วันที่ พฤหัสบดี กุมภาพันธ์ 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

OK Na Blogazine ฉบับ My King [Tag My King]


 

ขอจุดเทียนถวายพระพรแด่ "พ่อ" พระองค์นี้ ขอให้พระองค์จงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
เป็นหลักชัยให้แก่ประชาชนชาวไทยและชาวโลกให้มีแนวทางดำเนินชีวิตที่ปลอดภัย
จากภัยร้ายๆนานาประการทั้งปวง ขอให้ประเทศไทยและพระมหากษัตริย์ไทยจงยืนยงตลอดไป

Tag My King

รับจากคุณเฟิงสุ่ยมาค่ะ เชิญอ่านได้ที่

http://www.oknation.net/blog/buzz/2010/02/19/entry-1

My King ธ คือ พระมหากษัตริย์ในดวงใจไทยทั้งหล้า

เรื่องที่นำมาเล่าต่อจากนี้ มาจาก OKna Blogazine ค่ะ
โดยส่วนตัวแล้ว อยากจะบอกว่า "รักในหลวง ห่วงประเทศ" เป็นที่สุด

การเดินตามรอยพ่อเป็นสุดยอดความปราถนาและความหวังที่จะไปให้ถึงจุดนั้น

คือ มีความเสียสละให้กับส่วนรวมอย่างจริงใจ

เพราะพ่อสอนให้เข้าใจว่า "Our Loss is our Gain" หมายถึงอย่างไร

สิ่งที่เราให้ไป คือ สิ่งที่เราจะได้มา

ไม่มีอะไรที่เราจะได้มาฟรีๆ หรือจะมีใครให้เราฟรีๆ ตราบใดที่เรายังไม่ได้เป็นฝ่ายให้เขาก่อน

เพียงข้อความสั้นๆเท่านี้ แต่คงจะมีคนบรรยายต่อได้อีกหลายร้อยข้อความ

I Love My King

ปิรันญ่า

นับแต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จขึ้นครองราชย์
ความก้าวหน้า ความเปลี่ยนแปลง และความผันผวนทางเศรษฐกิจและการเมืองมีเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและมากมายหลายครั้ง
แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็ทรงปรับพระองค์ ได้สอดคล้องกับกระแสแห่งความเจริญ
และความไม่แน่นอนต่างๆ ได้ด้วยดีตลอดมา

ทรงเน้นย้ำว่า "สถาบันพระมหากษัตริย์ในประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ"
ดังที่ครั้งหนึ่งได้พระราชทานสัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวนิตยสาร Leader
ที่เกี่ยวกับการปรับบทบาทของพระองค์ เมื่อกว่า 20 ปีมาแล้ว ความว่า

"กษัตริย์ในระบอบประชาธิปไตยจึงเป็นสัญญลักษณ์ของประเทศ
และหากกษัตริย์ดำเนินบทบาทนี้ได้สำเร็จ
ก็จะเป็นสัญญลักษณ์ที่มีชีวิตของประเทศนั้น

กษัตริย์ต้องเปลี่ยนแปลงไปพร้อมกับประเทศ
แต่ขณะเดียวกันก็ต้องรักษาวิญญาณของประเทศไว้ด้วย
เปรียบเสมือนเป็นตัวแทนของเรือนร่าง หรือวิญญาณของประเทศ

ทั้งนี้หมายความว่า ประชาชนซึ่งรวมตัวกันเป็นประเทศ
ย่อมมีลักษณะต่างๆกันไป แต่ลักษณะร่วมของประเทศนั้น ต้องมีอยู่ในตัวกษัตริย์"


          อาจกล่าวได้ว่า การเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมพสกนิกร ในช่วงต้นรัชกาลนั้น มุ่งเน้นในทางสังคมสงเคราะห์และสาธารณสุข เป็นไปเพื่อการบำเพ็ญทาน และพระราชทานขวัญกำลังใจเป็นหลักใหญ่ แต่ครั้นเวลาล่วงไปได้ระยะหนึ่ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงมีพระราชปรารภว่า พระราชกรณียกิจดังได้ทรงปฏิบัติมาแล้วนั้น ไม่ได้การแก้ที่ต้นเหตุของปัญหาและไม่ก่อให้เกิดผลอันถาวรยั่งยืน จึงมีพระราชดำริที่จะเปลี่ยนแปลงแนวทางการปฏิบัติพระราชกรณียกิจเสียใหม่

ดังที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระราชกระแสรับสั่งเล่าพระราชทานแก่คณะบุคคลต่างๆ ใน วโรกาสวันเฉลิมพระชนม์พรรษา วันที่ 12 สิงหาคม 2526 ความตอนหนึ่งว่า

"ตัดสินพระทัยว่า การที่จะเสด็จไปไหนๆแล้วแจกผ้าห่ม แจกเสื้อผ้า
เป็นการถมมหาสมุทร อย่างไรก็ช่วยไม่ได้หมด ทางที่ดีรับสั่งว่า

