วันที่ จันทร์ กุมภาพันธ์ 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ชาวไทยปลื้มปีติ สมเด็จพระเทพฯ มิตรดีที่สุดในโลกของจีน


ชาวไทยปลื้มปีติ สมเด็จพระเทพฯ มิตรดีที่สุดในโลกของจีน


        เมื่อวานนี้ (14 กุมภาพันธ์ 2553) เป็นตรุษจีน ผมได้เดินทางไปที่เยาวราช ดีใจได้รับเสด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี  ชาวไทยเชื้อสายจีน และชาวไทยทั่วทุกภาคของประเทศไทย รวมทั้งชาวต่างชาติต่างดีใจได้รับเสด็จพระองค์ท่าน พระองค์ท่านเสด็จหลายที อาทิ ที่ผมได้เห็นพระองค์ท่านตอนที่มีชาวไทย ชาวต่างชาติรอที่จะได้ชื่นชมพระองค์ท่าน ที่หน้าร้านไชน่าทาวน์ สกาล่า  หลายคนสวมชุดสีแดง สีชมพู สีขาวที่มารอเฝ้ารับเสด็จสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  เวลาประมาณ 19.08 น. ผมยังยืนรอรับเสด็จ มีหลายคนพูดว่าดีใจที่จะได้เห็นพระองค์ท่าน ส่วนชาวต่างชาติถามคำถามเป็นภาษาอังกฤษบ้าง ภาษาจีนบ้าง เยอรมัน ฝรั่งเศสว่าคนไทยกำลังรอดูใครอยู่ ชาวไทยที่สื่อสารเป็นภาษาต่าง ๆ ได้บอกว่า เจ้าหญิงของประเทศไทย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  ผมยืนยิ้มอยู่และตั้งใจรอรับเสด็จพระองค์ท่าน มีอาหารมากมายที่ทางร้านค้าทำถวายพระองค์ท่าน และให้ตำรวจเจ้าหน้าที่ ทุกคนยิ้มมีความสุข อากาศเย็นสบายดี  จนเวลา 19.40 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  เสด็จออกมาทุกคนเปล่งเสียงออกมาว่า "ทรงพระเจริญ" มีการปรบมือแสดงความดีใจที่ได้เห็นพระองค์ท่าน ต่อจากนั้นพระองค์เสด็จไปร้านทอง ไปร้านยา รวมทั้งไปวัด ผมไปที่วัดมังกรกมลาวาส เพื่อรับเสด็จพระองค์ท่านอีกมีชาวบ้านยืนรอพระองค์เป็นจำนวนมาก ชาวบ้านพูดคุยกันว่า "ดีใจจะได้รับเสด็จสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี " มีหลายคนเตรียมกล้องถ่ายรูปมาเพื่อจะถ่ายรูปพระองค์ท่านแต่เจ้าหน้าที่บอกว่า ไม่ให้ถ่าย ชาวบ้านก็ปฎิบัติตาม จนเวลา 21.36 น. รถยนต์พระที่นั่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี เสด็จมามาถึงหน้าวัดมังกรกมลาวาส ที่มีเลขทะเบียนลงท้าย 2543  มาถึงประชาชนที่รอรับเสด็จดีใจกันพร้อมกันเปล่งเสียงถวายพระพรทรงพระเจริญ 

     จนกระทั่งเวลา 21.55 น. พระองค์เสด็จกลับผมเห็นท่านผู้ว่าราชการกรุงมหานคร มาส่งเสด็จ รวมทั้งคณะบุคคล ที่จัดงานมาส่งเสด็จสมเด็จพระเทพฯ จากนั้นผมเดินเข้าไปในวัดเห็นมีป้ายสวยงาม มีพระราชประวัติที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  เสด็จประเทศจีน 20 ครั้ง ชาวจีนได้เทิดทูนและยกย่องสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี "มิตรที่ดีที่สุดในโลก" อันดับ 2  ผมได้เพิ่มข้อมูลส่วนนี้จากสื่อมวลชนครับ เชิญชาวไทยทุกคนร่วมแสดงความยินดี ที่ชาวจีนยกย่องสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี "มิตรที่ดีที่สุดในโลก"  สยาม 1932 รายงานในเหตุการณ์จริง ดีใจที่ได้รับเสด็จสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ครับ

