วันที่ พฤหัสบดี กุมภาพันธ์ 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

นักเขียนกับเรื่องผี....เรื่องสั้นสั้น


นักเขียนกับเรื่องผี

                       

           

            ผมนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์   ไม่รู้จะเริ่มต้นงานเขียนอย่างไร   ความตีบตันทางความคิดเป็นเรื่องที่คนอยากเป็นนักเขียนอย่างผมเจ็บปวด    ไม่ได้เขียนงานมานานหลายเดือน   

            ถ้าหากเปรียบความคิดเป็นมีดแล้ว   ความคิดของผมตอนนี้มันคงสนิมเกรอะ

            ผมขยับนิ้วมือไปมา   อยากจะเขียนให้เป็นข้อความให้มากที่สุด   ยาวที่สุด   แม้จะไม่รู้ว่าจะเดินเรื่องต่อไปอย่างไร   แต่การทำให้แต่ละพยัญชนะ  สระ  และวรรณยุกต์มาประสมกันจนเป็นคำต่อไปเรื่อย ๆแบบนี้มันก็ให้ความรู้สึกที่ดีกับผมขึ้นมาบ้าง   นั่นเท่ากับว่า  

ผมกำลังลับมีด    

 

ตอนนี้เวลาตีหนึ่งห้าสิบสามนาที   ผมยังนอนไม่หลับ   อาจจะเป็นเพราะว่าตอนเย็นหลังกลับจากมหา’ลัย   ผมนอนไปแล้ว  

พัดลมบนเพดานครางหึ่ง ๆ   อากาศในห้องเช่าตอนนี้ร้อน   ผมเป็นคนไม่ชอบอากาศร้อน  มันเหนียวหนืดตัวแล้วก็น่ารำคาญ  

ครึ่งชั่วโมงก่อนนี้ผมพึ่งอาบน้ำเสร็จ   รู้สึกสบายตัว  คิดว่าสักพักผมคงจะนอนได้   แต่มันก็ยังไม่ยอมนอน  พยายามข่มตาหลับ   พลิกตัวไปมาซ้ายขวาซ้ายขวา   กลิ้งไปทางนั้นที  กลิ้งไปทางนี้ที   เอาหมอนมากอดก็แล้ว  ซุกขาก็แล้ว   ผมก็ยังไม่หลับ

จึงตัดสินใจเปิดโคมไฟ   แล้วก็กดปุ่มเปิดคอมพิวเตอร์

 

 

เรื่องที่ผมจะเขียนต่อไปนี้   ยังไม่รู้ว่าจะดำเนินต่อไปอย่างไร  

เสียงเด็กข้างห้องร้องขึ้น    สักพักก็เงียบ    ผมเลื่อนเมาส์ขึ้นไปอ่านข้อความข้างบนอีกครั้ง   บางครั้งถ้าเขียนอะไรไม่ออก   ผมมักใช้วิธีนี้   ทบทวนดูว่าเขียนอะไรไปบ้างแล้ว    

เสียงอะไรไม่รู้ดังขึ้นที่หลังห้อง   อาจจะเป็น....

กลางคืนมีผีหรือเปล่า   น่าจะมี   ผีส่วนใหญ่ที่ผมดูในหนังหรือว่าอ่านในหนังสือ  มักมาตอนกลางคืน  

ทำไมผมต้องเขียนเรื่องผีด้วยนะ

ผมเริ่มกลัวขึ้นมาบ้างแล้ว  

เปลี่ยนไปเขียนเรื่องอื่นดีกว่า...

 

พรุ่งนี้มีเรียนบ่ายโมง  ผมชอบจัง  ไม่ต้องตื่นนอนแต่เช้า   แล้วมันก็ทำให้ผมประหยัดค่ากับข้าวมื้อเช้าไปหนึ่งมื้อ    ผมเริ่มรู้สึกดีขึ้นมาบ้างแล้ว  การเขียนอะไรไปเรื่อย ๆแบบนี้มันทำให้ผมคล่องขึ้น    บางทีการเขียนโดยไม่วางโครงเรื่องแบบนี้อาจจะเป็นวิธีใหม่ในการเขียนของผม  

หรือบางที   ผมอาจจะค้นพบแนวทางสร้างสรรค์ผลงานของตนเอง   พบแบบฉบับของตนเอง   แล้วบางทีเรื่องสั้นเรื่องนี้อาจจะได้รับการตอบรับจากบรรณาธิการนิตยสารฉบับใดฉบับหนึ่ง

