วันที่ อาทิตย์ กุมภาพันธ์ 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เอาความขมขื่นไปทิ้งแม่โขง "ฉันพบแล้ว...ความรักและแสงสว่างในใจ"


Day 6

Day 7

Day 8

วันที่สอง สาม และ วันสุดท้ายของการเรียน

ในระหว่างที่เริ่มต้นเรียนวิชา “เรกิ” นั้น ฉันไม่ค่อยมีกะจิตกะใจอยากจะนั่งขีดเขียนอะไรสักเท่าไหร่ ค่าที่สมองมันเริ่มปลอดโปร่ง มีแต่ความสุข รอยยิ้ม ที่ฉันมีแจกไปให้เพื่อน ๆ และที่ฉันได้รับอีกสองเท่าตัวจากเพื่อนใหม่ในคลาสเช่นกัน ฉันไม่รู้สึกอยากซ่อนตัวอยู่คนเดียวเหมือนอย่างเช่นในช่วงที่เพิ่งมาถึงหนองคาย แต่ในทางกลับกัน ฉันมักชอบรวมกลุ่มอยู่กับเพื่อนในคลาส และเพื่อนใหม่นอกคลาสที่พักอยู่ในเกสต์เฮ้าส์เดียวกันนั่นเอง

ภาพบน : ดอกไม้ในเกสต์เฮ้าส์กล่าวทักทายในยามเช้ากับฉัน

ในทุก ๆ เช้า ..ฉันมักจะได้สูดอากาศที่เย็นเข้าไปถึงโพรงจมูก อุณหภูมิที่ลดต่ำลง มันหนาวขนาดที่เด็กวัยรุ่นรีบคว้าเสื้อกันหนาวที่มีฮู้ทคลุมผมแบบหนูน้อยหมวกแดงมาใส่เลยทีเดียว

ฉันขี่จักรยานสีเทาไปด้วย พร้อมกับขนแขนสแตนด์อัพอยู่หลายระลอก...กลางเดือนกุมภาพันธ์ก็ยังหนาวได้หรือนี่..ฉันแอบขันกับอากาศแปลก ๆ แต่ดีที่ได้เจอในเช้าของวัน

ในตอนกลางวัน...ฉันและเพื่อน ๆ จะรวมกลุ่มยกโขยงกันไปหาอาหารกิน ซึ่งก็ไม่พ้น ส้มตำ ไก่ย่าง ข้าวคลุก ข้าวเหนียว และปลาเผาอีกหนึ่งตัวใหญ่ ๆ บางวัน...เราก็แห่กันไปที่ร้านอาหารเจ ที่ทั้งร้านมีแต่ฝรั่งตัวใหญ่ ๆ นั่งกินก๋วยเตี๋ยวเจ กันอย่างไม่มีใครปริปากบ่นเรื่องรสชาติอันจืดชืดสักคำ ในหนึ่งเดียวในกลุ่มนั้น..มีฉันที่เป็นคนไทย ที่คอยเป็นผู้เจรจาว่าขานแปลสารให้เพื่อน ๆ ที่ต้องการสั่งอาหารในเมนู

ภาพบน : มื้อเที่ยงของพวกเราในวันนี้

ยิ่งนานวัน เราก็ยิ่งแน่นแฟ้นกันมากขึ้น จากเพื่อนในกลุ่มชั้นเรียน ก็เพิ่มมาเป็นแฟนเพื่อนและเพื่อนในเกสต์เฮ้าส์ เหตุการณ์เหล่านี้..ทำเอาฉันหวนนึกไปถึงสมัยที่ครั้งเคยเรียนในมหาลัยฯ แม้ในปัจจุบันการณ์..อายุของเพื่อน ๆ แต่ละคนจะแตกต่าง แต่เรามีความเหมือนอย่างหนึ่งคือเราเป็นนักเรียนของคุณครูอยู่ในขณะนี้ และเรามีความเป็นเด็กเหมือน ๆ กัน

ภาพบน : เพื่อนต่างวัยของฉันแต่ละคน มีความเป็นเด็กแอบแฝงอยู่ข้างในกันทั้งนั้น

ภาพบน : รวมทั้งฉันด้วยอีกคน

จากประสบการณ์การสอนวิชา “เรกิ”ของเบียทริกซ์ที่หนองคายนั้น นับได้ว่า “ฉัน” เป็นนักเรียนคนไทยคนแรกที่ได้มาร่ำเรียนกับเธอ ฉันดูออกจะแตกต่างจากเพื่อนนักเรียนในชั้นบ้างเล็กน้อย ด้วยยังมีความเป็นคนไทย ในเรื่องความอาย และเว้นวรรคช่องว่างระหว่างครูและลูกศิษย์ ในฐานะผู้น้อยเคารพและนับถือผู้ใหญ่ แม้จะเห็นนักเรียนฝรั่งหลายคนเข้าไปสวมกอดเบียทริกซ์อย่างเป็นกันเอง แต่เด็กไทยใจฝ่ออย่างฉันก็ยังแอบยืนเก้ ๆ กัง ๆ ในบางครั้ง แม้จะเคยได้รับการกอดจากเบียทริกซ์แล้วก็ตาม

