วันที่ พุธ กุมภาพันธ์ 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

...นี่แหละหนา..ใจคน...


..ใจเอ๋ยใจ

เจ้าช่างเป็นได้วันหลายๆอย่าง

เป็นลิง เป็นค่าง เป็นพระ เป็นพระพรหม

เป็นยม เป็นยักษ์  สักพักเป็นมนุษย์

แม้ขนาดต่ำสุด เจ้าก็ยังเป็น...คือ..เดรัจฉาน..

***********

ผ่านพ้นไปแล้วสำหรับเทศกาลตามค่านิยมแบบตะวันตก
แต่ว่าโดนใจคนทั้งโลก ก็เลยต้องมีการให้ความสำคัญ
จะว่าไปก็มีส่วนดีอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน
ที่เห็นๆ ก็คือ ทำให้พ่อค้าแม่ค้ามีรายได้จากการขายดอกกุหลาบ
ทุกวันนี้ ผู้เขียนเห็นแม่ค้าบางคน
ก็ไปตั้งร้านขายอยู่หน้าโรงเรียนมัธยมเลยทีเดียว
และก็เห็นเด็กนักเรียนทั้งสาวทั้งหนุ่ม ออกมาซื้อกันตรึม...
ดอกกุหลาบนี่ช่างเกิดมาโชคดีเสียนี่กระไร
ได้เป็นตัวแทนความรู้สึกในใจของคนทั้งโลกในเรื่องความรักชนิดนี้
ก็ว่ากันไป...เนาะ..

วันนี้ ผู้เขียนขอเปลี่ยนประเด็นที่จะพูดถึงก็แล้วกัน

พวกเราที่เติบโตมาจนอายุเท่าทุกวันนี้
ได้รับการศึกษา ได้เรียนรู้โลกและชีวิตมาก็พอสมควร
หากสังเกตก็พบว่า  
กายและใจของคนเรานั้นมีความเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

หากว่าร่างกายไม่เปลี่ยนแปลงเลย เราก็จะไม่เติบโตถึงเพียงนี้
นี่ถือว่าเป็น คุณความดีของ "ความเปลี่ยนแปลง"
เพราะฉะนั้น บางครั้ง ความเปลี่ยนแปลงก็ใช่จะว่าให้ผลในแง่ลบอย่างเดียว

ทางด้านจิตใจก็เช่นกัน เปลี่ยนแปลงไป-มา ไม่รู้กี่ครั้งกี่คราต่อวัน
ถ้าจะมีใครทำวิจัย โดยการคอยสังเกตความเปลี่ยนแปลงของใจละก็
เขาคงจะพบว่า ใจของคนเรานี่แปรเปลี่ยนหมุนเวียนเป็นอารมณ์นั่นนี่ได้ทั้งวัน

บางครั้งใจก็รู้สึกสงสารคนที่เขายากจนข้นแค้น
ต้องมาทำอาชีพขอทานในที่ต่างๆ
แต่พอคิดไปคิดมา ใจมันก็ประท้วงอีกว่า


"คนพวกนี้ บางคนมือเท้าก็ดี ไม่ยอมทำมาหากิน"


หรือ แม้ว่าจะพิการขอทาน ใจมันก็คิดไปอีกแหละว่า


"สงสัยจะมีสังกัด สงสัยจะเป็นคนที่พวกมาเฟียสักกลุ่มนำมาทิ้งไว้
ให้ขอทาน พอตอนเย็นก็มารับกลับบ้านไป แล้วก็แบ่งเงินกัน"

นี่เห็นไหมใจคน กรุณาปรานีเขาอยู่หยกๆ เปลี่ยนแปรไปแล้ว..

บางทีนั่งทำงานอยู่ดีๆ หันไปเห็นเพื่อนร่วมงานบางคน
เอาเครื่องสำอางมาแต่งหน้าทาปาก ก็แอบนินทาเขาในใจไปว่า


"ยัยคนนี้ หน้าตาก็งั้นๆแหละ ไม่รู้จะแต่งไปทำไมนักหนา"

น่าน คิดไปอย่างนั้น...

พอคิดเสร็จแล้ว มีสติรู้สึกตัวได้ ก็คิดใหม่ว่า


"เออ...คนเราโดยเฉพาะเพศหญิงแล้ว ใครก็ต้องรักสวยรักงาม
เขาแต่งก็เป็นเรื่องของเขา เขาอาจจะทำงานเสร็จแล้ว
ก็เลยพักสมองด้วยการตบแต่งหน้าตานิดหน่อย ไม่เห็นจะเสียหายตรงไหนนี่นา
ไปนึกตำหนิเขาทำไม"

อะไรประมาณนี้ คิดได้...

ที่กล่าวมานั้น ดูเหมือนจะเป็นความคิดของคุณสุภาพสตรี

หันมาดูทางสุภาพบุรุษบ้าง
บางทีเห็นหน้าคนที่กำลังเดินผ่านไป
มองตามเขา แล้วก็บ่นกับเพื่อนว่า


"ข้าหมั่นไส้ไอ้เจ้าคนนั้นเหลือเกิน ทำเป็นเดินเก๊ก
แต่งตัวยังกะ พ่อมันเป็นเศรษฐีพันล้านงั้นแหละ"

ดูสิ ทั้งๆ ที่คนที่ตนเองพูดถึงนั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรด้วยเลย
หรือไม่ได้มาทำความเดือดร้อนอะไรให้เลยแม้แต่นิดเดียว
แต่ "ใจ" ของคนที่ไปวิจารณ์เขานั่นนะ มันปรุงแต่งไปไกลเอง

ทีนี้พอคิดแบบที่ว่ามานั้นแล้วเป็นไง
ใจก็เป็นทุกข์นะสิ เดือดร้อน วุ่นวาย ขัดเคือง ไม่สงบ ไม่เย็น
หน้าตาก็พลอยดูเหมือนคนไม่มีความสุขไปด้วย หน้าถูกปั้นเป็นยักษ์ไป

เฮ้อ....นี่แหละใจของคนเราล่ะ...ขึ้นๆ ลงๆ อย่างนี้ประจำ

ด้วยเหตุนี้ พระพุทธเจ้าจึงตรัสว่า

"ใจที่ฝึกได้แล้ว จะนำความสุขมาให้"


ขอให้ผู้อ่านทุกท่าน ประคองใจให้อยู่ในภาวะปกติสุขให้ได้ทุกวัน
ผู้เขียนเองก็พยายามเช่นนี้อยู่เหมือนกัน


...มนพล...


๑๗  กุมภาพันธ์  ๒๕๕๓

โดย มนพล

 

กลับไปที่ www.oknation.net