            เผย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงได้รับการเทิดทูนและยกย่องจากชาวจีนให้เป็น "มิตรที่ดีที่สุดในโลก" อันดับที่ 2 โดยทรงได้รับคะแนนโหวตจากชาวจีนทั่วประเทศถึงกว่า 2 ล้านคะแนน คนไทยสุดปลื้มปีติที่ทรงได้รับการถวายพระเกียรติ หลังจากก่อนหน้านี้ทรงได้รับการถวายพระสมัญญาว่าเป็น "ทูตสันถวไมตรีไทย-จีน" และทรงทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างไทย-จีนแน่นแฟ้นมากขึ้นเป็นทวีคูณ จากการเสด็จฯเยือนจีนจนครบหมดทั่วทุกมณฑลของจีนที่กว้างใหญ่ไพศาล

นับเป็นข่าวที่พสกนิกรไทยสุดปลื้มปีติยินดีอย่างยิ่ง และถือเป็นประวัติศาสตร์อีกหน้าหนึ่งที่โลกและชนสองชาติคือไทย-จีน ต้องจารึกไว้ เมื่อสมเด็จพระเทพ รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงได้รับการเทิดทูนและยกย่องจากชาวจีน ให้เป็น "มิตรที่ดีที่สุดในโลก" หลังจากที่ทรงได้รับการยกย่องและได้รับพระสมัญญาว่าเป็น "ทูตสันถวไมตรีไทย-จีน" จากการที่ทรงเจริญสัมพันธไมตรี ด้วยการเสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศจีนถึง 20 ครั้ง และยังเสด็จเยือนครบหมดแล้วในทุกมณฑลของจีน ซึ่งมีแผ่นดินที่กว้างใหญ่ไพศาลมาก นับเป็นราชนิกูลพระองค์เดียวในโลกที่เสด็จเยือนจีนมากที่สุด ทำให้ทรงเป็นประดุจสัญลักษณ์ของมิตรภาพอันแน่นแฟ้นระหว่างไทย-จีน อีกทั้งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ยังทรงสนพระทัยในภาษาจีน รวมทั้งให้ความสำคัญกับวัฒนธรรมของจีนอย่างมาก ส่งผลให้ ความสัมพันธ์ของไทย-จีน กระชับแน่นและมีความพัฒนามากขึ้นเป็นทวีคูณ

ทั้งนี้ ข่าวอันน่าปลื้มปีติครั้งนี้ เป็นที่เปิดเผยขึ้นเมื่อค่ำวันที่ 30 ต.ค. หลังจากมีรายงานว่า มีข่าวทางอินเตอร์เน็ตว่า สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้รับการโหวตทางอินเตอร์เน็ตจากชาวจีนทั่วประเทศ ด้วยคะแนนกว่า 2 ล้านคะแนน ให้สมเด็จพระเทพฯ เป็นมิตรที่ดีที่สุดในโลกอันดับ 2 โดยมิตรที่ดีที่สุดในโลกที่ชาวจีนโหวตให้เป็นอันดับ 1 คือ ฮวน อันโตนิโอ ซามารานซ์ อดีตประธานโอลิมปิกสากล ชาวสเปน ที่เป็นผู้สนับสนุนให้จีนได้จัดกีฬาโอลิมปิกในปี 2008 นอกจากนี้ยังมีการจัดอันดับมิตรที่ดีที่สุดในโลกของจีน ในอันดับอื่นๆ อีก แต่ส่วนใหญ่ผู้ที่ได้รับการโหวตเป็นผู้ที่เสียชีวิตไปแล้ว

ค่ำวัน เดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากนายกวนมู่ เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ถึงข่าวอันเป็นที่น่ายินดีและสุดปลื้มปีติของคนไทย ในการที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงได้รับการยกย่องจากชาวจีนว่าเป็นมิตรที่ดีที่สุดในโลก ว่ายังไม่ทราบข่าวที่แน่ชัด แต่จะขอตรวจสอบไปทางประเทศจีนก่อนถึงข่าวอันน่ายินดีนี้และจะเปิดเผยให้ทราบ ต่อไป

