วันที่ พฤหัสบดี กุมภาพันธ์ 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

กว่าจะยิ้มได้


กว่าจะยิ้มได้

              ลมหนาวปีนี้มาเยือนเร็วกว่าทุกปีลุงเสงี่ยมนั่งแกะพระไม้ ขณะที่ในใจเฝ้าแต่คิดถึงลูกหลานที่ห่างบ้านไปหางานทำในเมืองหลวงลุงเสงี่ยมเป็นชาวนาแต่ หลังจากที่ว่างเว้นจากการทำนาแล้ว ก็จะมีอาชีพเสริมโดยการแกะสลักพระไม้ลุงเสงี่ยมได้รับสืบทอดวิธีการแกะสลักพระจาก คุณตาสุนทร(เสียชีวิต) ใบหน้าของพ่อเสงี่ยมที่เต็มไปด้วยร่องรอยประสบการณ์ นิ้วมือที่หยาบกร้านบ่งบอกถึงการทำงานหนัก เพื่อที่จะหาเงินส่งเสียให้ลูกๆทั้งสามได้เรียนสูงๆ แต่ความฝันก็ต้องพังทลายลงเมื่อโครงการก่อสร้างเขื่อนราศีไศลได้เริ่มต้นขึ้นเมื่อ พ.2532 และสร้างเสร็จใน พ. 2536 เขื่อนราษีไศลเป็นเขื่อนคอนกรีตสร้างปิดกั้นแม่น้ำมูลลำน้ำสาขาของแม่น้ำโขงที่ไหลลงสู่จังหวัดศรีสะเกษทางภาคอีสานตอนล่างโครงการดังกล่าว ได้สร้างขึ้นไว้เป็นพื้นที่กักเก็บน้ำเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำ การปิดเปิดประตูเขื่อนทำให้ปลาในแม่น้ำมูลไม่สามารถไปว่างไข่ได้ทำให้ปลาลดน้อยลง และบริเวณที่สร้างเขื่อนยังเป็นพื้นที่ชุมชนเป็นที่หากินของชาวบ้านชาวบ้านพึ่งพาอาศัยป่า และยังทำลายทรัพยากรธรรมชาติ เช่น ป่าบุ่งทาม พืชผักสมุนไพรที่ขึ้นเองตามธรรมชาติก็หายไปและบริเวณที่สร้างเขื่อนยังเป็นที่เลี้ยงสัตว์เดิม  ก็ได้รับผลกระทบถูกน้ำท่วม ไร่นาเสียหาย ทำให้อาชีพของชาวบ้านหายไป และการสร้างเขื่อนยังเป็นการละเมิดสิทธิชุมชนของชาวบ้าน 

         ลุงเสงี่ยมเล่าว่าก่อนมีเขื่อนชาวบ้านหาปลาได้เป็นจำนวนมากชาวบ้านนำปลามาถนอมอาหารไว้ เช่น การทำปลาร้า และปลาจ่อม เหลือจากกินก็นำไปขายเพื่อเป็นรายได้หรือเก็บไว้แลกข้าว  แต่พอเขื่อนเข้ามาอาชีพเหล่านี้ได้หายไปเพราะไม่สามารถหาปลาได้เยอะเหมือนเดิม ทำให้ลูกสาวคนโตต้องออกจากโรงเรียนไปทำงานที่กรุงเทพฯเพื่อหาเงินส่งมาให้พ่อจ่ายค่าปุ๋ยที่นับวันจะแพงขึ้นเรื่อยๆ และให้น้องเรียน ยังมีแม่ที่ยังเจ็บออดๆแอดๆ ไร่นาที่เคยตั้งความหวังเอาไว้ก็โดนน้ำท่วมไม่คุ้มทุนที่เสียไป  ลุงเสงี่ยมและกลุ่มสมัชชาคนจนจึงได้เรียกร้องสิทธิของตนเองที่สูญเสียไปจากการสร้างเขื่อน  20 ปีที่ทุกคนสู้เพื่อให้รัฐบาลจ่ายค่าชดเชยและค่าเสียโอกาส วันนี้ชาวบ้านในหมู่บ้านบางครอบครัวก็ได้รับค่าชดเชยแล้วบางส่วนแต่มันไม่คุ้มกันเลยกับการที่เราสูญเสียไปทั้งชีวิต 

                   

ทุกวันนี้ลุงเสงี่ยมก็ยังแกะพระไม้เพื่อหารายได้มาใช้จ่ายในครัวเรือนและยังรอความหวังจากลูกสาวคนโตที่จะส่งเงินมาให้เพื่อใช้จ่าย ซื้อของกินของใช้ลำพังแกะพระไม้ก็ได้ไม่กี่บาท  ลุงเสงี่ยมบอกว่าไม่อยากให้ลูกหลานต้องเข้าไปทำงานในกรุงเทพฯเพราะเสี่ยงกับอุบัติเหตุ และมิจฉาชีพ เพราะเป็นห่วงลูกและไม่อยากให้ลำบากแต่ถ้าไม่ทำก็ไม่มีกิน เราเลือกเกิดไม่ได้นอกจากยอมรับชะตากรรมที่เกิดขึ้นกับครอบครัวของลุงเองและชาวบ้านในหมู่บ้านที่ได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อน

โดย ยิ่งสูงยิ่งหนาว

 

กลับไปที่ www.oknation.net