การฝึกฝน การถ่ายทอดพลังงานธรรมชาติโดยผ่านฝ่ามือ..วันแล้ววันเล่า ทำให้ฉันเริ่มยอมรับว่า สิ่งนี้เป็นจริงและพิสูจน์ได้โดยหลักวิทยาศาสตร์ เพียงแต่ว่ามันอยู่ใกล้ตัวเรามากเกินไปจนเราไม่เคยคิดค้น สังเกตุตัวเองเลยว่า ทำไมบางครั้งการที่เราคิดถึงใครสักคนหนึ่งอยู่ แล้วจู่ ๆ คนนั้นก็โทรมา...

ภาพบน : ดอกไม้หน้าบ้านเบียทริกซ์ และพานโช

หากเป็นเมื่อก่อน ฉันคงพูดว่า “แหม...ตายยากจังนะ แค่คิดก็โทรมาแล้ว” แต่ปัจจุบันฉันเชื่อว่า กระแสจิตสามารถส่งและรับกันได้จริง ๆ เฉกเช่นเดียวกับพลังงานจากธรรมชาตินั้น เราก็สามารถรับและส่งได้เช่นกัน

วิชา “เรกิ” ทำให้ผู้ฝึกฝน เกิดอารมณ์อ่อนไหวง่าย

มันเกิดขึ้นกับฉันอย่างไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่า ทำไมฉันจึงอยากร้องไห้อยู่ตลอดเวลา และเมื่อจบการเรียนในวันสุดท้าย...มันก็เหมือนระเบิดเวลาที่วางให้ฉันระเบิดน้ำตาออกมาอย่างเด็กเล็ก ๆ ที่ไม่มีความอายหลงเหลืออยู่เลยสักนิด

ภาพบน : ดอกไม้ในเกสต์เฮ้าส์ คงอยากถามว่าวันนี้ฉันเป็นอะไรนักหนา ทำไมถึงได้ร้องไห้ขี้แยขนาดนี้

ภาพในบ่ายวันเสร็จสิ้นการเรียน...ฉันมันก็เหมือนเด็กอนุบาล ที่กำลังพร่างพรูร่ำร้องโดยมีครูเบียทริกซ์คอยโอบกอดปลอบประโลมอยู่เป็นระยะ ๆ ...ฉันมีเพื่อนใหม่เก่ารุมล้อมแล้วร่วมรับฟังความอัดอั้นใจของฉันที่มันเคยเก็บกักเอาไว้คล้ายหินปูนที่เกาะแน่นและยากจะหลุดออกจากความทรงจำ

น้ำตา...เป็นเหมือนผงซักฟอกที่ช่วยชะล้างจิตใจข้างในของฉันให้สะอาดขึ้น

เพื่อนผู้รับฟัง...ตั้งใจฟังอย่างเข้าอกเข้าใจและไม่หนีไปไหนหรือเปลี่ยนเรื่องสนทนาเป็นอื่น...พวกเขาเหมือนแปรงขัดใจ ให้ฉันมีความเชื่อมั่นในตัวเองมากขึ้น

ในวันสุดท้ายของการเรียน...ฉันจึงเป็นเด็กตาบวม แต่เดินตัวปลิวคล้ายคนอยากจะลอยและบินได้

มันช่างบางเบาเหลือเกิน...หัวใจของเรานี้หนอ

แบกมันเอาไว้อะไรในหัวใจนักหนามาตั้งนาน....เพิ่งรู้วันนี้เองว่า เวลาหัวใจมันโล่ง โปร่งและเบา มันมีความสุขดีอย่างนี้เอง

“ความรัก” และ “แสงสว่าง” นี่คือหัวใจของเรกิที่ฉันอยากแบ่งปันให้กับทุกคน

ภาพบน : เจ้าซาบิโอ ก็เดินตัวปลิวและก้าวอย่างมั่นใจเหมือนฉันเช่นกัน...ดีใจจังที่มีเพื่อน

 

โดย tanthainium

 

กลับไปที่ www.oknation.net