อย่างไรก็ตามจากพระราชประวัติของสมเด็จพระเทพ รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่มีผู้เขียนไว้เป็นรายงานพิเศษในบล็อกทางอินเตอร์เน็ต มีการระบุไว้ว่า สมเด็จพระเทพฯ หรือที่คนจีนทั่วไป คุ้นเคยกับการกล่าวขานพระนามของพระองค์ว่า "สิรินธร" ได้เสด็จเยือนประเทศจีนเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2524 และเพียง 23 ปี ให้หลังก็ทรงเสด็จเยือนจีนได้ครบหมดทุกมณฑล ทั้งที่บางมณฑลของจีนมีขนาดใหญ่กว่าประเทศไทย นอกจากนี้สมเด็จพระเทพฯยังทรงเรียนภาษาจีนจนเชี่ยวชาญและยังทรงเคยเสด็จไป ศึกษาภาษาและวัฒนธรรมของจีน เพิ่มเติมถึงมหาวิทยาลัยปักกิ่ง ประเทศจีน เป็นเวลา 1 เดือน เมื่อปี 2544 สร้างความประหลาดใจและปลาบปลื้มใจแก่ คณาจารย์ชาวจีนที่ถวายการสอนอย่างยิ่ง ว่าเหตุใดสมเด็จพระเทพฯจึงทรงให้ความสำคัญกับประเทศจีนและภาษาจีนขนาดนี้ และเมื่อช่วงเวลาแห่งการเรียนภาษาจีนสิ้นสุดลง ทางมหาวิทยาลัยได้ทูลเกล้าฯ ถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์แก่พระองค์ เมื่อวันที่ 13 มี.ค. 44 และก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 17 มี.ค. 2543 กระทรวงศึกษาธิการของจีน ก็ได้ทูลเกล้าฯ ถวายรางวัลมิตรภาพภาษาและวัฒนธรรมจีนแด่สมเด็จพระเทพฯด้วย นอกจากนี้สมาคมมิตรภาพวิเทศสัมพันธ์แห่งประชาชนจีน ก็ได้ถวายสมัญญาพระนามแด่สมเด็จพระเทพฯ ให้ทรงเป็นทูตสันถวไมตรีไทย-จีนเมื่อวันที่ 26 ก.พ. 2547

นอกจากการ เรียนภาษาและวัฒนธรรมแล้ว สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ยังทรงเรียนการเขียนลายสือจีน การวาดภาพแบบจีน และฝึกรำมวยไทเก๊ก จนเชี่ยวชาญอีกด้วย จากการที่สมเด็จพระเทพฯ เสด็จเยือนจีนทุกปีในช่วงที่ผ่านมา ยังทรงถ่ายทอดประสบการณ์การเยือนแผ่นดินจีนตั้งแต่ครั้งแรก เป็นพระราชนิพนธ์ให้คนไทยได้อ่าน อาทิ สารคดีท่องเที่ยวเรื่อง ย่ำแดนมังกร มุ่งไกลในรอยทราย เกล็ดหิมะในสายหมอก ใต้เมฆที่เมฆใต้ เย็นสบายชายน้ำ คืนถิ่นจีนใหญ่และเจียงหนานแสนงามเป็นต้น ซึ่งทุกพระราชนิพนธ์ของสมเด็จพระเทพฯ ไม่เพียงจุดประกายให้คนไทยไปเที่ยวจีนมากขึ้น แต่ยังช่วยให้ คนไทยมีความเข้าใจในประเทศจีน คนจีนและวัฒนธรรมจีน เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณด้วย

          สำหรับผลโหวตของนักท่องเน็ตชาวจีนที่ได้มีการโหวตถึงมิตรที่ดีที่สุดในโลกของชาวจีนจำนวน 10 คน จาก จำนวน 50 คน ในรอบหนึ่งศตวรรษที่ผ่านมา มีการประกาศผลเมื่อวันที่ 9 ต.ค. โดยนอกเหนือจากนายซามารานซ์และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรม ราชกุมารี ที่ได้รับการโหวตแล้ว ยังมีผู้ได้รับการโหวต ว่าเป็นมิตรที่ดีที่สุดในโลกของจีนอีก 8 คน คือ 1. Norman Bethune นายแพทย์ชาวแคนาดา ผู้เสียชีวิตในสงครามจีน ญี่ปุ่น ในปี 1930s โดยการรักษาชีวิตของทหารจีน 2. John Rabe ชาวเยอรมันผู้ช่วยชีวิตชาวจีน 250,000 คน ระหว่างการสังหารโหดที่นานกิง โดยการรุกรานของญี่ปุ่น 3. Edgar Snow นักเขียนอเมริกันผู้เขียน "Red Star over China" in the 1930s ที่ทำให้กองทัพแดงและประธานเหมาเจอตุงเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก

4. Dr.Joseph Needham, นักวิทยาศาสตร์ ชาวอังกฤษผู้ใช้เวลาเกือบห้าสิบปี ในการประพันธ์ "Science and Civilisation in China". 5. Israel Epstein ; ชาวโปแลนด์เชื้อชาติจีน 6. นักการศึกษา นิวซีแลนด์ Rewi Alley ; 7. นายแพทย์ชาวอินเดีย Kwarkanath S. Kotnis 8. นาย Morihiko Hiramatsu อดีตผู้ว่าราชการจังหวัด Oita ประเทศญี่ปุ่น 8 สมัย ซึ่งเป็นผู้นำการพัฒนาโครงการ หนึ่งหมู่บ้านหนึ่งผลิตภัณฑ์ (One Village One Product) ที่เรียกย่อว่า OVOP แล้วเมืองไทยมาลอกเลียนเป็น OTOP นั่นเอง

ส่วน เว็บไซต์ที่มีการรายงานข่าวผลการโหวตของนักท่องเน็ตชาวจีน เป็นเว็บไซต์ของจีน คือ www.echinacities.com/main/news/ShowNews.aspx?n=4233 www. m.cri.cn/681/2009/10/12/321s24813.htm web.search.cctv.com/searchquery.php?http:// english.cctv.com/20091012/103661.shtml
ในเว็บไซต์ echinacities.com รวมถึงเว็บไซต์ m.cri.cn และเว็บไซต์ english.cctv.com เผยว่า การประกาศผลครั้งนี้เป็นความร่วมมือกันระหว่างสมาคมมิตรภาพกับประเทศต่าง ชาติแห่งประชาชนจีน กับองค์การบริหารผู้เชี่ยวชาญกิจการต่างประเทศ โดยได้รับการสนับสนุนจากสถานีวิทยุสากลจีน (ซีอาร์ไอ) จัดการโหวตทางออนไลน์ให้กับตำแหน่งมิตรแห่งชาติ  10  อันดับ ของประชาชนชาวจีน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมร่วมเฉลิมฉลองครบรอบ 60 ปี ก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์ของจีน โดยเริ่มให้ชาวจีนโหวตตั้งแต่วันที่ 31 ส.ค.-10 ต.ค.ที่ผ่านมา มีผู้ร่วมโหวตจำนวนทั้งสิ้น 56 ล้านเสียง ส่วนพิธีมอบรางวัลคาดว่าซีอาร์ไอจะจัดขึ้นในไม่ช้านี้ แต่ในรายงานข่าวไม่ได้ระบุวันและสถานที่ชัดเจนแต่อย่างใด


