วันที่ พุธ กุมภาพันธ์ 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เลียบเลาะวงคีรี...ที่..คีรีวง


เลี้ยวเข้าตามป้ายบอกทาง...ไปคีรีวง...ที่ภูเขาข้างหน้าโน่น

ถึงบริเวณหมู่บ้าน ที่เรียกว่า... บ้านคีรีวง

ตรงนี้...ยังไม่ใช่จุดหมายของเรา

ไปต่อ...เขาข้างหน้าโน่น...ป่าคีรีวง

เราเป็นเพียงชีวิตเล็กๆ ในธรรมชาติ

มุมนี้...ก็สวย

หินสวย...น้ำใส

สดชื่น

ก็แค่แมกไม้ สายน้ำ กับก้อนหิน...สวยได้ไง

มองไปทางไหน ก็สวย

ไม่อาบ...ไม่ได้แล้ว

ลำธารน้ำสวย... ใครจะอดใจได้...สักรูปนะ

อยากยืน บนหินสองก้อน

อยากนั่งสองคนบนหินก้อนเดียวกัน

ร้านอาหารนี้ เสื่อเต็มทุกลานหิน...ขายดีมาก...รอนานจัง

กินไป...ชมไม้ไปด้วย..ลูกเดือย

อิ่มแล้ว...เริ่มเดินกันดีกว่า

ใครชอบเดิน มาทางนี้..ไปกันเถอะ

ต้นมังคุด...เคียงข้างต้นไม้ใหญ่

ไม้ป่าฟอร์มสวย...เสียดฟ้า

ต้นโหรา...ใบใหญ่มาก

จำปาดะ ต้นสูงปิ๊ด

ทางเดินเล็กๆ มีต้นมังคุดสองข้างทาง

เสน่ห์ของทางเดิน

ทางเดินระหว่างช่องหิน

เฟิร์นสีเขียวแกมน้ำเงิน

มองออกไป...เห็นวิวลำธารที่ขนาบไปกับทางเดิน

ลูกมะเดื่อใหญ่ขนาดนี้ เพิ่งเคยเจอเนี่ย

มะเดื่อต้นใหญ่มาก

ผมไปตัดหญ้ามาครับ...ขี่ม้าสีหมอกคู่ใจ

พะอง... สำหรับไต่เก็บน้ำผึ้ง

มองขนาบไปกับป่า...เห็นสายธาร

จำปาดะอีกต้น...สูง... ลูกดก

ป้ายินดีต้อนรับค่ะ... บ้านริมธาร

เจ้าของโฮมสเตย์ตัวจริง...  มาทักทาย

เฮ้ย...ขากางเกงนะ ไม่ใช่ผ้าขี้ริ้ววัว

ตลอดสายธาร...มารวมฝูงกันอยู่ที่นี่... เท่านั้น

รู้นะ... ว่าคิดอะไรอยู่

ให้อาหารปลา...ไม่มีใครทำร้ายเขา

ลูบได้ ...จับต้องได้

เลียบเลาะวงคีรี...ที่..คีรีวง

บนเส้นทางจาก อ. จันดี จ. นครศรีธรรมราช เพื่อไปเข้าเมืองนครฯ ต้องผ่าน อ. ลานสกา... หลายคนที่ชอบภูเขาคงอดไม่ได้ที่จะชื่นชมกับทัศนียภาพที่เป็นเทือกเขาสูงสลับซับซ้อนอยู่ด้านซ้ายมือ ไปพร้อมๆ กับชื่นชอบดูแผงเพิงร้านขายผลไม้นอกฤดูกาล เช่น เงาะ ทุเรียน มังคุด ลางสาด ลองกอง จำปาดะ ขนุน ระกำ รวมทั้งสะตอ ลูกเนียง ที่มีวางขายข้างทางตลอดทั้งปี เพื่อมองหาผลไม้ที่อยากจะกิน ซึ่งฉันรู้มาว่า...ผลไม้นอกฤดูเหล่านี้มาจากในป่าบนเทือกเขาสูงที่เห็นนั้น...ที่เรียกว่า บ้านคีรีวง…นั่นเอง

บ้านคีรีวง เป็นชื่อหมู่บ้านที่ซ่อนตัวอยู่ในป่าของอุทธยานแห่งชาติเขาหลวง ซึ่งมี “ภูเขาหลวง” เป็นเทือกเขาใหญ่สูงตระหง่านที่ทอดตัวเป็นแนวยาวตั้งแต่ อ. ทุ่งสง จ. นครศรีธรรมราช ไปถึง อ. กาญจนดิษฐ์ จ. สุราษฏ์ธานี และอีกด้านไปจรด อ. ท่าศาลา  จ. นครศรีธรรมราช สำหรับในช่วง อ. ลานสกา ภูเขาหลวงเป็นที่ให้กำเนิดของน้ำตกหลายแห่ง ได้แก่ น้ำตกท่าแพ น้ำตกกะโรม และน้ำตกสอยดาว (เคยไปเที่ยวน้ำตกท่าแพ และกะโรมมาแล้ว)

