วันที่ อังคาร กุมภาพันธ์ 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

กัมพูชาวันนี้ ยังมีคนใหญ่กว่าฮุน เซน


วันที่ 9 ของการเดินทางในเขมร

.

.

รถบัสที่ฉันโดยสารมาจากเมืองกระแจะ ตั้งแต่เวลาบ่ายสามโมง ค่อยๆเลี้ยวเข้าเขตเมืองสตึงเตรง ในเวลาเกือบหกโมงเย็น ฉันเห็นป้ายผ้าแผ่นยาวที่คาดเอาไว้หน้าบ้านหลังหนึ่ง ความหมายของมันทำเอาฉันตะลึง คล้ายเจอขุมทรัพย์อะไรสักอย่าง

.

.

Stopping violence against people’s land /housing means reducing poverty

และ  We all have the obligation to promote and protect human rights

ลงนามผู้ประกาศร่วม อาทิ  UNOHCHR, unicef,NPA,UNFPA,Trocaire,Oxfam Hong Kong,NGO Forum,DPA,Every Child,Diakonia,World Vision,LWF,AHRC,and other NGOs Contribution

ในขณะที่ฮุน เซนกล่าวหาผู้นำไทยต่างๆนานา หาว่าไม่มีความเป็นประชาธิปไตยบ้างล่ะ หาว่าเป็นรัฐบาลที่มาจากเผด็จการทหารบ้างล่ะ แต่เมื่อฉันไปที่นั่น ได้พบกับสถานการณ์ละเมิดสิทธิมนุษยชน ที่ถูกเปิดเผยโดยองค์กรพัฒนาเอกชน

“คนเขมรทั้งในชนบทและในตัวเมืองจำนวนไม่น้อยถูกยึดที่ดินทำกิน หรือถูกบังคับซื้อเพื่อเอาไปให้บริษัทต่างชาติ หรือถูกเจ้าหน้าที่รัฐโกง ซึ่งกลายเป็นปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคมที่รุนแรงในกัมพูชา บางทีรัฐจ่ายค่าชดเชยต่ำมาก หากประชาชนไม่ยินยอม ตำรวจ ทหาร ก็จะรื้อบ้าน โดยชาวบ้านไม่รู้จะตอบโต้ได้อย่างไร เพราะบางครั้งเจ้าหน้าที่ใช้ปืนยิงข่มขู่”

.

.

.

.

.

.สภาพพื้นที่บุกเบิกใหม่ ทางภาคเหนือ.

.


.เชื้อเพลิงสำคัญของครัวเรือนคือไม้ฟืน.

พรรคประชาชนกัมพูชาของนายกรัฐมนตรีฮุน เซน ได้รับเลือกตั้งอย่างท่วมท้นในการเลือกตั้งเมื่อเดือนกรกฎาคม 2551 แต่การเลือกตั้งดังกล่าวถูกวิจารณ์จากสหภาพยุโรปและผู้แทนของสหประชาชาติด้านสิทธิมนุษยชนว่ามีการซื้อสิทธิขายเสียงและข่มขู่คู่แข่ง เพื่อที่ตนเองจะก้าวไปสู่การยึดอำนาจแบบเบ็ดเสร็จ

เจ้าหน้าที่รัฐได้ใช้กระบวนการยุติธรรมผ่านกฎหมายอาญาในการปิดปากเสียงวิพากษ์วิจารณ์ พรรคฝ่ายค้าน นักหนังสือพิมพ์ สหภาพแรงงาน นักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน เจอข้อหาหมิ่นประมาท ข้อหาอาญาต่างๆ บางคนติดคุก บางคนถูกประหารชีวิต ขณะเดียวกันการคอร์รัปชันยังระบาดอย่างกว้างขวาง

“เสรีภาพในการพูดถูกจำกัด เพราะคนพูดอาจถูกฟ้องหมิ่นประมาทได้โดยง่าย ผู้สื่อข่าวต้องเสี่ยงเอาเอง หากรายงานข่าวไม่เป็นที่พอใจรัฐบาลอาจถูกกดดันให้ลาออกหรือถูกทำร้ายร่างกายจนบาดเจ็บหรือเสียชีวิต”

“การใช้สิทธิในการชุมนุมนั้น ผู้จัดการชุมนุมต้องขออนุญาตทางการล่วงหน้าอย่างน้อย 5 วัน เจ้าหน้าที่รัฐปฏิเสธการขออนุญาตการชุมนุมหลายครั้ง และใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุม เช่น เจ้าหน้าที่ในจังหวัดรัตนคีรีห้ามชาวบ้านซึ่งเป็นชนส่วนน้อยชุมนุมคัดค้านการที่ทางการยึดที่ดินทำกินของพวกเขา”