'พระเทพ'เสด็จฯ 'ตรุษจีน'ไชน่าทาวน์
พระราชทานภาพวาด'เสือหัวเราะ'
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยาม บรมราชกุมารี จะเสด็จฯ เปิดงานเทศกาลตรุษจีนไชน่าทาวน์ เยาวราช 2553 พร้อมเสด็จฯ นมัสการสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในศาลเจ้าและวัดสำคัญบนถนนเยาวราช พระราชทานภาพวาดลายฝีพระหัตถ์รูปเสือหัวเราะ ชาวไทยเชื้อสายจีนเริ่มออกหาซื้อของไหว้เจ้า ในเทศกาลตรุษจีนปีนี้กันแล้ว ย่านเยาวราชเริ่มคึกคัก แม้เศรษฐกิจจะไม่เอื้ออำนวย พ่อค้าแม่ค้าบ่นพึมแม้คนซื้อของเพิ่มขึ้นแต่ยอดขายลดลง เพราะใช้งบไหว้เจ้าจำกัด เพื่อทำตามประเพณีเท่านั้น ไม่เหมือนช่วงเศรษฐกิจเฟื่องฟูอู้ฟู่ พ่อค้าไก่เผยบางรายหันไปใช้ไก่ทอดเคเอฟซีไหว้เจ้าแทนไก่สด ขณะที่ตรุษจีนปีนี้ตรงกันวัน วาเลนไทน์   ช่วยให้บรรยากาศทั้งสองเทศกาลมีชีวิตชีวามากขึ้น ทั้งดอกไม้และสินค้ากิฟต์ช็อปที่ใช้มอบให้กันแทนความรักขายดี
นับเป็นความปลื้มปีติยินดีอีกครั้งสำหรับชาวไทยเชื้อสายจีน เมื่อสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยาม บรมราชกุมารี จะเสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธาน เปิดงานเทศกาลตรุษจีนไชน่าทาวน์ เยาวราช 2553 ซึ่งในปีนี้จัดอย่างยิ่งใหญ่ในวันที่ 14-15 ก.พ. ภายใต้ สโลแกน "ท่องถนนสายหัวใจมังกร สนุกกันเที่ยงวันยันเที่ยงคืน"
ทั้งนี้ นายวิศิษฎ์ ลิ้มประนะ ประธานประชาคมย่านเยาวราช เปิดเผยเมื่อวันที่ 8 ก.พ. ถึงการจัดงานตรุษจีนเยาวราชว่า ในวันที่ 14 ก.พ. เวลา 17.00 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จะเสด็จฯ ไปทรงเปิดงานเทศกาลตรุษจีนเยาวราช ประจำปี 2553 ที่ซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา วงเวียนโอเดียน เขตสัมพันธวงศ์ ที่กรุงเทพมหานครร่วมกับกระทรวงวัฒนธรรมจีน ประชาคมเขตสัมพันธวงศ์ และชาวไทยเชื้อสายจีน จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีน และกระชับความสัมพันธ์ไทย-จีนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ในโอกาสครบรอบ 35 ปี การสถาปนาทางการทูตของ 2 ประเทศ
นายวิศิษฎ์กล่าวว่า หลังจากทรงเปิดงานตรุษจีนแล้วจะทอดพระเนตรการแสดงชุดพิเศษไทย-จีนที่จัดถวาย จากนั้นจะเสด็จฯไปนมัสการสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในศาลเจ้าและวัดสำคัญบนถนนเยาวราช   เสด็จฯชมร้านค้าของหน่วยงานต่างๆและร้านอาหารชื่อดังที่มาออกบูธจัดแสดง โดยในปีนี้พระราชทานภาพวาดลายฝีพระหัตถ์ให้งานตรุษจีน เป็นภาพปีนักษัตรรูปเสือหัวเราะ กำลังจับค้างคาวให้คว่ำหน้าลง ซึ่งหมายถึงการจับโชคลาภวาสนา และพระราชทานภาษาจีนคำว่าฮก คว่ำหัว ซึ่งหมายถึงโชคลาภวาสนากำลังจะมาถึง คนจีนเชื่อว่าค้างคาวเป็นสิ่งโชคดี เพราะค้างคาวหรือ เทียนฮก สำเนียงไปสอดคล้องคำว่าฮก
