วันที่ พุธ กุมภาพันธ์ 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

หอมกลิ่นปลาร้าที่พระตะบอง











“หอมกลิ่นปลาร้าที่พระตะบอง”

วันนี้เกิดอาการปลาร้าลิซึ่ม มือไม้สั่น เพราะไม่ได้ลิ้มรสปลาร้ามาหลายวันแล้ว อยู่เมืองไทยแม่บ้านเค้าซื้อติดบ้านไว้เป็นประจำแหละครับ วันไหนไม่ได้กินแค่ดมกลิ่น อาการที่ว่าก็หายเป็นปลิดทิ้ง พ่อค้าแม่ค้าอาหารอิสานที่กรุงเทพฯกลับมาบ้านเกิดต้องขนปลาร้า(ปลาแดก)มากรุงเทพฯ เพื่อมาปรุงอาหารขาย ที่ไม่ซื้อปลาร้าที่กรุงเทพเพราะใช้จุลินทรีย์คนละสปีชี่ส์กัน รสชาติอาหารมันจะยังไม่ช่ายเลยอ่ะ

มนุษย์รู้จักใช้งานจุลินทรีย์ในการหมักถนอมอาหารเก็บไว้กินมาหลายร้อยปีแล้ว เกาหลีมีกิมจิ อีสานมีส้มผักเสี้ยน ส้มปลาน้อย ญี่ปุ่นมีถั่วเน่า มองโกลมีโยเกิร์ต ที่เขมรนี่ก็มีผักดอง มีปลาร้าเช่นกัน ขแมร์เรียกปลาว่า “ตรัย” แต่เรียกปลาร้าของเขาว่า “ปลาฮ๊อก” เขมรมีทะเลสาบกว้างใหญ่ไพศาลมาก มีปลาน้ำจืดหลากหลายชนิด วิธีการในการถนอมอาหารปลาของเขาก็มีหลายวิธีเช่นการคลุกเกลือตากแดด การรมควันตากแห้ง คลุกเกลือหมักทำปลาฮ๊อก



 “ถังไม้หมักปลาฮ๊อก(ปลาร้า)



 “ถังหมักปลา”



 “ผสมเกลือคลุกเคล้ากับปลา”



 “ใส่เกลือผสมปลา”



 “ปลาเป็นกองๆ”



 “ปลาร้าบรรจุถุงพร้อมส่งขาย”

มีโอกาสได้ไปเยี่ยมหมู่บ้านแห่งหนึ่งติดแม่น้ำสังแก เมืองพระตะบอง ชาวบ้านเขามีการทำอุตสาหกรรมการถนอมอาหารปลาตั้งแต่ระดับครัวเรือนจนถึงระดับชุมชน แม่น้ำสังแกเป็นแม่น้ำที่ไหลไปทะเลสาบเขมร จึงอุดมสมบูรณ์ไปด้วยปลาหลากหลายชนิด สินค้าปลาของเขาส่งขายทั่วประเทศรวมทั้งส่งออกมาที่ประเทศไทยด้วย นอกจากรายได้ของคนงานชาวบ้านแล้ว วันหยุดเรียนเด็กๆในหมู่บ้านก็พลอยมีรายได้พิเศษจากการชำแหละปลาด้วย






 “ศิลปะการตากปลาหมักเกลือตากแห้ง”

ชาวบ้านบอกว่าปลาร้าที่ส่งไปขายประเทศไทย พ่อค้าไทยเอาไปผสมน้ำอีกทีนึง เพราะคนไทยนิยมกินน้ำปลาร้า แต่ที่เขมรเขาใช้ปลาร้าเป็นตัวๆในการปรุงอาหาร จุลินทรีย์เชื้อชาติขแมร์ได้อพยพแรงงานไปเมืองไทยแล้ว คงกำลังแย่งงานกันทำกับจุลินทรีย์สายพันธุ์ไทยอิสานอยู่ แต่ได้ข่าวว่าจุลินทรีย์สายพันธุ์อิสานนี้ไปหากินอยู่ทางตะวันออกกลางเยอะอยู่พอสมควร ส่วนจุลินทรีย์ลูกครึ่งในลำไส้ใหญ่ของขยมเริ่มปรับตัวเข้ากับจุลินทรีย์ขแมร์ได้แล้ว สังเกตได้จากการที่ไม่มีการต่อสู้แย่งชิงพื้นที่ทับซ้อนในลำไส้ใหญ่ของขยมมากเท่าไร ไม่เหมือนช่วงแรกๆที่มาอยู่ที่พระตะบองการต่อสู้ในพื้นที่ดังกล่าวจะหนักหน่วงพอสมควร ศาลโรคเกือบได้ทำงาน



 “เศษหัวปลาเอาไปทำอาหารสัตว์”



“ปลากระทิงหัวเสียบ”





 “มัดปลาพร้อมส่งขาย”










“เด็กหารายได้พิเศษ”




  “เรือขนปลาเข้าฝั่ง”



 “สีขาวในเรือนั้นคือปลาทั้งนั้น”

ท่านสมเด็จเดโชฮุนเซ็นเคยพูดประชดประชันนักการเมืองฝ่ายค้านที่เรียนจบจากเมืองนอก ไม่บอกก็น่าจะเดาได้ว่าเป็นนายสม รังสี ว่า ผู้นำประเทศกัมปูเจียนี้จะต้องรู้จักกลิ่น และกินปลาฮ๊อกเป็น ไม่ใช่รู้จักแต่กลิ่นขนมปัง นม เนย แม้แต่กับปลาร้าท่านผู้นำก็ยังเอามาเป็นประเด็นชาตินิยมหาเสียงให้กับตัวเองในทางการเมืองได้ ไม่รู้ว่าท่านสมเด็จเคยกินขนมปังฝรั่งเศสกับน้ำพริกปลาฮ๊อกเหมือนขยมหรือบ่ ลองกินดูเด้อ บางทีมันก็มีรสชาติ “ชะงันน่ะ”(Very delicious) และ “ชะงูยน่ะ” (Good smell) ขยมลองเบิ่งแล้วเด้อ อิ อิ

โดย อเร็งญา

 

กลับไปที่ www.oknation.net