            การเขียนอะไรได้ยาว ๆอย่างนี้  (ถ้าไม่นับรายงานวรรณคดีหกสิบหน้าของผมเมื่อเทอมก่อน)  มันทำให้ผมเริ่มผ่อนคลาย   ความกลัวผีที่เกิดขึ้นมาฉับพลันก่อนหน้านี้หายไปแล้ว

            ผมคงหลอกตัวเอง  

           

            เสียงข้างห้องเงียบไปแล้ว    ความจริงยายเจ้าของห้องไม่อยู่    และไม่น่าจะมีใครอยู่ในห้องนั้น  

            อาทิตย์ก่อน  พี่ที่เป็นลูกสาวยายบอกผมว่า   ยายล้มในห้อง   เส้นเลือดฝอยในสมองแตก  ตอนนี้อยู่ในโรงพยาบาล   หมอกำลังผ่าตัดช่วยชีวิต  อาจจะห้าสิบห้าสิบ

            ผมไม่ได้ไปเยี่ยมยาย   ถึงแม้บางทีเราจะเคยทักทายกัน  รวมทั้งการเป็นคนภาคเหนือเหมือนกัน   นั่นทำให้ผมรู้สึกละอายใจไม่น้อย

            ที่น่าละอายใจมากยิ่งกว่า   เวลาผ่านไปเกือบอาทิตย์แล้ว   ตอนเย็นกลับมาเห็นห้องของยายปิด   ไม่มีใคร  พวกเขาคงไปโรงพยาบาลกันหมด   พอตกดึกได้ยินเสียงอะไร   ผมมักคิดว่า  ยายกลับมาเยี่ยมห้องทุกที

           

            ผมเลื่อนเมาส์ขึ้นข้างบน   อ่านข้อความตั้งแต่เริ่มต้นอีกครั้ง  

            เวลานี้ตีสองยี่สิบห้านาที    ผีมีหรือเปล่านะ   ผมน่าจะเขียนเรื่องผี   เรื่องผีที่เคยส่งไปได้ลงทุกครั้ง   คนอ่านคงชอบ   มันตื่นเต้นดี  

            คนเรานี่ก็แปลกดีเหมือนกัน   ปากก็บอกว่ากลัวผี ๆ  แต่พอมีคนมาเล่าเรื่องผีแล้วล่ะก็  หูผึ่ง   หรือบางครั้งดูหนังดูละครเรื่องผี   ปากบอกกลัว ๆ ๆ เอามือปิดตา   แต่ก็ยังอุตส่าห์มองลอดนิ้วมือออกมาดูอีก

            ผีไม่มีในโลกหรอก    คนที่ไม่เชื่อก็บอกอย่างนั้น

            แต่ผมชอบ   อยากให้มันมี  

           

            เสียงอะไรไม่รู้ดังตรงหลังห้องอีกแล้ว   มันทำให้ผมใจหาย   คงจะเรียกว่าสะดุ้งมากกว่า   และผมก็เริ่มกลัวขึ้นมาอีกครั้ง

            ความกลัวมันคงไม่มีเหตุผล   จู่ ๆมันก็กลัว   จู่ ๆมันก็หายไป   มันอยู่ที่ใจของคนเรา

            ญาติอีกคนของยายบอกว่า   ยายคงไม่หายหรอก  

            “โธ่  ! พี่ เส้นเลือดในสมองแตก...”

            เขาเป็นหลานเขย  

           

            ผมขึ้นย่อหน้าใหม่อีกครั้ง  

            มีเรื่องที่ผมจะเขียนแล้วล่ะ    เรื่องผี   กับเรื่องยาย

            ผีมีจริงหรือเปล่า?    ยายจะหายหรือเปล่า?

            พรุ่งนี้ผมจะไปเยี่ยมยายหรือเปล่า  ?   

            ผมเลื่อนเมาส์ขึ้นไปอ่านข้อความข้างบนทั้งหมดอีกครั้ง

 

พิมพ์ครั้งแรก     จุดประกายวรรณกรรม  นสพ.กรุงเทพธุรกิจ    อาทิตย์  ๘ กรกฎาคม  ๒๕๕๐

โดย แก้มหอม

 

กลับไปที่ www.oknation.net