ประธานประชาคมย่านเยาวราชกล่าวว่า ในวันงานถนนเยาวราชจะถูกประดับด้วยโคมไฟสีแดงนับพันดวง รัฐมนตรีช่วยกระทรวงวัฒนธรรมจีนนำการแสดงนาฏศิลป์ จีนจาก 10 มณฑล พร้อมนักแสดงกว่า 200 ชีวิต มาเป็นของขวัญพิเศษจากรัฐบาลจีน อาทิ กังฟูวัดเส้าหลิน กายกรรมปักกิ่ง นาฏศิลป์ชนเผ่า เมืองลาซา เขตปกครองตนเองทิเบต นาฏศิลป์ชาวอุยกูร์ เมืองอูรุมชี มณฑลซินเกียง การแสดงอุปรากรจีนหรืองิ้วในราชสำนัก การแสดงจากชาวมองโกล ระบำจากเมืองฮาบิ้น และสนุกกับคอนเสิร์ตค่ายแกรมมี่ในคืนวันที่ 14 ก.พ.พบกับ บี้-รุจ สิงโต-เอ็ม อรรถพล เดอะสตาร์ วันที่ 15 ก.พ. ดิว-กิ่ง เดอะสตาร์ ชิน ชินวุฒิ แคลอรี่ บลา บลา และอลังการโชว์จากเจ้าชายลูกทุ่ง ก๊อต-จักรพรรณ์
นายวิศิษฎ์กล่าวด้วยว่า จะมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น เช่น การดูโหงวเฮ้ง การดูดวงแบบจีน งิ้วเด็ก หมั่งหมิง หรือการดึงขนบนใบหน้าด้วยเส้นด้าย หมากรุกจีน การทำอาหาร เครื่องดื่ม และขนมแบบจีนโบราณที่หลายคนอาจไม่เคยพบเห็นที่ใดมาก่อน การออกร้านจำหน่ายสินค้าและร้านอาหารชื่อดังให้เลือกชิม และเป็นโอกาสดีที่คนไทยจะสวมเสื้อสีแดงโดยไม่มีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะคนจีนเชื่อว่าสีแดงเป็นสีมงคล ทุกคนจึงทำตามประเพณี แม้แต่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีที่ร่วมงานก็ยังสวมเสื้อแดง เป็นวัฒนธรรมที่ปฏิบัติมานานนับพันปี
นายวิศิษฎ์ยังกล่าวถึงเทศกาลวันตรุษจีนซึ่งปีนี้ตรงกับวันวาเลนไทน์ 14 ก.พ.ด้วยว่า วันสำคัญของจีนและของฝรั่งมาอยู่ในวันเดียวกัน จะส่งผลให้ธุรกิจในย่านเยาวราชมีความคึกคักมากขึ้นกว่าทุกปี นอกจากดอกไม้ที่คนนิยมให้ในวันแห่งความรักจะขายดีแล้ว ร้านค้าจำหน่ายของที่ระลึกพวกกิฟต์ช็อปในย่านสำเพ็งก็มีคนเข้าไปซื้อมากขึ้น ขณะที่การจับจ่ายใช้สอยในการไหว้เจ้าของคนจีน ปีนี้ก็จะกันทำตามประเพณีเท่านั้น เพราะแต่ละครอบครัวใช้เงินอย่างระมัดระวังมากขึ้น แต่ โดยรวมแล้วคาดว่าบรรยากาศการจับจ่ายซื้อขายของในปีนี้จะดีกว่าปีที่แล้วประมาณ 15 เปอร์เซ็นต์
ขณะที่นายบัณฑิต สิทธินามสุวรรณ ผอ.เขตสัมพันธวงศ์ เปิดเผยว่า ภายหลังสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี เสด็จฯทรงร่วมเปิดงานเทศกาลตรุษจีนไชน่าทาวน์ 2553 เสร็จแล้ว จะเสด็จฯไปยังเทียนฟ้ามูลนิธิ   เสวยพระกระยาหารค่ำที่ภัตตาคารไชน่าทาวน์สกาลา ร้านยาเจ้ากรมเป๋อ ห้างทองทองใบ สักการะพระประธานวัดจักรวรรดิ ต่อด้วยการนมัสการสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัดมังกรกมลาวาส ขณะเดียวกัน นายชาญศักดิ์ สินธพเรืองชัย ประธานจัดงานเทศกาลตรุษจีน 2553 ยังได้จับสลากรางวัลพิเศษเป็นทองคำเส้นละ 1 บาท รวม 9 รางวัล มอบแก่ผู้โชคดีที่เข้าร่วมงาน