ต้องลงไปพูดคุยกับเขา สอบถามถึงความทุกข์ของเขาว่าอยู่ที่ไหน
เพราะเหตุใดจึงอดอยาก เหตุใดข้าวจึงไม่ได้ผล ไร่จึงไม่ได้ผล"

จาก OkNaBlogazine ฉบับปฐมฤกษ์ วันที่ 15 กรกฎาคม 2550

 OkNaBlogazine ฉบับวันแม่ วันที่ 7 สิงหาคม 2550

พระราชดำรัสของในหลวง
เกี่ยวกับการพัฒนา "คนเก่งและดี" เพื่อชาติ

     "มหาวิทยาลัยมุ่งจะสอนนักศึกษาให้เป็นคนเก่งเช่นในด้านวิชาการ ความคิดริเริ่ม ความกล้าหาญ ในความกระตือรือร้นที่จะก้าวหน้า การสอนคนให้เก่งนี้ ดูจะเห็นว่าดี แต่ถ้ามองให้ถี่ถ้วนแล้ว อาจจะทำให้เกิดบกพร่องในตัวบุคคลได้ไม่น้อย ที่สำคัญ

1. บกพร่องในความคิดพิจารณาที่รอบคอบและกว้างไกล เพราะใจร้อนเร่งจะทำการให้เสร็จโดยเร็ว เป็นเหตุให้การงานผิดพลาดขัดข้องล้มเหลว

2. บกพร่องในความนับถือและเกรงใจผู้อื่น เพราะถือว่าตนเป็นเลิศ เป็นเหตุให้เย่อหยิ่งมองข้ามความสำคัญของบุคคลอื่นและมักก่อเหตุความขัดแย้งทำลายไมตรีจิตมิตรภาพ คลอดจนความสามัคคีระหว่างกัน

3. บกพร่องในความมัธยัสถ์พอเหมาะพอดีในการกระทำทั้งปวง เพราะมุ่งหน้าแต่ทำตัวให้เด่นให้ก้าวหน้า เป็นเหตุให้เห็นแก่ตัวเอารัดเอาเปรียบ

4. บกพร่องในจริยธรรม ความรู้จักรับผิดชอบชั่วดี เพราะมุ่งแต่จะแสวงหาประโยชน์เฉพาะตัวให้เพิ่มสูงขึ้น เป็นเหตุให้ทำความผิดความชั่วทุจริตได้โดยไม่รู้สึกสะดุ้งสะเทือน

          ผู้ที่มีจุดบกพร่องดังกล่าวนี้ เห็นกันอยู่ว่ามักจับเหตุจับผลจับหลักการไม่ถูก ส่วนใหญ่จึงประสบปัญหาและความผิดพลาด ไม่อาจสร้างความเจริญก้าวหน้าที่มั่นคงแท้จริงแก่ตนแก่บ้านเมืองได้ตามเป้าหมาย

          ดังนั้น นอกจากจะสอนคนให้เก่งแล้ว จำเป็นอย่างยิ่งที่จะอบรมให้ดีพร้อมกันไปด้วย ประเทศเราจึงจะได้คนที่มีคุณภาพพร้อม คือ ทั้งเก่ง ทั้งดีมาเป็นกำลังของบ้านเมือง ให้ความเก่งเป็นปัจจัยและพลังสำหรับการสร้างสรรค์ และให้ความดีเป็นปัจจัยเพื่อประคับประคองหนุนนำความเก่ง ให้เป็นไปในทางที่ถูกต้อง ที่อำนวยผลเป็นประโยชน์อันพึงประสงค์แต่ฝ่ายเดียว

          ถ้ามหาวิทยาลัยทั้งหลายร่วมมือกันสร้างความเก่ง ความดี ให้เกิดพร้อมกันในตัวนักศึกษาได้ อีกไม่นานความผิดพลาดสับสน รวมทั้งปัญหาขัดข้องนานาประการในบ้านเมืองเราจะทุเลาลดน้อยลง และความเจริญก้าวหน้าที่แท้จริงจะเกิดขึ้นได้รวดเร็วกว่าที่เราเร่งร้อนกระทำอยู่ในเวลานี้"

(พระบรมราโชวาท ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพล อดุลยเดชฯในพิธีทูลเกล้าถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ของ 5 มหาวิทยาลัย ในวันที่ 3 ตุลาคม 2532 ณ ศาลาดุสิดาลัย,  คัดจากสมพร เทพสิทธา, การส่งเสริมศาสนาและจริยธรรมในยุคโลกาภิวัฒน์, สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์, 2540, หน้า 20-21)

OkNaBlogazine ฉบับที่ 3 วันที่ 16 สิงหาคม 2550

OKNA BLOGAZINE
  • No. 1 ฉบับปฐมฤกษ์
  • No. 2 ฉบับวันแม่
  • No. 3 ฉบับรำลึกถึงครูสุรพลและElvis
  • No. 4 ฉบับคู่มือคุ้ยCodeจากบล็อกตัวเอง
  • OKna Blogazine No.5 Part I
  • OKna Blogazine No.5 Part II
  • โดย ปิรันญ่า

     

    กลับไปที่ www.oknation.net