วันนั้น...ฉันได้เดินไปสำรวจเส้นทางของป่า คีรีวง คร่าวๆ ด้วยเวลาจำกัด จึงได้รู้ว่า..ที่คีรีวง เป็นการพึ่งพาอาศัยของชาวบ้านกับป่าธรรมชาติได้อย่างกลมกลืนเอื้ออาทร โดยการปลูกผลไม้ในป่า ไม่ทำลายป่า ทุกสิ่งที่มาจากป่าให้ชีวิตแก่ชาวบ้าน และชาวบ้านก็ช่วยกันรักษาชีวิตป่า ต้นน้ำ ลำธาร แม้ว่าป่าไม้เขียวขจีที่เราเห็นแต่ไกล แต่พอเข้าไปดูใกล้ๆ จริงแล้ว..ไม่ใช่ป่าธรรมชาติเสียทั้งหมด มีต้นผลไม้มากมายปลูกแซม ซึ่งต่างจากการโค่นป่าธรรมชาติอย่างเหี้ยนเตียนแล้วปลูกยางพาราหรือปาล์มน้ำมันอย่างที่เราเห็นบนเขาลูกอื่นๆ ในภาคใต้

...ตลอดทางเดินเล็กๆ ที่คดเคี้ยวเลียบเลาะไปตามขุนคีรี ...ฉันเห็นต้นมังคุดที่กำลังออกผล (ล่อใจเป็นอย่างยิ่ง แต่นั่นเท่ากับการขโมย..ไม่ทำ) ทุเรียนบ้านต้นสูงมาก จะเห็นมีการติดตาทุเรียนพันธุ์กับต้นตอของทุเรียนบ้านหลายต้น ซึ่งในอนาคตจะได้ทุเรียนบ้านต้นเตี้ยออกลูกเป็นทุเรียนพันธุ์  มีจำปาดะต้นใหญ่สูงลูกดก สะตอ  ต้นไม้ใหญ่ตามธรรมชาติมีรูปฟอร์มสวยๆ...ในขณะที่อีกด้านของขุนเขาจะขนาบด้วยลำธารน้ำ ก้อนหินเรียงรายสวยงาม มีบ้านอยู่ห่างๆ ปลูกซ่อนอยู่ในป่า เราเห็นชาวบ้านขับมอเตอร์ไซด์ขนผลไม้ เช่น หมาก กล้วย สะตอ สวนทางออกมา และเห็นชาวต่างชาติที่ชอบธรรมชาติมาเดินป่าด้วย ที่นี่..มีที่พักโฮมสเตย์ มีร้านค้า ร้านอาหาร ที่มีบรรยากาศร่มรื่น น่าพักผ่อนในวันหยุดยิ่งนัก

5 โมงเย็นแล้ว...เราเดินไปหยุดอยู่ที่บ้านหลังหนึ่ง...ที่นั่นมี...วังปลา...แปลกมาก..ปลาชนิดเดียวนี้มาอาศัยอยู่ในลำธารตรงนี้เท่านั้น.. ป้าเจ้าของบ้านบอกอย่างภาคภูมิใจว่า   “ที่บ้านป้า เคยมีฝรั่งมาพักนานเป็นเดือน แม้แต่พี่แอ๊ด คาราบาว และอาจารย์เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ก็เคยมาพัก”

...ฉันบอกป้าว่า..ฉันจะกลับมาอีก และคราหน้าฉันจะเดินไปให้ถึงน้ำตกสอยดาว แม้ป้าจะบอกว่า หากจะเดินจากบ้านป้าไปยังน้ำตกสอยดาว ต้องใช้เวลาเดินอีก 3 ชั่วโมง...ก็ตาม เพราะว่าครั้งหน้า...ฉันมิเพียงอยากจะไปให้ถึงน้ำตกสอยดาวเท่านั้น.. แต่ฉันอยากจะเดินเพื่อย้อนรอยรำลึกถึงเส้นทางในอดีตของผู้ที่ครั้งหนึ่งเคยถูกเรียกกันว่า “สหาย” ในสมัยนั้น ใช้เป็นเส้นทางเดินบนเทือกเขาแห่งนั้น ไม่ว่าจะเป็นน้ำตกสอยดาว หรือกรุงชิง

เย็นแล้ว...พวกเรากลับออกมาจากหมู่บ้านคีรีวงไปจันดี ระหว่างทางผ่านร้านขายผลไม้หลายร้าน เราแวะจอดซื้อเงาะที่นำมาจากป่าบ้านคีรีวงซึ่งเป็นเงาะที่ออกนอกฤดูที่มีขนสั้นๆ แต่หวานกรอบอร่อย เราซื้อกันหลายกิโล ส่วนฉันยังซื้อลางสาดอีก 5 กิโลเพื่อเอาขึ้นกรุงเทพฯ ด้วย

โดย Chaoying

 

กลับไปที่ www.oknation.net