สำหรับบรรยากาศการจับจ่ายซื้อของก่อนช่วงเทศกาลตรุษจีน วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวไปสำรวจที่ตลาดเก่าเยาวราช ที่แม้ว่าจะยังไม่ถึงเทศกาลตรุษจีนก็ตาม แต่มีประชาชนนับพันคนเข้ามาหาซื้อสิ่งของต่างๆ เพื่อเตรียมไว้ใช้ในเทศกาลดังกล่าว นางชยดา แซ่กัง เจ้าของร้านกังซ้งฮ้ง ร้านขายสิ่งของมงคลที่ใช้ในพิธีไหว้เจ้ากล่าวว่า ช่วงนี้มีลูกค้าเข้ามาจับจ่ายหาซื้อสิ่งของมงคลหนาตามากกว่าเดิม เนื่องจากใกล้ถึงเทศกาลตรุษจีน แต่หากเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา ปีนี้จะน้อยกว่าปีที่แล้ว อีกทั้งซื้อกันเป็นจำนวนน้อยไม่มากเหมือนปีที่ผ่านมา เนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจไม่ดี ลูกค้าจะซื้ออะไรก็ต้องคิดหน้าคิดหลังให้ดีก่อน
ส่วนนางใหญ่ ธรรมกีรติกุล เจ้าของร้านเรือทอง กล่าวว่า เมื่อ 2-3 วันนี้บรรยากาศที่เงียบเหงาเริ่มคึกคักมากขึ้น เนื่องจากเป็นโค้งสุดท้ายก่อนที่จะเข้าสู่เทศกาลปีใหม่จีน ส่วนใหญ่จะมาหาซื้อคำอวยพรที่เขียนเป็นภาษาจีน เช่น มั่งมีศรีสุข เข้า-ออกปลอดภัย ฯลฯ นอกจากนี้สิ่งที่นิยมซื้อหากันก็คือโคมไฟ หมายถึงแสงสว่าง ประทัดหมายถึงชื่อเสียงโด่งดัง บุ้งกี๋ทองคำ หมายถึงโกยเงินโกยทอง รวมทั้งออมสินหมูทอง เพื่อนำไปมอบให้ญาติพี่น้อง หากเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา เมื่อปีที่แล้ววันตรุษจีนอยู่ในเดือนเดียวกับวันขึ้นปีใหม่ ทำให้คึกคักมาก แต่ปีนี้รู้สึกว่าเงียบๆ เมื่อก่อนมีลูกค้ามาสั่งสิ่งของมงคลมากกว่านี้ บางรายซื้อถึง 2-3 หมื่นบาท แต่ตอนนี้เหลือเพียงหลักพันบาทเท่านั้น น่าจะเกิดจากเศรษฐกิจไม่ดี
อีกรายคือนายเฉลิมพล ชัยอรวรรณ เจ้าของร้านขายไก่สดใหญ่ที่สุดในย่านถนนมังกรกล่าวว่า ราคาไก่ไทยเป็นๆ ขณะนี้อยู่ในราวกิโลกรัมละ 140-150 บาท ลดลงจากปีที่แล้ว 10% สาเหตุเพราะคนจีนรุ่นใหม่ไม่ค่อยให้ ความสำคัญกับการไหว้เจ้ามากนัก   บางรายซื้อไก่ทอดเคเอฟซีมาไหว้เจ้า ก็ยังเคยเห็นอยู่หลายราย ที่สำคัญตัวที่จะกำหนดการซื้อหาสิ่งของก็คือเศรษฐกิจ ก่อนหน้านี้ถ้าเศรษฐกิจดีลูกค้าจะซื้อกันมากบางรายถึง 20 ตัวก็มี แต่ขณะนี้เหลือมากที่สุดเพียง 5 ตัวเท่านั้นเพราะเศรษฐกิจไม่ดี ส่วนปัญหาเรื่องไข้หวัดนก ตอนนี้ไม่มีผลต่อการหาซื้อไก่แล้ว เพราะเรามีการเลี้ยงแบบระบบปิด มีการควบคุมจากกรมปศุสัตว์ ไม่มีปัญหาแล้ว ราคานั้นจะสูงขึ้นอีกหรือไม่ อยู่ที่ความต้องการของลูกค้า หากลูกค้าหาซื้อมากราคาก็จะสูงขึ้นเป็นเรื่องปกติของกลไกตลาดอยู่แล้ว
                 ด้านเยาวราช เมื่อเวลา 16.35 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในฉลองพระองค์เสื้อเชิ้ตสีแดงจากคอลเลกชั่นเสื้อโชคดีปีขาลร้านภูฟ้า เสด็จพระราชดำเนินไปยังพระอุโบสถวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร เพื่อทรงสักการะพระประธานพระพุทธทศพลญาณ จากนั้นเสด็จฯ ขึ้นไปยังพระมหามณฑป ทรงสักการะพระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร จากนั้นเสด็จฯ ไปยังซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ โดยมีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และคณะกรรมการจัดงาน เฝ้ารับเสด็จ