“ผู้นำกรรมกรที่ถูกลอบสังหารเมื่อ 4 ปีก่อนคดีไม่คืบหน้า ขณะที่ผู้นำกรรมกรคนอื่นๆก็โดนข่มขู่ บางคดีถูกเจ้าหน้าที่ปิดไปอย่างน่าสงสัย ส่วนผู้ใช้แรงงานที่ประท้วงด้วยการนัดหยุดงานหรือเพื่อปรับปรุงสวัสดิการมักถูกข่มขู่ ทำร้ายร่างกาย หรือไล่ออก รัฐบาลได้ส่งตำรวจและทหารเข้าสลายการชุมนุมของผู้ใช้แรงงานทอผ้าที่กรุงพนมเปญ บางคนก็ถูกอันธพาลทำร้ายร่างกาย”

“การปฏิรูประบบกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมของกัมพูชาไม่มีความคืบหน้า กระบวนการยุติธรรมถูกแทรกแซงโดยฝ่ายการเมือง จนถึงวันนี้รัฐบาลและสภายังไม่สามารถออกกฎหมายต่อต้านการคอร์รัปชั่น กฎหมายอาญาฉบับใหม่ และกฎหมายคุ้มครองสิทธิมนุษยชนได้”

เหล่านี้คือข้อเท็จจริงที่ถูกเผยแพร่ไปทั่วโลก โดยที่ไทยไม่ต้องไปต่อกรให้เสียเวลาในคำกล่าวหาที่ไร้สาระเหล่านั้น เพราะฮุนเซนได้ก่อปัญหาให้กับตัวเองมากมายเหลือเกิน แค่เรื่องการจัดการเรื่องที่ดินก็เป็นปัญหาใหญ่แล้ว

.

.

.

.สภาพการตัดไม้ทำลายป่า บุกเบิกที่ดินทำกิน ที่ไม่มีการควบคุมเพราะหลังจากนั้นไม่นาน คนมีเงินก็จะเข้ามาครอบครอง.

ฉันอาจกล่าวได้ว่า ประเทศเขมรล้าหลังมากในเรื่องการจัดการที่ดิน เพราะการรังวัดที่ดิน และออกเอกสารสิทธิ์ในที่ดินทำกินไปเป็นช้ามาก เท่าที่รู้มา....เพิ่งมีการรังวัดจัดทำแปลนที่ดินอย่างเป็นทางการในเมืองพระตะบอง เมื่อปลายปีที่แล้วนี่เอง

.

.

.

อย่างไรก็ตาม....ในความเป็นไปอย่างเชื่องช้าของการพัฒนาประเทศ ถ้าไม่มองในมุมของความล้าหลัง (ไม่อยากใช้คำนี้เลยจริงๆ...)  เรื่องบางเรื่องต้องชื่นชมน้ำใจคนเขมร เป็นอย่างยิ่ง นั่นคือ....ในเมืองพระตะบอง ที่มีประชากรราวๆ 1 ล้านคน (จากทั้งประเทศ ราว 14 ล้านคน) มีรถรามากมายที่ใช้ถนน โดยเฉพาะมอเตอร์ไซค์ รถปิคอัพและอีแต๊ก และมีสี่แยกเยอะแยะ แต่ไม่มีสัญญาณไฟจราจรเลยแม้สักสี่แยกเดียว สามวันของการอยู่ที่นั่นและสัญจรไปบนท้องถนน ฉันไม่เห็นรถชนกันเลย

.

.

.

.ชนบท ไม่มีไฟฟ้าใช้ ใช้น้ำบาดาล ที่ได้รับเงินบริจาคในการขุดเจาะ.

.

ที่ผู้นำยังยอมเป็นประเทศโลกที่สาม และยังยอมให้องค์กรพัฒนาเอกชน (NGOs) ออกมาว่าประจานการละเมิดสิทธิของประชาชนได้ อาจเป็นเพราะเบื้องหลังของการอยู่รอดของประชาชน ยังต้องพึ่งเงินบริจาคจากประเทศตะวันตก แต่หากต่อนี้ไป ฮุน เซน ยอมให้ทุนจากประเทศใกล้บ้านไหลเข้ามา ผ่านการเช่าที่ดินเพื่อปลูกยางพารา ปลูกพืชเชิงเดี่ยวอื่นๆ ผ่านการสัมปทานเรื่องการท่องเที่ยว เรื่องการลงทุนอุตสาหกรรม(ปิโตรเคมี)

.

.

.

.

.พื้นที่เช่าปลูกยางพาราโดยคนเวียตนาม ที่เมืองกำปงจาม พื้นที่นับแสนไร่.

สักวัน...สำนวนที่ว่า “ยูเอ็น ไม่ใช่พ่อ”...ก็อาจหล่นมาจากปากผู้นำกัมพูชาคนนี้บ้าง ก็เป็นได้

 

โดย กู่

 

กลับไปที่ www.oknation.net