยปิ้ง

          แต่ 2 เดือนผ่านมา  ไม่มีใครเห็นยายทวนอีก  มีแต่ตาจรูญเข็นรถที่ยาย (เคย) นั่งมาขายกล้วยปิ้งเท่านั้น  ตาบอกว่ายายตายไปแล้วด้วยโรคชรา..ตลอด 2 เดือนที่ไม่มียาย..ตาทรมานมาก  อยากฆ่าตัวตายแต่กลัวบาป  เพราะสมัยบวชพระท่านสอนไว้  ที่เข็นรถของยายมาขายของด้วยทุกวันนั้น  เพื่อคลายเหงา..คลายความคิดถึง  ตาพกรูปของยายติดตัวเสมอ  เพราะเชื่อว่ายายยังอยู่ใกล้ๆ

          นักข่าวถามตาจรูญเกี่ยวกับวันแห่งความรัก  ตาบอกไม่รู้จักวันวาเลนไทน์  แต่ก็พอทราบว่าเป็นวันแห่งความรัก  "สำหรับตาแล้วไม่มีวันแห่งความรัก  เพราะทุกวินาที..ทุกนาที..ทุกชั่วโมง..ทุกวัน..ทุกปีและทั้งชาติ  ตารักยายเสมอ  มียายเป็นเมียนั้น  ถือว่าดีที่สุดในชีวิตของตาแล้ว"

                                        ฝนหนาวสาวครวญ                                      คำร้อง/ทำนอง  พิพัฒน์ บริบูรณ์                       ผ่องศรี วรนุช  ขับร้อง

ยามย่างเข้าสู่เขตฤดูฝนพรำ  ตกกระหน่ำเสียจนพร่างพราว  ฝนก็พรมซ้ำลมก็หนาว  ยิ่งคิดสาวเปลี่ยวใจ  ยามเมื่อสายฝนพรำลงมา  ท้องฟ้าคงมัวและมืดไป  มองแล้วเรายิ่งเศร้าฤทัย  ยามหนาวไม่มีใครตระกอง

ครวญคร่ำพร่ำบนยามเมื่อฝนพร่างพราว  จิตยิ่งผ่าวนึกถึงคู่ครอง  ครั้งเมื่อเราเคล้าคู่อยู่สอง  ไม่คิดหมองหม่นเลย  ลมยิ่งหนาวสาวก็ยิ่งตรม  ขื่นขมระทมไร้คู่เชย  ครวญถึงคำที่ร่ำพิเปรย  เธอได้เคยรำพันจากใจ

ถึงแม้จะมี..ผ้าห่มกันหนาวร้าวราน  หรือจะต้านความหนาวข้างใน  ดังเหมือนมีเธอคู่ฤทัย  คงจะไม่มาอาวรณ์

ยามย่างเข้าสู่เขตฤดูฝนพรำ  ตกกระหน่ำเสียจนเปียกปอน  หนาวหัวใจได้แต่กอดหมอน  เฝ้าทอดถอนอุรา  คอยให้ฝนหายพรำคงนาน  สะท้านฤทัยไม่สร่างซา  ลมฝนเย็นกระเซ็นพัดมา  ใครหนอที่จะมาอุ่นไอ

โดย Kanok

 

กลับไปที่ www.oknation.net