 นายพินิจ กาญจนชูศักดิ์ สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร กราบบังคมทูลรายงานการจัดงาน จากนั้น นายก่วน มู่ เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย กล่าวถวายพระพรเป็นภาษาจีน พร้อมแปลเป็นภาษาไทยด้วยว่า คณะรัฐบาลจีนได้ส่งคณะนาฏศิลป์จากปักกิ่ง ทิเบตและซินเจียง ทั้งหมด 10 คณะ มาร่วมฉลองเทศกาลตรุษให้แก่พี่น้องชาวจีนและชาวไทย ณ ที่นี้ ซึ่งครั้งนี้นับเป็นครั้งที่  6 ที่รัฐบาลจีนร่วมกับรัฐบาลไทยจัดขึ้นที่ประเทศไทย และนับเป็นครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดที่รัฐบาลจีนจัดงานขึ้นในต่างประเทศ ประเทศไทยและประเทศจีนมีวัฒนธรรมที่สืบทอดมายาวนานและมีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นขึ้นทุกวัน พร้อมกันนี้ได้ถวายพระพรแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ให้มีพระชนมายุยิ่งยืนนาน
 จากนั้นสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ทอดพระเนตรการแสดงจากประเทศจีนและประเทศไทย และเวลา 17.017 น. ทรงกดปุ่มไฟฟ้าเปิดงานตรุษจีน ไชน่าทาวน์ ปี 2553 เป็นภาพฝีพระหัตถ์รูปเสือและค้างคาวหัวคว่ำ รังสรรค์เป็นตุ๊กตาลม จากนั้นเสด็จฯ ไปยังมูลนิธิเทียนฟ้า ทรงสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ด้านใน หลังจากนั้นทอดพระเนตรบูธที่มาจัดแสดง อาทิ ร้านภูฟ้า ร้านสภากาชาดไทย ร้านแม่ฟ้าหลวง และบูธแต่งหน้างิ้ว บูธเครื่องดื่มสมุนไพร-บะจ่าง อิ่วก้วย และจุ้ยก๋วย และเมื่อเสด็จฯ ถึงบูธขนมไหมฟ้าและขนมตุ๊บตับก็ทอดพระเนตรด้วยความสนพระราชหฤทัย พร้อมทรงชิมขนมไหมฟ้า และมีพระราชดำรัสถามวิธีการทำ ก่อนจะมีพระราชดำรัสว่า "เหนียวติดฟัน" แล้วเสด็จฯ ไปยังบูธจัดแสดงต่างๆ ด้วยความสนพระราชหฤทัยและพระเกษมสำราญยิ่ง
 ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า เมื่อสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ มาถึงร้านปาท่องโก้เสวย ทรงกดพิมพ์แป้งซาลาเปาเป็นรูปหัวใจ แล้วทรงทอดในกระทะ เมื่อสุกแล้วทรงตักขึ้นและทรงชิม พร้อมมีพระราชดำรัสว่าอร่อย
 นายกฯ กล่าวอวยพรเนื่องในเทศกาลตรุษจีนตอนหนึ่งว่า ประชาชนชาวไทยและชาวจีนมีความสัมพันธ์อันยาวนาน คนจีนมีส่วนสำคัญอย่างมากในเรื่องเศรษฐกิจ การค้า และการพัฒนาประเทศไทย มีคนจีนจำนวนมากเข้ามาอยู่ในวงการต่างๆ อีกทั้งยังมีบทบาททางการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย คนไทยเชื้อสายจีนมีความขยันอดออม และมีความกลมกลืนกับคนไทยทางวัฒนธรรม ตนขอชื่นชมคนไทยเชื้อสายจีนที่ยังช่วยกันสืบสานประเพณีอันดีงามไว้ทุกปี ขออวยพรให้ทุกคนมีความสุข

ที่มา:  สยาม 1932 ไทยรัฐ  คม ชัด ลึก ประชาทรรศน์

โดย SIAM1932

 

กลับไปที่ www.oknation.net